Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2584/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) บัญญัติห้ามเฉพาะการขอสืบพยานบุคคลประกอบข้ออ้างว่ายังมีข้อความเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อความในเอกสาร เมื่อมีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงเท่านั้น การที่ผู้คัดค้านร่วมนำสืบกรรมการของผู้คัดค้านร่วมเป็นพยานประกอบสำเนาเช็คทั้งสี่ฉบับว่า ผู้คัดค้านร่วมชำระราคาที่ดินพิพาทที่ซื้อขายให้แก่จำเลยที่ 2 ต่างไปจากราคาที่ระบุไว้ในหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดิน เป็นการนำสืบถึงข้อความจริงว่าผู้คัดค้านร่วมซื้อทรัพย์พิพาทจากจำเลยที่ 2 มาในราคาเท่าใด มิใช่เป็นการนำสืบเพื่อให้บังคับตามสัญญาซื้อขายจึงไม่ต้องด้วยหลักกฎหมายปิดปากและไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) การซื้อขายทรัพย์พิพาทระหว่างจำเลยที่ 2 และผู้คัดค้านร่วมได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 456 ดังนี้ การซื้อขายทรัพย์พิพาทโดยไม่ระบุราคาซื้อขายอันแท้จริงลงในหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินไม่ตกเป็นโมฆะ การที่ผู้คัดค้านร่วมกับจำเลยที่ 2 ระบุราคาซื้อขายทรัพย์พิพาทต่ำกว่าราคาซื้อขายที่แท้จริงลงในหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดิน แม้จะเป็นการหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม แต่ไม่เป็นข้อเท็จจริงที่แสดงว่าการโอนทรัพย์พิพาทได้กระทำโดยไม่สุจริตตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 114(เดิม)

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองล้มละลาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลาย ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ผู้คัดค้านดำเนินการขอเพิกถอนการโอนที่ดินพร้อมตึกสามชั้น อันเป็นทรัพย์พิพาทระหว่างจำเลยที่ 2 กับบริษัทศรียนต์พัฒนา(1978) จำกัด ผู้รับโอนซึ่งได้กระทำการโอนกันในระหว่างระยะเวลา 3 ปี ก่อนมีการขอให้จำเลยที่ 2 ล้มละลายผู้คัดค้านสอบสวนแล้วมีคำสั่งไม่ดำเนินการขอเพิกถอนการโอนทรัพย์พิพาทผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของผู้คัดค้านที่ไม่เพิกถอนการโอนทรัพย์พิพาทระหว่างจำเลยที่ 2 กับบริษัทศรียนต์พัฒนา(1978) จำกัด เพราะจำเลยที่ 2 จดทะเบียนโอนขายทรัพย์พิพาทให้แก่บริษัทศรียนต์พัฒนา(1978) จำกัด ในราคา 1,300,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมาก

ถือไม่ได้ว่าบริษัทศรียนต์พัฒนา (1978) จำกัด รับโอนโดยสุจริต ส่วนที่ผู้คัดค้านสอบสวนได้ความว่า จำเลยที่ 2 กับบริษัทศรียนต์พัฒนา (1978) จำกัด ซื้อขายทรัพย์พิพาทในราคา 2,000,000 บาท เป็นการฟังพยานบุคคลเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 และที่บริษัทศรียนต์พัฒนา (1978) จำกัด กล่าวอ้างว่าซื้อขายทรัพย์พิพาทในราคา 2,000,000 บาท ก็มิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน จึงตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 การที่ผู้คัดค้านฟังข้อเท็จจริงว่าทรัพย์พิพาทซื้อขายกันในราคา 2,000,000 บาท นอกเหนือไปจากหนังสือสัญญาขายที่ดินจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้คัดค้านต้องฟังตามราคาซื้อขายที่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นการซื้อขายกันในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงและเป็นการโอนกันโดยไม่สุจริต

ขอให้กลับคำสั่งผู้คัดค้านโดยให้ผู้คัดค้านดำเนินการขอเพิกถอนการโอนทรัพย์พิพาทระหว่างจำเลยที่ 2 กับบริษัทศรียนต์พัฒนา (1978) จำกัดผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า การฟังพยานบุคคล พยานเอกสารและหลักฐาน ต่าง ๆ ประกอบกันเพื่อทราบราคาซื้อขายทรัพย์พิพาทที่แท้จริงว่าเป็นราคาเท่าใดไม่ใช่เป็นการฟังพยานบุคคลเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร การโอนทรัพย์พิพาทจึงมีค่าตอบแทนที่เหมาะสมแล้ว ไม่ทำให้เจ้าหนี้คดีนี้เสียหาย นอกจากนี้ไม่ปรากฏพฤติการณ์ใด ๆ แสดงให้เห็นว่าการโอนมีพิรุธหรือสมยอมกัน ทั้งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงแสดงให้เห็นว่าบริษัทศรียนต์พัฒนา (1978) จำกัด ได้รู้เท่าถึงข้อความจริงว่าการรับโอนทรัพย์พิพาททำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ เมื่อข้อเท็จจริงตามทางสอบสวนได้ความว่า การโอนทรัพย์พิพาทได้กระทำโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนเหมาะสมกับราคาทรัพย์พิพาทแล้ว จึงไม่มีเหตุเพิกถอนการโอน ขอให้ยกคำร้องระหว่างพิจารณา บริษัทศรียนต์พัฒนา (1978) จำกัด ผู้รับโอน ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นผู้คัดค้านร่วม

ศาลชั้นต้นอนุญาตผู้คัดค้านร่วมยื่นคำคัดค้านว่า การที่ผู้คัดค้านฟังข้อเท็จจริงว่าการโอนทรัพย์พิพาทมีค่าตอบแทน 2,000,000 บาท แตกต่างไปจากที่ระบุไว้ในหนังสือสัญญาขายที่ดินนั้น ไม่มีบทกฎหมายใดห้ามมิให้รับฟัง และไม่มีบทบัญญัติใดบังคับว่าในการจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานหากแจ้งราคาซื้อขายไม่ตรงกับความเป็นจริงแล้วหนังสือสัญญาขายที่ดินตกเป็นโมฆะ และราคาซื้อขายทรัพย์พิพาทที่แท้จริงก็สูงกว่าราคาประเมินของสำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดี จึงเป็นราคาที่เหมาะสมแล้วทั้งการโอนก็ได้กระทำโดยสุจริต ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่ผู้ร้องฎีกาว่า หนังสือสัญญาขายที่ดินตามสำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดินเอกสารหมาย ร.1 ระบุว่าจำเลยที่ 2 ขายทรัพย์พิพาทให้แก่ผู้คัดค้านร่วมในราคา 1,300,000 บาท จึงต้องฟังราคาซื้อขายทรัพย์พิพาทตามที่ระบุไว้ในหนังสือสัญญาขายที่ดินที่จดทะเบียนไว้เท่านั้น เพราะหนังสือสัญญาขายที่ดินที่จดทะเบียนดังกล่าวมีผลผูกพันคู่สัญญาตามหลักกฎหมายปิดปากการที่ผู้คัดค้านร่วมนำสืบว่าซื้อทรัพย์พิพาทมาในราคา 2,000,000 บาท โดยราคาดังกล่าวไม่ได้ทำเป็นหนังสือจึงเป็นโมฆะและรับฟังไม่ได้ ทั้งเป็นการนำสืบพยานบุคคลเพื่อแก้ไขหนังสือสัญญาขายที่ดินดังกล่าว ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84(ข) นั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข)

บัญญัติห้ามเฉพาะการขอสืบพยานบุคคลประกอบข้ออ้างว่ายังมีข้อความเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อความในเอกสาร เมื่อมีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงเท่านั้น แต่การที่ผู้คัดค้านร่วมนำสืบนายมนตรี อัศวาจารย์ และนางพรพิไล วงศ์กิตติโชติ กรรมการของผู้คัดค้านร่วมเป็นพยานประกอบสำเนาเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สำนักพลับพลาไชย สำเนาแคชเชียร์เช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สำนักพลับพลาไชย สำเนาบัญชีกระแสรายวันธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สำนักพลับพลาไชยและสำเนาบัญชีกระแสรายวันธนาคารศรีนคร จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ เอกสารหมาย ค.6, ค.7 และ ค.13 ว่าผู้คัดค้านร่วมชำระราคาทรัพย์พิพาทที่ซื้อขายให้แก่จำเลยที่ 2 เป็นจำนวนเงิน 2,000,000 บาท เป็นการนำสืบถึงข้อความจริงว่าผู้คัดค้านร่วมซื้อทรัพย์พิพาทจากจำเลยที่ 2 มาในราคาเท่าใด

มิใช่เป็นการนำสืบเพื่อให้บังคับตามสัญญาซื้อขายจึงไม่ต้องด้วยหลักกฎหมายปิดปากและไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) แม้ทรัพย์พิพาทจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ แต่การซื้อขายทรัพย์พิพาทระหว่างจำเลยที่ 2 และผู้คัดค้านร่วมได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 ดังนี้ การซื้อขายทรัพย์พิพาทโดยไม่ระบุราคาซื้อขายอันแท้จริงลงในหนังสือสัญญาขายที่ดินที่จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินจึงไม่ตกเป็นโมฆะ และการที่ผู้คัดค้านร่วมกับจำเลยที่ 2 ระบุราคาซื้อขายทรัพย์พิพาทต่ำกว่าราคาซื้อขายที่แท้จริงลงในหนังสือสัญญาขายที่ดินนั้น แม้จะเป็นการหลีกเลี่ยงภาษีและค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมก็ตาม แต่ไม่เป็นข้อเท็จจริงที่แสดงว่าการโอนทรัพย์พิพาทระหว่างจำเลยที่ 2 ผู้โอน และผู้คัดค้านร่วมผู้รับโอนได้กระทำโดยไม่สุจริตตามที่พระราชบัญญัติล้มละลาย

พ.ศ. 2483 มาตรา 114(เดิม) มุ่งหมายบัญญัติไว้ เมื่อผู้ร้องไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าผู้คัดค้านร่วมรับโอนทรัพย์พิพาทไม่สุจริตอย่างไร ทั้งมิได้นำสืบโต้แย้งราคาซื้อขายทรัพย์พิพาทตามที่ผู้คัดค้านได้ความจากทางสอบสวนว่าไม่ถูกต้องแต่ผู้คัดค้านและผู้คัดค้านร่วมนำสืบนายมนตรีและนางพรพิไลเป็นพยานยืนยันว่าผู้คัดค้านร่วมซื้อทรัพย์พิพาทมาในราคา 2,000,000 บาท โดยนายมนตรีสั่งจ่ายเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สำนักพลับพลาไชย จำนวนเงิน200,000 บาท ตามสำเนาเช็คเอกสารหมาย ค.6 เป็นค่าวางมัดจำ นอกจากนี้ผู้คัดค้านร่วมโดยนายมนตรี ยังสั่งจ่ายเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)สำนักพลับพลาไชย จำนวนเงิน 1,487,607 บาท ให้นางพรพิไลซื้อแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายธนาคารศรีนคร

จำกัด (มหาชน) ให้จำเลยที่ 2 เพื่อชำระหนี้และไถ่ถอนจำนองทรัพย์พิพาทจากธนาคารศรีนคร จำกัด (มหาชน) ตามสำเนาเช็คและสำเนาแคชเชียร์เช็คเอกสารหมาย ค.7 ซึ่งเช็คค่าวางมัดจำเช็คที่สั่งจ่ายเพื่อซื้อแคชเชียร์เช็ค และแคชเชียร์เช็คได้มีการเรียกเก็บเงินไปแล้ว ตามสำเนาบัญชีกระแสรายวันธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สำนักพลับพลาไชย และสำเนาบัญชีกระแสรายวันธนาคารศรีนคร จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ เอกสารหมาย ค.7 และ ค.13 สำหรับราคาทรัพย์พิพาทส่วนที่เหลือชำระเป็นเงินสด 312,393 บาท พยานหลักฐานของผู้คัดค้านและผู้คัดค้านร่วมจึงฟังได้ว่า การโอนทรัพย์พิพาทมีค่าตอบแทน2,000,000 บาท เมื่อราคาประเมินทรัพย์พิพาท ในปี 2531 อันเป็นระยะเวลาที่จำเลยที่ 2 โอนทรัพย์พิพาทให้แก่ผู้คัดค้านร่วมมีราคา 1,678,788 บาท ตามที่สำนักงานวางทรัพย์กลาง

กรมบังคับคดีประเมินราคาไว้ ดังนั้น ราคาซื้อขายทรัพย์พิพาทจึงสูงกว่าราคาประเมิน ถือได้ว่าเป็นราคาซื้อขายที่เหมาะสม ในขณะที่ผู้คัดค้านร่วมรับโอนทรัพย์พิพาทแล้ว จึงเห็นว่า พยานหลักฐานที่ผู้คัดค้านและผู้คัดค้านร่วมนำสืบมานั้นสามารถแสดงให้พอใจได้ว่าการโอนทรัพย์พิพาทได้กระทำโดยสุจริต ที่ผู้คัดค้านมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องที่ให้ดำเนินการขอเพิกถอนการโอนทรัพย์พิพาท และที่ศาลล่างทั้งสองให้ยกคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อภิศักดิ์ พรวชิราภา · จำลอง สุขศิริ · พิชัย เตโชพิทยากูล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้