Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 258/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ล. เจ้าของที่ดินขายที่ดินให้ ม. โดยทำหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้ว ล. นำที่ดินนั้นไปจำนองต่อจำเลยที่ 3โดยทำหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เช่นกันต่อมาภายหลัง ล. ได้นำที่ดินรายเดียวกันนี้ไปขายให้โจทก์อีกโจทก์ไม่ทราบเรื่องที่ ล. ขายให้ ม. จึงรับซื้อไว้ และชำระราคาที่ดินให้จำเลยที่ 3 เป็นค่าไถ่ถอนจำนอง ดังนี้ ถือว่าในขณะที่ ล.จำนองที่ดินนั้น ล. ผู้จำนอง ไม่ใช่เจ้าของที่ดิน สัญญาจำนองระหว่าง ล. กับจำเลยที่ 3 จึงไม่มีผลบังคับได้ตามกฎหมายการที่โจทก์มอบเงินให้จำเลยที่ 3 ไปเป็นการไถ่ถอนจำนองและจำเลยที่ 3 รับไว้จึงเป็นการรับไว้โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายและทำให้โจทก์เสียเปรียบ. โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องเรียกเงินที่ชำระไปคืนจากจำเลยที่ 3 ได้ในฐานลาภมิควรได้ คำฟ้องของโจทก์บรรยายว่า จำเลยที่ 3 ไม่มีสิทธิอันใดที่จะได้เงินค่าที่ดินไปจากโจทก์. ขอให้จำเลยที่ 3คืนเงินให้โจทก์เป็นที่เห็นได้แล้วว่าโจทก์ขอบังคับให้จำเลยคืนเงินให้โจทก์ฐานลาภมิควรได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ ในชั้นเดิมโจทก์ฟ้องจำเลยรวม ๖ คน แต่ต่อมาขอถอนฟ้องจำเลยอื่น เว้นแต่จำเลยที่ ๓

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๓ ว่า เมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๐๘ จำเลยที่ ๑โดยจำเลยที่ ๒ เป็นผู้รับมอบอำนาจ ได้เอาที่สวน ๑ แปลงจำนองแก่จำเลยที่ ๓ โดยจำเลยที่ ๔ เป็นผู้รับมอบอำนาจจัดการรับจำนองแทนเพื่อประกันหนี้ซึ่งนายยุทธ อิสสระไพบูลย์ จะพึงมีต่อจำเลยที่ ๓ภายในวงเงินไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท ได้ทำหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว โดยจำเลยที่ ๔ รู้แล้วว่าที่ดินนั้นจำเลยที่ ๑ได้ขายให้แก่นายมนัส สุวรรณรัตน์ ไปแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม ๒๕๐๕โดยทำหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ต่อมาระหว่างวันที่ ๑ถึงวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๘ จำเลยที่ ๓ กับจำเลยที่ ๑, ๒ และ ๔ สมคบกันหลอกลวงโจทก์ว่าที่ดินดังกล่าวยังเป็นของจำเลยที่ ๑ และขายให้โจทก์โจทก์รับซื้อไว้โดยทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เช่นกันทั้งนี้โดยจำเลยที่ ๑ มอบอำนาจให้จำเลยที่ ๒ ทำการไถ่ถอนจำนองแล้วขายให้โจทก์จำเลยที่ ๓ มอบอำนาจให้จำเลยที่ ๔ รับการไถ่ถอนจำนอง

โจทก์ได้ชำระเงิน๖๐,๐๐๐ บาทเป็นค่าไถ่ถอนจำนองให้แก่จำเลยที่ ๓ แล้ว ต่อมาโจทก์จึงเข้าครอบครองที่ดินที่ซื้อแต่เข้าครอบครองไม่ได้ เพราะนายมนัส สุวรรณรัตน์ครอบครองอยู่อ้างว่าจำเลยที่ ๑ ขายให้แล้ว การที่จำเลยที่ ๓ ได้เงินไปจากโจทก์เป็นการได้ไปโดยทุจริต เพราะการทำหนังสือจำนองไม่มีที่ดินที่จำนอง โดยจำเลยที่ ๑ ขายขาดให้นายมนัสไปก่อนแล้ว จำเลยที่ ๓ จึงไม่มีสิทธิอันใดที่จะได้เงินค่าที่ดินไปจากโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยที่ ๓ ส่งมอบที่ดินตามสัญญาซื้อขายให้โจทก์ ถ้าส่งมอบไม่ได้ ก็ขอให้คืนเงิน๖๐,๐๐๐ บาท กับค่าเสียหาย ๒๐,๐๐๐ บาทให้โจทก์ จำเลยที่ ๓ ให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยที่ ๓ รับจำนองที่ดินตามฟ้องไว้โดยสุจริต

จำเลยที่ ๓ ไม่รู้และไม่อยู่ในฐานะอันควรรู้ได้ว่าจำเลยที่ ๑ ได้ขายที่ดินรายนี้ให้นายมนัส สุวรรณรัตน์ แล้ว และมิได้รับจำนองไว้เพื่อลวงบุคคลภายนอกให้หลงเชื่อ มิได้หลอกลวงโจทก์ว่าที่ดินตามฟ้องเป็นของจำเลยที่ ๑ ซึ่งจำนองไว้การซื้อขายรายนี้โจทก์กับเจ้าของที่ดินตกลงซื้อขายกันเอง แล้วติดต่อขอชำระหนี้จำนองเพื่อปลดที่ดินรายนี้ให้ปลอดจำนองจำเลยที่ ๓ ไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์โจทก์จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ ๓ ไม่ได้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะโจทก์ได้รับชดใช้ค่าเสียหายตามฟ้องจากจำเลยอื่นแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ขณะที่นางล้วนลี้จำเลยที่ ๑ จำนองที่พิพาทไว้กับจำเลยที่ ๓ นั้น นางล้วนลี้ได้โอนขายที่พิพาทให้นายมนัสไปก่อนโดยชอบแล้วนางล้วนลี้ผู้จำนองจึงไม่ใช่เจ้าของที่พิพาท ฉะนั้น สัญญาจำนองระหว่างนางล้วนลี้กับจำเลยที่ ๓ จึงไม่มีผลบังคับได้ตามกฎหมาย ความรับผิดของนางล้วนลี้ต่อธนาคารจำเลยที่ ๓ จึงหามีไม่ ฉะนั้น การที่โจทก์มอบเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท ให้จำเลยที่ ๓ ไป เป็นการไถ่ถอนจำนอง และจำเลยที่ ๓ รับไว้จึงเป็นการรับไว้โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมาย และทำให้โจทก์เสียเปรียบเพราะโจทก์ไม่ได้ที่ดินตามคำฟ้องของโจทก์บรรยายไว้ชัดว่าจำเลยที่ ๓ ไม่มีสิทธิอันใดที่จะได้เงินค่าที่ดินไปจากโจทก์ ขอให้จำเลยที่ ๓ คืนเงินให้โจทก์กรณีเป็นที่เห็นได้แล้วว่าโจทก์ขอบังคับจำเลยคืนเงินให้โจทก์ในฐานลาภมิควรได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ ๓ คืนเงินให้โจทก์ ๖๐,๐๐๐ บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัญ อิศระ · อุทัย ศุภนิตย์ · วิทูร เทพพิทักษ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดปากพนัง - นายไพโรจน์ รัตนอุดม
ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ สุนทรนันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้