Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2580/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นหญิง รับราชการเป็นอาจารย์ โดยตำแหน่งหน้าที่ต้องพบปะผู้คนจำนวนมากแต่ต้องเสียบุคลิกภาพ ใบหน้าเสียโฉมเนื่องจากหนังตาแหว่งเห็นตาขาวมากกว่าปกติ ย่อมเป็นความทุกข์ทรมานที่โจทก์รู้สึกได้อยู่ตลอดเวลาตราบจนความเสียโฉมดังกล่าวจะได้รับการแก้ไข ค่าที่โจทก์ต้องทนทุกข์ทรมานกับค่าที่โจทก์ต้องสูญเสียบุคลิกภาพตั้งแต่จำเลยผ่าตัดโจทก์จนโจทก์ต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขถือเป็นความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 446 วรรคแรก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2538 จำเลยทำการผ่าตัดหนังตาล่างและหางตาให้โจทก์เพื่อดูดไขมันออก หลังการผ่าตัดปรากฏว่าหนังตาล่างของโจทก์ทั้งสองข้างหงายเบิกกว้างผิดปกติหลังจากตัดไหมแล้วหนังตาล่างทั้งสองข้างปิดไม่สนิททำให้โจทก์ได้รับความทรมาน โจทก์ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญทางศัลยกรรมตกแต่งผ่าตัดแก้ไขให้ การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายจำเลยต้องคืนค่าจ้างทำศัลยกรรม 25,000 บาท แก่โจทก์เนื่องจากจำเลยทำการผ่าตัดโดยขาดความชำนาญและประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์ต้องเสียค่าผ่าตัดแก้ไขอีก 90,000 บาท และผลจากการผ่าตัดของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจ หน้าเสียโฉมติดตัว ขอเรียกค่าเสียหายส่วนนี้ 300,000 บาท

หลังจากการผ่าตัดโจทก์ไม่สามารถทำงานพิเศษตามปกติเป็นเวลา 6 เดือน ขาดรายได้ไป 100,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าเสียหาย 515,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยทำการผ่าตัดให้โจทก์ประสบความสำเร็จด้วยดี มิได้กระทำโดยประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายจึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหาย ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องสูงเกินความเป็นจริงหากเกิดความเสียหายจริงค่าเสียหายไม่ควรเกิน 3,000 บาทจำเลยไม่มีภาระหน้าที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าเสียหาย230,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินค่าเสียหาย 30,000 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับโจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์ภาค 2 รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์มีสิทธิเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความที่เสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินจากจำเลยได้หรือไม่เพียงใด ในปัญหานี้โจทก์นำสืบและฎีกาว่า

หลังจากตัดไหมในวันที่ 17 เมษายน2538 แล้ว หนังตาล่างของโจทก์ทั้งสองข้างแหว่ง โดยเฉพาะข้างซ้ายแหว่งมากเห็นตาขาวมาก น้ำตาไหลและเวลาอาบน้ำน้ำเข้าตา มีอาการอักเสบต้องใช้ยาหลอดตาในช่วงได้รับการผ่าตัดแก้ไข โจทก์ต้องดมยาสลบเพราะได้รับความเจ็บปวดทรมานมาก เห็นว่า เมื่อจำเลยไม่แก้ฎีกาต่อสู้ให้เห็นเป็นอย่างอื่นประกอบกับข้อเท็จจริงรับฟังยุติแล้วว่าโจทก์ต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขเช่นนี้ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ตามฎีกาของโจทก์ดังกล่าว การที่โจทก์ซึ่งเป็นหญิงรับราชการตำแหน่งอาจารย์ โดยตำแหน่งหน้าที่จึงต้องพบปะผู้คนจำนวนมาก แต่ต้องเสียบุคลิกภาพใบหน้าเสียโฉมเนื่องจากหนังตาแหว่งเห็นตาขาวมากกว่าปกติ ย่อมเป็นความทุกข์ทรมานที่โจทก์รู้สึกได้อยู่ตลอดเวลาตราบจนความเสียโฉมดังกล่าวจะได้รับการแก้ไข

ค่าที่โจทก์ต้องทนทุกข์ทรมานกับค่าที่โจทก์ต้องสูญเสียบุคลิกภาพตั้งแต่จำเลยผ่าตัดโจทก์จนโจทก์ต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไข ถือเป็นความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องเอาจากจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 446 วรรคแรกและที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้โจทก์ได้รับค่าเสียหายส่วนนี้200,000 บาท นั้น นับว่าเหมาะสมแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดแล้ว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาแทนโจทก์ กำหนดค่าทนายความรวม 7,000 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โนรี จันทร์ทร · พินิจ เพชรรุ่ง · ทวีวัฒน์ แดงทองดี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้