Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2589/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เจ้าพนักงานประเมินได้ออกหมายเรียกหุ้นส่วนผู้จัดการโจทก์ไปให้ถ้อยคำและให้นำบัญชีและเอกสารหรือหลักฐานประกอบการลงบัญชีมาแสดงเพื่อตรวจสอบไต่สวนตาม ป.รัษฎากร มาตรา 19 ผู้แทนโจทก์ไปให้ถ้อยคำ แต่ไม่นำบัญชีและเอกสารมาให้ตรวจสอบ อ้างว่าบัญชีและเอกสารหรือหลักฐานประกอบการลงบัญชีถูกปลวกกัดกินเสียหายหมด ดังนี้ เมื่อพยานหลักฐานโจทก์รับฟังไม่ได้ดังที่กล่าวอ้างเจ้าพนักงานประเมินจึงมีอำนาจประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลของโจทก์ในอัตราร้อยละ 5 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ หรือยอดขายก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ตามมาตรา 71(1) ได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 19 ป.รัษฎากร มาตรา 71

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัดในช่วงปี 2520-2521 โจทก์เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ของบริษัทไทยฮีโน่มอเตอร์เซลล์ จำกัด จำหน่ายรถยนต์อยู่ 2 ปีปละได้เสียภาษีไว้ถูกต้องแล้วได้เลิกกิจการ ต่อมาเจ้าพนักงานประเมินในสังกัดของจำเลยที่ 1 ได้ประเมินให้โจทก์ชำระภาษีปี 2520 เพิ่มจำนวน2,396,981.46 บาท ปี 2521 จำนวน 368,575 บาท โจทก์จึงอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ซึ่งเป็นกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้วินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์โจทก์ โดยอ้างเหตุว่าโจทก์ไม่สามารถหาพยานหลักฐานต่าง ๆ ทางบัญชีมาส่งมอบต่อเจ้าพนักงานได้ โจทก์เห็นว่าการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ไม่ชอบ การที่เจ้าพนักงานประเมินจะใช้อำนาจตามมาตรา 71(1)

แห่งประมวลรัษฎากรกำหนดให้โจทก์เสียภาษีในอัตราร้อยละ 5 ของยอดขายก่อนหักค่าใช้จ่ายจะต้องเป็นกรณีที่โจทก์ไม่ยื่นรายการซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการคำนวณภาษี หรือมิได้ทำบัญชี หรือทำไม่ครลหรือไม่นำบัญชีเอกสารหรือหลักฐานอื่นมาให้เจ้าพนักงานประเมินทำการไต่สวน แต่กรณีของโจทก์เป็นกรณีที่โจทก์ได้ยื่นเสียภาษีและทำบัญชีหรือเอกสารครบถ้วนแล้วต่อมาโจทก์หยุดประกอบกิจการทุกอย่างเป็นนิติบุคคลร้างเอกสารที่เก็บไว้สูญหายถูกปลวกกัดทำลายไป จึงเป็นกรณีที่เอกสารสูญหายและถูกทำลาย เจ้าพนักงานประเมินจึงไม่มีอำนาจประเมินตามมาตรา71(1) จะต้องประเมินตามมาตรา 64, 65 ทวิ และ 65 ตรี ขอให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับท้องที่จังหวัดชลบุรี

เลขที่ 20 14/1/00925-00926 ลงวันที่ 9 มีนาคม2527 รวม 2 ฉบับ และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เลขที่ กค.0842/1263 ลงวันที่ 4 พฤษภาคม 2531 โดยให้ประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลตามาตรา 65, 65 ทวิ และ 65 ตรีหรือขอให้ลดหรืองดเงินเพิ่มตาม มาตรา 22 หรือ 26 หรือเสียค่าปรับตาม มาตรา 89 แห่งประมวลรัษฎากรจำเลยทั้งสี่ให้การว่า โจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี 2520-2521 และชำระภาษีตามรายการที่ยื่นไว้แล้ว ต่อมาเจ้าพนักงานประเมินมีเหตุอันควรเชื่อว่าโจทก์ยื่นเสียภาษีไว้ไม่ถูกต้องจึงได้ดำเนินการตรวจสอบถือได้ว่าเป็นการใช้อำนาจตามมาตรา 19 แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อดจทก์รับหมายเรียกแล้วไม่นำบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีมาส่งมอบให้เจ้าพนักงานเพื่อตรวจสอบ

เจ้าพนักงานประเมินจึงมีอำนาจตามมาตรา 71(1)ประเมินภาษีในอัตราร้อยละ 5 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆเมื่อพฤติการณ์ของโจทก์เข้าเกณฑ์ที่จะต้องใช้ประมวลรัษฎากรมาตรา 91, 71(1) แล้ว ก็ไม่มีเหตุที่เจ้าพนักงานประเมินจะต้องนำมาตรา 65, 65 ทวิ และ 65 ตรี มาใช้ในการประเมิน การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยมีว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ข้อเท็จจริงรับกันฟังได้ว่า เจ้าพนักงานประเมินได้ออกหมายเรียกหุ้นส่วนผู้จัดการโจทก์ไปให้ถ้อยคำ และสั่งให้นำบัญชีและเอกสารหรือหลักฐานประกอบการลงบัญชีมาแสดงเพื่อตรวจสอบไต่สวนตามประมวลรัษฎากร มาตรา 19 ผู้แทนโจทก์ได้ไปให้ถ้อยคำ แต่ไม่นำบัญชีและเอกสารหรือหลักฐานประกอบการลงบัญชีมาให้ตรวจสอบ เจ้าพนักงานประเมินจึงได้ประเมินภาษีของโจทก์ในอัตราร้อยละ 5 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ หรือยอดขายก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 71(1) โจทก์อุทธรณ์ว่าเหตุที่โจทก์ไม่นำบัญชีและเอกสารหรือหลักฐานประกอบการลงบัญชีมาให้เจ้าพนักงานประเมินทำการตรวจสอบตามหมายเรียก

เพราะบัญชีและเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวไม่มีอยู่ในมือของโจทก์เนื่องจากถูกปลวกกัดกินเสียหายไปหมด เจ้าพนักงานประเมินจึงต้องถือปฏิบัติตามหนังสือกรมสรรพากรที่ กค. 0804/18147ลงวันที่ 11 กันยายน 2523 เรื่องหลักเกณฑ์การคำนวณกำไรสุทธิกรณีสมุดบัญชีเอกสารหรือหลักฐานประกอบการลงบัญชีถูกไฟไหม้สูญหายหรือเสียหายจึงไม่ชอบที่เจ้าพนักงานประเมินจะประเมินภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 71(1) ได้ ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยจึงมีว่าบัญชีและเอกสารหรือหลักฐานประกอบการลงบัญชีของโจทก์ถูกปลวกกัดกินทำลายเสียหายไปหมดจริงหรือไม่...พยานหลักฐานโจทก์ไม่มีน้ำหนักรับฟังไม่ได้ว่าบัญชีและเอกสารหรือหลักฐานประกอบการลงบัญชีของโจทก์ถูกปลวกกัดกินเสียหายหมด

ดังนั้นการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลของโจทก์ในกรณีเช่นนี้ เจ้าพนักงานประเมินจึงไม่จำต้องถือปฏิบัติตามหนังสือกรมสรรพากรที่ กค.0804/18147 ลงวันที่ 11กันยายน 2523 เรื่องหลักเกณฑ์การคำนวณกำไรสุทธิ กรณีสมุดบัญชีเอกสรรหรือหลักฐานประกอบการลงบัญชีถูกไฟไหม้สูญหายหรือเสียหายแต่อย่างใด แต่มีอำนาจประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลของโจทก์ในอัตราร้อยละ 4 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ หรือยอดขายก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ตามมาตรา 71(1) แห่งประมวลรัษฎากรได้ การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ที่ศาลภาษีอากรพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประจักษ์ พุทธิสมบัติ · ก้าน อันนานนท์ · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9150/2560

บทบัญญัติแห่ง ป.รัษฎากร มิได้ห้ามเจ้าพนักงานประเมินแก้ไขการออกหมายเรียกที่ผิดพลาดให้ถูกต้องได้ เจ้าพนักงานประเมินยกเลิกหมายเรียกฉบับเดิมและออกหมายเรียกฉบับใหม่ เพราะเห็นว่าหมายเรียกฉบับเดิมมีข้อบกพร่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2549

ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าไม่สามารถแสดงใบกำกับภาษีได้ เนื่องจาก อ. ไม่ยอมส่งมอบบัญชีและเอกสารคืนโจทก์ และโจทก์ไม่สามารถขอใบแทนใบกำกับภาษีจากผู้ออกใบกำกับภาษีได้เพราะโจทก์ไม่ทราบว่ามีใบกำกับภาษีอะไรบ้างนั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9302/2547

หลังจากจำเลยที่ 1 ได้ออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีให้กรรมการโจทก์ไปพบและส่งบัญชีพร้อมทั้งเอกสารไปให้ตรวจสอบ โจทก์ส่งสมุดบัญชีแยกประเภทไปให้จำเลยที่ 1 เพียง 1 เล่ม และผู้รับมอบอำนาจโจทก์ได้แจ้งต่อเจ้าพนักงาน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7826/2543

การที่จำเลยไม่มาพบและส่งบัญชีเอกสารสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2537 ทำให้เจ้าพนักงานของโจทก์ไม่สามารถคำนวณกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวได้ เจ้าพนักงานประเมินจึงอาศัยอำนาจตาม ป. รัษฎากรมาตรา 71 (1)…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1038/2541

ป.รัษฎากรได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานประเมินกับคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ต่างหากจากกัน โดยเริ่มแรกหากเจ้าพนักงานประเมินมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ใดแสดงรายการตามแบบที่ยื่นไว้ไม่ถูกต้องตรงความเป็นจร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้