Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2581/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยที่ 2 เป็นมารดาของจำเลยที่ 1 แต่มิได้อาศัยในบ้านที่เกิดเหตุร่วมกับจำเลยที่ 1 วันเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ร้องตะโกนบอกให้จำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่บนบ้านชั้นสอง ทราบว่ามีตำรวจมาและร่วมกันปิดประตูบ้านบนชั้นสองเท่านั้น พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะ รับฟังว่า จำเลยที่ 2 เป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่าย แต่การที่จำเลยที่ 2 ร้องตะโกนบอกให้จำเลยที่ 1 ทราบว่ามีตำรวจมาและร่วมกันปิดประตูบ้านบนชั้นสอง แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 บุตรชายของจำเลยที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่าย การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จำเลยที่ 1 ในการกระทำความผิด ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้จำเลยที่ 1 มีเมทแอมฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยที่ 2 เป็นเพียงผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดดังกล่าว ศาลฎีกาก็พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานเป็นผู้สนับสนุนตามที่พิจารณาได้ความได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 83 ป.อ. มาตรา 86 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67, 102 ป.อ. มาตรา 83 และริบเมทแอมเฟตามีน ถุงพลาสติก และเทปพลาสติกสีดำของกลาง จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคหนึ่ง ป.อ. มาตรา 83 ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 18 ปี คำรับสารภาพของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตาม ป.อ. มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 9 ปี คำรับสารภาพ ชั้นจับกุมของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 12 ปี ริบเมทแอมเฟตามีน ถุงพลาสติกและเทปพลาสติกสีดำของกลาง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดในฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุม จำเลยทั้งสองและยึดได้เมทแอมเฟตามีนจำนวน 950 เม็ด น้ำหนัก 84.560 กรัม คำนวณเป็นน้ำหนักสารบริสุทธิ์ได้ 26.290 กรัม เป็นของกลาง อีกทั้งคดียังฟังเป็นยุติตามคำรับสารภาพของจำเลยที่ 1 และคำพิพากษาศาลชั้นต้นซึ่ง จำเลยที่ 1 มิได้อุทธรณ์โต้เถียงว่า จำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจริง ตามฟ้อง

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 2 ได้ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า พยานผู้จับกุมทั้งสองเบิกความยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมกระทำความผิดของจำเลยทั้งสอง สอดคล้องต้องกัน อีกทั้งข้อนำสืบของจำเลยที่ 2 ที่เบิกความรับว่า ขณะที่จำเลยที่ 2 นั่งล้างจานอยู่ ได้ยินเสียงคนมา เรียกข้างห้องน้ำหลังบ้าน จำเลยที่ 2 เข้าใจว่าเป็นเพื่อนของจำเลยที่ 1 มาเรียก จำเลยที่ 2 จึงไปยืนเรียกจำเลยที่ 1 ที่หน้าบันไดบ้านบอกให้เปิดประตูนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่ขัดต่อเหตุผลอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพราะจำเลยทั้งสองเป็นแม่ลูกกัน จึงไม่มีเหตุผลอย่างยิ่งที่ขณะที่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นมารดากำลังล้างจานอยู่ที่ชั้นล่าง แต่จำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่บนบ้านจะต้อง

ปิดประตูบ้าน ถึงขนาดต้องร้องเรียกให้เปิดประตู แต่ข้อนำสืบที่ขัดต่อเหตุผลของจำเลยที่ 2 เช่นนี้ กลับเป็นการเจือสมกับทางนำสืบของพยานโจทก์ให้เชื่อได้ว่า ในวันดังกล่าวจำเลยที่ 2 ได้ร้องบอกให้จำเลยที่ 1 ทราบว่ามีตำรวจมา และจำเลยทั้งสองได้ปิดประตูบ้านบนชั้นสองกับได้มีการโยนเมทแอมเฟตามีนของกลางลงจากหน้าต่างบนชั้นสองของบ้านจริง พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักมั่นคงเพียงพอที่จะรับฟังได้เพียงว่า ในวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 2 เพียงแต่ ร้องตะโกนบอกให้จำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่บนบ้านชั้นสองทราบว่ามีตำรวจมาและร่วมกันปิดประตูบ้านบนชั้นสองเท่านั้น ซึ่งเมื่อวินิจฉัยประกอบคำเบิกความของนายชาตรี พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านท้องที่เกิดเหตุที่เบิกความตอบทนายจำเลยที่ 2 ถามค้านว่า

จำเลยที่ 2 เป็นลูกบ้านของพยาน เมื่อสามีเก่าของจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 2 มีสามีใหม่และไปอยู่กับสามีใหม่ที่ตำบลทัพหลวงประมาณ 3 ปี ซึ่งเจือสมกับทางนำสืบของจำเลยที่ 2 ด้วย แสดงว่าจำเลยที่ 2 มิได้พักอาศัยอยู่กับจำเลยที่ 1 ในบ้านที่เกิดเหตุพยานหลักฐานโจทก์จึงไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับฟังว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 จริงตามฟ้อง แต่การที่จำเลยที่ 2 ร้องตะโกนบอกให้จำเลยที่ 1 ทราบว่ามีตำรวจมาและร่วมกับจำเลยที่ 1 ปิดประตูบ้านบนชั้นสอง ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 บุตรชายของจำเลยที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย การกระทำของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จำเลยที่ 1 ในการกระทำความผิดดังกล่าวเข้าลักษณะเป็น

ผู้สนับสนุนให้จำเลยที่ 1 กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 86 และแม้คดีนี้โจทก์จะฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 แต่ทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 กระทำความผิดเพียงฐานเป็นผู้สนับสนุน ศาลฎีกาก็พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานเป็นผู้สนับสนุนตามที่พิจารณาได้ความได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหก

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง (เดิม), 66 วรรคสอง (เดิม) ประกอบ ป.อ. มาตรา 86 จำคุก 12 ปี คำรับสารภาพของจำเลยที่ 2 ในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 8 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 7.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธานิศ เกศวพิทักษ์ · วิชัย วิวิตเสวี · เกรียงชัย จึงจตุรพิธ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครปฐม - นายวิเทพ ศิริพากย์
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายอร่าม แย้มสอาด
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3280/2561

เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังยุติแล้วว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 นำรถยนต์ไปรับจำเลยที่ 1 ที่จังหวัดพะเยา โดยจำเลยที่ 2 เป็นคนขับ ส่วนจำเลยที่ 3 น้องชายของจำเลยที่ 1 นั่งโดยสารไปด้วย นับแต่รับจำเลยที่ 1 ที่จังหวั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 102/2561

ที่จำเลยฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเกิดในท้องที่สถานีตำรวจภูธรเมืองตาก พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสุโขทัยไม่มีอำนาจสอบสวน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เป็นการขอให้ศาลฎีกาเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษาศาลอุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6930/2561

จำเลยที่ 1 ข้ามเขตแดนไปสั่งซื้อเมทแอมเฟตามีน โดยจำเลยที่ 2 มีส่วนรู้เห็นเป็นอย่างดี ต้องถือว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดด้วย เมื่อจำเลยทั้งสองถูกเจ้าพนักงานควบคุมตัวไว้ก่อน ทำให้ไม่มีอิสระที่จะไปรับเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 712/2559

จำเลยที่ 2 สั่งซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางจาก อ. ชาวลาวให้ส่งเมทแอมเฟตามีนนั้นจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเข้ามาในประเทศไทย โดยไม่ได้ความว่าจำเลยที่ 2 กับ อ. เป็นพวกเดียวกันและได้วางแผนแบ่งหน้าที่กั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13926/2556

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 40 1/2 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าว คดีของจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนยุติตามคำพ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้