คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องจำเลยขอแบ่งมรดกที่บ้านมีโฉนดตราจองและที่นาอีก ๑ แปลง คนละ ๑ ใน ๓ ส่วน
จำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยได้ครอบครองมาฝ่ายเดียว คดีขาดอายุความมรดก ในวันชี้สองสถาน โจทก์ถอนฟ้องเฉพาะที่นา คงพิพาทกันเฉพาะที่บ้าน ซึ่งรับกันว่าเป็นมรดกของนางริดมารดาโจทก์จำเลย นางรินตายมาได้ ๑๘ ปีแล้ว
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยได้ครอบครองที่บ้านมรดกมาฝ่ายเดียว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่านายแป้ะโจทก์ ไม่ได้ครอบครองที่พิพาท ส่วนนางหลิมโจทก์ เคยอยู่กับนางริดมารดาที่เรือนมารดาในที่พิพาท นางริดตายมาราว ๑๘ ปีแล้ว เมื่อนางริดตายราว ๔-๕ เดือน พวกลูก ๆ ได้ตกลงรื้อเรือนถวายวัด นางหลิมโจทก์คงอาศัยอยู่ที่เรือนรายเช้าจำเลย ซึ่งปลูกอยู่ติดต่อกับเรือนนางริดในที่ดินพิพาทนั้นเอง อยู่ได้ราว ๗-๘ เดือน ก็ไปอยู่จังหวัดเพชรบูรณ์ เพิ่งจะกลับมาเมื่อราวเดือน ๓-๔ พ.ศ. ๒๔๙๘ แล้วเกิดคดีฟ้องร้องกันระหว่างโจทก์จำเลยเมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๔๙๘
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การที่นางหลิมโจทก์อยู่เรือนมารดามาอีกหลายเดือนนับแต่มารดาตาย แล้วอยู่ที่เรือนนายเช้าจำเลยในที่พิพาทอีก รวมอยู่ได้ราวปีเศษจึงไปอยู่จังหวัดเพชรบูรณ์นั้น นับว่านางหลิมได้ครอบครองที่พิพาทอันเป็นทรัพย์มรดกมากับนายเช้าด้วยกันในตอนแรก ฉะนั้น นางหลิมโจทก์กับนายเช้าจึงมีฐานะเป็นเจ้าของทรัพย์มรดกร่วมกันมา การมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในเบื้องต้นต้องถือว่าได้ครอบครองไว้แทนกันตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๕๙ เจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมฝ่ายหนึ่งจะอ้างอำนาจครอบครองเป็นปรปักษ์ได้ก็ต่อเมื่อได้แจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบว่าไม่มีเจตนาจะยึดทรัพย์สินนั้นแทนต่อไป ดังนี้บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๑ แต่คดีนี้ไม่ปรากฏว่านายเช้าจำเลยได้แจ้งให้นางหลิมทราบว่าตนจะครองครองที่พิพาทไว้เป็นปรปักษ์เพื่อตนโดยเฉพาะ
ดังนี้ ในระหว่างที่นางหลิมไปอยู่จังหวัดเพชรบูรณ์ จึงถือว่านายเช้าได้ครอบครองไว้แทนในฐานะเป็นเจ้าของร่วม คดีสำหรับนางหลิมยังไม่ขาดอายุความ เมื่อนางหลิมและนายเช้าคงเป็นผู้รับมรดกนางริดมารดาอยู่เพียง ๒ คน นางหลิมจึงมีสิทธิได้รับทรัพย์พิพาท ๑ ใน ๒ ส่วน แต่ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ตามคำขอท้ายฟ้องของนางหลิม ๆ ขอส่วนได้เพียง ๑ ใน ๓ ส่วน ฉะนั้น ศาลจะพิพากษาให้เกินคำขอไม่ได้
ผลคำพิพากษา
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้แบ่งทรัพย์ที่พิพาทให้นางหลิมโจทก์ตามคำขอ ๑ ใน ๓ ส่วน