Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 259/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง แม้จะได้ทำกันไว้ก่อนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ใช้บังคับ ก็เป็นข้อตกลงที่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดได้ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 160 วรรค 2 การที่นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างออกจากงานโดยไม่ได้กระทำความผิด ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 46 นั้น เป็นหน้าที่ตามกฎหมายซึ่งนายจ้างจะต้องปฏิบัติมิใช่เป็นเรื่องตกลงประนีประนอมยอมความ และเป็นคนละกรณีกับกรณีที่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ชี้ขาดให้นายจ้างจ่ายค่าเสียหายให้แก่ลูกจ้าง ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 41 (4)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ช.ลูกจ้างโจทก์ ร่วมกับลูกจ้างคนอื่น ๆ เรียกร้องขอเพิ่มเงินค่าจ้าง แต่ตกลงกันได้โดยทำบันทึกข้อตกลงกัน เมื่อวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๑๘ ต่อมาวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๘ โจทก์ประกาศเลิกจ้างคนงานบางส่วนรวมทั้งข. เนื่องจากลักษณะของงานและความจำเป็น โดยโจทก์ได้จ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๖ ให้แล้ว วันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๑๘ ช.กับพวก ๔ คนยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์กล่าวหาว่าโจทก์เลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม คณะกรรมการพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้โจทก์จ่ายค่าเสียหาย ๑๐,๔๐๐ บาทให้แก่ ช. โจทก์เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อตกลงเมื่อวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๑๘ ทำขึ้นก่อนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์

มีอำนาจสั่งให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายแก่ ช. ได้ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. ๒๕๑๘ ใช้บังคับ กรณีจึงไม่ต้องด้วยพระราชบัญญัติดังกล่าว ทั้ง ช. ได้รับเงินค่าชดเชยไปแล้วโดยมิได้โต้แย้ง ถือว่าได้ตกลงประนีประนอมยอมความกันในเรื่องค่าเสียหายเกี่ยวกับการเลิกจ้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดคำร้อง หากมีก็วินิจฉัยไม่ถูกต้อง ควรหักเงินที่โจทก์จ่ายเป็นค่าชดเชยออกเสียก่อน ขอให้พิพากษาว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นโมฆะ จำเลยทั้ง ๑๕ คนให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ช. ถูกโจทก์หาเหตุปลดจากงานเพราะ ช. มีส่วนเรียกร้องข้อตกลงเพิ่มค่าจ้าง มิใช่เพราะโจทก์ใกล้จะหมดงาน เป็นการผิดเงื่อนไขข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ทำกันไว้ เมื่อวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๑๘ ถือว่าเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔๑ (๔) ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ได้ ๑ ปากแล้วสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยพิพากษาว่าคำสั่งที่ ๑/๒๕๑๙ เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ให้ยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๑ ที่ ๒

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคำสั่งที่ ๑/๒๕๑๙ ชอบด้วยกฎหมาย พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๓ ถึงจำเลยที่ ๑๕ ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ช.ได้ร่วมเรียกร้องขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างต่อโจทก์ ย่อมได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑ แม้ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับลูกจ้างจะทำกันไว้ก่อนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ใช้บังคับ ก็เป็นข้อตกลงที่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดได้ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา ๑๖๐ วรรค ๒ การที่โจทก์เลิกจ้าง ช. จึงเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามกฎหมาย คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องของ ช. ได้ และการที่โจทก์ได้เคยจ่ายเงินให้แก่ ช. ไปแล้วนั้น เป็นการจ่ายเงินในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างออกจากงานโดยไม่ได้กระทำความผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน

ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๔๖ ซึ่งเป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องปฏิบัติตาม มิใช่เป็นเรื่องตกลงประนีประนอมยอมความกัน และเป็นคนละกรณีกับกรณีที่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ชี้ขาดให้นายจ้างจายค่าเสียหายให้แก่ลูกจ้างตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔๑ (๔) จึงจะนำค่าชดเชยที่โจทก์จ่ายให้ ช. ไปแล้ว มาหักออกจากค่าเสียหายไม่ได้ คำสั่งที่ ๑/๒๕๑๙ ของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ชอบด้วยกฎหมาย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย ทรัพยวณิช · ยงยุทธ เลอลภ · ประเสริฐ วราภรณ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายธรรมนิตย์ วิชญเนตินัย
ศาลอุทธรณ์ - นายสนั่น เกิดลาภผล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้