Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2589/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ทางน้ำพิพาทในที่นาของโจทก์ซึ่งเกิดขึ้นจากน้ำในร่องน้ำกุดปลาค้าวที่อยู่ทางทิศตะวันตกนาโจทก์ไหลซัดเซาะเข้า มาในนาของโจทก์เมื่อประมาณ 16 ปีมานี้ แล้วไหลผ่านนาโจทก์ไปทางทิศตะวันออกเป็นทางน้ำคดเคี้ยวไปจดลำห้วยหนองขอนกลองซึ่งอยู่นอกที่นาของโจทก์นั้น เป็นทางน้ำที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ แม้กำเนิดของทางน้ำจะอยู่นอกเขตที่นาของโจทก์ก็ต้องเป็นของโจทก์ ทางน้ำดังกล่าวจะเป็นทางน้ำสาธารณะได้ก็โดยโจทก์อุทิศให้แก่ทางการโดยตรงหรือโดยปริยาย การที่ประชาชนปล่อยสัตว์พาหนะลงกินน้ำที่ทางน้ำพิพาทยังถือไม่ได้ว่าเป็นการอุทิศโดยปริยาย ทั้งไม่เข้าลักษณะเป็นทางน้ำสาธารณะโดยสภาพตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 (2) เพราะไม่ปรากฏว่าเป็นทางน้ำที่ประชาชนใช้สัญจรไปมา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์มีนา ๑ แปลง เนื้อที่ ๒๔ ไร่ ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือมีร่องน้ำกุดปลาค้าวไหลมาจากทางทิศใต้ขนานกับทางหลวงและไหลผ่านนาโจทก์ไปทางทิศตะวันออกแล้วไหลโค้งไปทางเหนือสู่ลำห้วยยาม เมื่อประมาณ ๑๖ ปีมาแล้ว โจทก์สร้างทำนบกั้นร่องน้ำกุดปลาค้าวตรงที่ต่อ (ไหลตก) ลำห้วยยามเพื่อเอาน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งเป็นเหตุให้น้ำในร่องน้ำกุดปลาค้าวเปลี่ยนทางเดินตอนที่อยู่ไกลทำนบโจทก์ ประมาณ ๒ เส้น ผ่านนาฟางโจทก์ไปทางด้านทิศตะวันออก นาฟางโจทก์ถูกน้ำซัดเซาะที่ละน้อยเป็นเวลาหลายปีจนที่นาโจทก์ฟังออกเป็นวงกว้าง ยาว และลึกมากออกไปทุก ๆ ปี ขณะนี้กว้างประมาณ ๕ ถึง ๑๐ วา ยาวประมาณ ๓ เส้น ลึกประมาณ ๑ ศอกถึง ๒ - ๓ วา โจทก์เรียกว่านาไร่โสกมีเนื้อที่ ๑ ไร่ครึ่ง

โจทก์เปลี่ยนนาไร่โสกเป็นที่เก็บน้ำไว้ใช้ในการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ชนิดต่าง ๆ และมีรายได้จากการนี้ไม่ต่ำกว่าปีละ ๕,๐๐๐ บาท โจทก์เป็นเจ้าของครอบครองนาไร่โสกนี้เพื่อตนโดยเปิดเผยติดต่อกันตลอดมานานประมาณ ๑๖ ปีแล้ว และไม่เคยสละให้เป็นทรัพย์ของแผ่นดิน ประมาณต้นปีกลายนี้จำเลยทั้งสามว่านาไร่โสกของโจทก์เป็นหนองน้ำสาธารณประโยชน์ ชักชวนราษฎรในหมู่บ้านลงไปจับสัตว์น้ำและเก็บเอาพืชผลต่าง ๆ ไปเป็นของตนแทบทุกวัน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้ศาลพิพากษาว่านาไร่โสกหรือที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องทรัพย์พิพาทอีกต่อไป ให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ปีละ ๕,๐๐๐ บาท นับแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๙ จนกว่าจะถึงปีที่จำเลยและบริวารเลิกเข้าไปเกี่ยวข้องในทรัพย์พิพาท

จำเลยทั้งสามให้การว่า ที่พิพาทที่โจทก์อ้างว่าเป็นนาไร่โสกหาใช่นาโจทก์ไม่ แต่เป็นทางน้ำสาธารณะคือหนองโสก นายแก้ว ศิลารักษ์ ได้ซื้อนาพิพาทจากโจทก์แล้ว ได้เรี่ยไรเงินจากเจ้าของนาใกล้เคียงทำทำนบปิดกั้นปากน้ำห้วยกุดปลาค้าว เพื่อให้น้ำไหลลงสู่หนองโสก หนองขอนกลอง แล้วนายแก้วก็หวงห้ามมิให้ราษฎรลงจับสัตว์และเก็บพืชในหนองโสก โดยเจตนายึดถือเป็นเจ้าของ จำเลยที่ ๑ ซึ่งรักษาการแทนกำนันตำบลตาลโกนขณะนั้นได้รับคำร้องเรียนจากราษฎรจึงรายงานไปยังนายอำเภอสว่างแดนดินเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๑๗ นายอำเภอสืบสวนแล้วว่าที่พิพาทเป็นทางน้ำสาธารณะโดยสภาพมีมานานจึงไม่อนุญาตให้นายแก้วยึดถือเพื่อตนเองและให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันจึงมีคำสั่งประกาสให้ประชาชนทราบ

นายแก้วได้ทราบคำสั่งแล้วมิได้คัดค้านประการใดแต่ให้โจทก์มาฟ้องคดีนี้เพื่อหลีกเลี่ยงอายุความ จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ชักชวนราษฎรในหมู่บ้านให้ลงไปจับสัตว์น้ำและเก็บพืชผักในไร่นาโสกของโจทก์ ราษฎรลงจับปลาและเก็บพืชผลโดยถือเป็นทางน้ำสาธารณะโดยธรรมชาติโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและฟ้องขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้อง คดีนี้คู่ความไม่สืบพยานแต่แถลงรับข้อเท็จจริงกันว่าร่องน้ำกุดปลาค้าวอยู่ทางทิศตะวันตกนาโจทก์ ส่วนลำห้วยยามอยู่ทางเหนือทั้งร่องน้ำกุดปลาค้าวและลำห้วยยามต่างก็เป็นทางน้ำสาธารณะ ร่องน้ำกุดปลาค้าวมีน้ำไหลไปทางทิศตะวันออกผ่านที่พิพาทยาวประมาณ ๑๑๒ วา กว้างประมาณ ๑๐ วาเศษ มีลักษณะเป็นทางน้ำธรรมชาติทะลุออกทางหนองขอนกลองและไหลเลยไปตามทางน้ำไปตกลำน้ำยาม

ลำน้ำ (ห้วย) ยามยาวมากน้ำในลำห้วยไหลเลยไปลงแม่น้ำโขง เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๕๐๔ โจทก์จำเลยและชาวบ้านช่วยกันทำทำนบปิดกั้นปากร่องน้ำกุดปลาค้าวติดกับลำห้วยยามกว้างประมาณ ๘.๑๐ เมตร ยาวประมาณ ๒๐ เมตร เพื่อกั้นน้ำ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นทางน้ำสาธารณะโดยสภาพไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นเรื่องค่าเสียหาย พิพากษายกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อทางน้ำพิพาทเกิดขึ้นโดยธรรมชาติในที่นาของโจทก์แม้กำเนิดของทางน้ำจะอยู่นอกเขตที่นาของ โจทก์ก็ต้องเป็นของโจทก์ การที่ประชาชนหลายหมู่บ้านปล่อยสัตว์พาหนะลงกินน้ำที่ทางน้ำพิพาทเช่นเดียวกับร่องน้ำกุดปลาค้าว แต่ก็ไม่ได้ความว่าประชาชนเหล่านั้นปล่อยสัตว์ลงกินน้ำมาเป็นเวลานานเท่าใด ถึงอย่างไรก็ดีกรณีเช่นนี้มิได้หมายความว่าทางน้ำพิพาทในนาของโจทก์จะกลายเป็นทางน้ำสาธารณะเพราะเหตุดังกล่าวนั้น ที่จะเป็นทางน้ำสาธารณะได้คือโจทก์อุทิศให้แก่ทางการโดยตรงหรือโดยปริยายเท่านั้น และการที่ประชาชนปล่อยสัตว์พาหนะลงกินน้ำที่ทางน้ำพิพาทยังถือไม่ได้ว่าเป็นการอุทิศโดยปริยาย ทั้งไม่เข้าลักษณะเป็นทางน้ำสาธารณะโดยสภาพตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ (๒) เพราะไม่ปรากฏว่าเป็นทางน้ำที่ประชาชนใช้สัญจรไปมา

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับเป็นว่าทางน้ำพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามมิให้จำเลยและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องอีกต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แถม ดุลยสุข · ถนอม ครูไพศาล · สุจริต เสถียรกาล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสกลนคร - นายสุรวิทย์ หิรัญคำ
ศาลอุทธรณ์ - นายประการ กาญจนศูนย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 367/2568

แม้ที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านพิพาทไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทที่ดินรกร้างว่างเปล่า ตาม ป.พ.พ. 1304 (1) ซึ่งราษฎรที่เข้ายึดถือครอบครองอยู่ไม่มีสิทธิครอบครองโดยชอบด้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 717482)

ที่ดินพิพาทในส่วนที่อ้างว่างอกจากที่ดินของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ที่ 6 และที่ 7 มีสภาพเป็นพื้นที่หาดทรายทั้งแปลง และที่ดินพิพาทในส่วนที่อ้างว่างอกจากที่ดินของโจทก์ที่ 11 ถึงที่ 16 มีสภาพเป็นพื้นที่หาดทรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5661/2567

แบบขออนุญาตสร้างทางเป็นเพียงแบบพิมพ์ แม้จำเลยที่ 1 ไม่ได้นำพนักงานเจ้าหน้าที่มาเบิกความรับรองนั้น แต่ในชั้นพิจารณาโจทก์มิได้คัดค้านการนำเอกสารดังกล่าวมาสืบ จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 699740)

เมื่อที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิที่ดินมิได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใด ให้ถือว่าเป็นของรัฐ ตาม ป.ที่ดิน มาตรา 2 และแม้หากที่ดินพิพาทจะพ้นจากการเป็นที่ชายตลิ่งไปโดย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2911/2566

แม้ ผ. จะมีชื่อเป็นผู้รับโอนสิทธิครอบครองที่พิพาทร่วมกับ ม. ตามคำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 613/2531 ของศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2531 แต่ต้องถือว่าเป็นการครอบครองทำประโยชน์ในฐานะเจ้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้