Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2577/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามข้อ 3 แห่งสัญญาเช่าซื้อ ระบุให้จำเลยที่ 1 ผู้เช่านำค่าเช่าไปชำระแก่โจทก์ผู้ให้เช่า ณ สถานที่ประกอบธุรกิจของโจทก์ภายในวันที่ 10 ของทุก ๆ เดือน ทั้งยังระบุต่อไปว่า ผู้เช่าสัญญาว่าไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด ผู้เช่าจะอ้างเหตุที่เจ้าของมิได้ส่งคนไปเก็บค่าเช่าขึ้นเป็นข้อแก้ตัวให้พ้นความรับผิดไม่ชำระค่าเช่าหรือชำระค่าเช่าให้ช้ากว่ากำหนดไม่ได้เป็นอันขาด ซึ่งหมายความว่าจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องนำค่าเช่าซื้อไปชำระให้โจทก์ แม้ในทางปฏิบัติโจทก์จะส่งพนักงานมาเก็บค่าเช่าซื้อจากจำเลยที่ 1 แล้วต่อมาโจทก์จะไม่ส่งพนักงานมาเก็บค่าเช่าซื้อก็เป็นหน้าที่ของจำเลยที่ 1 จะต้องนำค่าเช่าซื้อไปชำระแก่โจทก์ตามสัญญาจำเลยจะนำเหตุที่โจทก์ไม่ส่งพนักงานไปเก็บค่าเช่าซื้อมาเป็นข้ออ้างให้พ้นความรับผิดว่า จำเลยที่ 1 มิได้ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อไม่ได้เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ใช้เงินค่าเช่าซื้อสองคราวติด ๆ กันโจทก์จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและมีอำนาจฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้เช่าซื้อจักรเย็บผ้าซิงเกอร์ของโจทก์ 10 คัน รวมค่าเช่าซื้อ 29,100 บาท จำเลยมีหน้าที่ชำระค่าเช่าซื้อเดือนละ 130 บาทต่อจักรเย็บผ้า 1 คัน จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาเพราะไม่ชำระค่าเช่าสองคราวติดกัน โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อกับจำเลยที่ 1 และให้จำเลยทั้งสองคืนหรือใช้ราคาจักร 10 คันให้โจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนจักรเย็บผ้า 10 คัน ถ้าไม่สามารถคืนได้ ก็ให้จำเลยร่วมกันใช้ราคาเป็นเงิน 29,000 บาทจำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยเป็นเจ้าของโรงเรียนศรีจันทราซึ่งสอนตัดเสื้อโจทก์ประสงค์จะให้นักเรียนของจำเลยซื้อจักรเย็บผ้าของโจทก์ จึงนำจักรเย็บผ้า10 คันไปให้นักเรียนของจำเลยทดลองใช้ และโจทก์ขอให้จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อ จึงเป็นนิติกรรมอำพราง

ความจริงนักเรียนของจำเลยตกลงซื้อขายจักรเย็บผ้าดังกล่าวกับตัวแทนของโจทก์โดยจำเลยมิได้เกี่ยวข้อง และโจทก์ส่งตัวแทนไปเก็บเงินค่าเช่าซื้อจากนักเรียนของจำเลย มิใช่ผู้เช่าซื้อนำไปชำระให้โจทก์ แต่ตัวแทนของโจทก์ไม่ไปเก็บตามปกติ อันเป็นความผิดของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฯลฯจำเลยที่ 2 ให้การว่า หนี้ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นนิติกรรมอำพรางตามคำให้การของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนจักรเย็บผ้า 10 คันแก่โจทก์ หากไม่สามารถส่งคืนก็ให้ใช้ราคา 29,100 บาทจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ 2 มิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงไม่มีสิทธิฎีกา ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ด้วย นั้น ไม่ชอบ ให้ยกฎีกาของจำเลยที่ 2 เสีย คงมีประเด็นที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ได้ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อสองคราวติด ๆ กัน หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อ 3 แห่งสัญญาเช่าซื้อระบุให้ผู้เช่า (จำเลยที่ 1) นำค่าเช่าไปชำระแก่เจ้าของ (โจทก์) ณ สถานที่ประกอบธุรกิจของเจ้าของภายในวันที่ 10 ของทุก ๆ เดือน ทั้งยังระบุต่อไปว่า ผู้เช่าสัญญาว่า ไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด ผู้เช่าจะอ้างเหตุที่เจ้าของมิได้ส่งคนไปเก็บค่าเช่าขึ้นเป็นข้อแก้ตัวให้พ้นความรับผิดไม่ชำระค่าเช่าหรือชำระค่าเช่าให้ช้ากว่ากำหนดไม่ได้เป็นอันขาด ซึ่งหมายความว่า จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องนำค่าเช่าซื้อไปชำระให้บริษัทโจทก์ แม้จะฟังว่าในทางปฏิบัติบริษัทโจทก์จะส่งพนักงานมาเก็บค่าเช่าซื้อจากจำเลยที่ 1 แล้วต่อมาบริษัทโจทก์จะไม่ส่งพนักงานมาเก็บค่าเช่าซื้อ ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยที่ 1 จะต้องนำค่าเช่าซื้อไปชำระให้บริษัทโจทก์ตามสัญญา

จำเลยจะนำเหตุที่บริษัทโจทก์ไม่ส่งพนักงานไปเก็บค่าเช่าซื้อมาเป็นข้ออ้างให้พ้นความรับผิดว่าจำเลยที่ 1 มิได้ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อไม่ได้ จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ใช้เงินค่าเช่าซื้อสองคราวติด ๆ กัน โจทก์จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ และมีอำนาจฟ้องพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ดวง ดีวาจิน · ธานินทร์ กรัยวิเชียร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้