คำฟ้องและคำให้การ
คดีทั้งสองสืบเนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา มีการเลื่อนการขายทอดตลาดถึง 8 ครั้ง เพราะไม่มีผู้ประมูลซื้อบ้างจำเลยขอเลื่อนบ้าง จนถึงการขายทอดตลาดครั้งที่ 9 โจทก์เป็นผู้ประมูลให้ราคาสูงสุดจำเลยแถลงคัดค้านว่าราคายังต่ำอยู่ จะหาคนมาประมูลซื้อใหม่ขอให้เลื่อนการขายออกไป ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ขายแก่โจทก์ผู้ประมูลราคาสูงสุด
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยทั้งสามอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นขอให้ยกเลิกการขายทอดตลาด
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'การที่จะขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดได้นั้นความต้องปรากฏว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดโดยไม่สุจริตหรือดำเนินการขายทอดตลาดโดยมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติและข้อบังคับที่กำหนดไว้ว่าด้วยวิธีการขายทอดตลาดเท่านั้น ที่จำเลยทั้งสามฎีกาขอให้เพิกถอนคำสั่งขายทอดตลาดของศาลชั้นต้นทั้งสองสำนวนโดยอ้างเหตุผลว่าราคาที่โจทก์ประมูลได้ยังต่ำอยู่ โดยเฉพาะการขายทอดตลาดทรัพย์รายการที่ 1, 8, 9, 10, และ 11 ใหม่ โดยยกราคาเปรียบเทียบกับราคาที่เคยขายทอดตลาดที่นายสมศักดิ์ประมูลได้แสดงให้เห็นว่าการขายครั้งใหม่ได้ราคาต่ำกว่าขายครั้งก่อน 330,000 บาท นั้น ได้พิจารณาเปรียบเทียบราคาประเมินตามบัญชีการยึดทรัพย์ลงวันที่ 30 มกราคม 2525 กับราคาที่โจทก์ประมูลได้ทั้ง 12 รายการ
ปรากฏว่ามิได้ต่ำกว่าราคาประเมินแม้แต่รายการเดียวและไม่มีเหตุผลอื่นใดที่จะทำให้ระแวงว่าการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีจะดำเนินการโดยไม่สุจริต เหตุที่จำเลยทั้งสามอ้างอีกประการหนึ่งว่าถ้าจำเลยทั้งสามมีเวลาก็สามารถจะหาคนมาประมูลซื้อในราคาที่สูงกว่าโจทก์ประมูลได้และหากขายไปจะทำให้จำเลยทั้งสามเดือดร้อน นั้น ก็มิใช่เหตุที่จะเพิกถอนการขายทอดตลาดได้ดังกล่าวข้างต้น ฎีกาจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้นทั้งสองสำนวน'
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.