Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2576/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ขาดงานโดยลาหยุดพักผ่อนไม่ถูกต้องตามระเบียบเพราะไม่ยื่นใบลาต่อผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจให้ลา และการลาไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจ แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าสถานที่ที่โจทก์ทำงานจะไม่เคร่งครัดในการลา และโจทก์พูดขอลาทางโทรศัพท์ต่อ ป. พนักงานของจำเลย แล้วข้อเท็จจริงดังกล่าวก็เป็นเพียงข้อที่จะนำมาวินิจฉัยว่าโจทก์ลาโดยฝ่าฝืนระเบียบของจำเลยหรือไม่เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ยื่นใบลาโดยฝ่าฝืนระเบียบ และไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชามีผลเป็นการขาดงานแล้ว การที่โจทก์ได้พูดโทรศัพท์ขอลาต่อ ป. ก็มิใช่เหตุที่ทำให้โจทก์ขาดงานโดยมีเหตุอันสมควร

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย ครั้งสุดท้ายเป็นพนักงานขับรถ ระดับ ๓ ได้รับค่าจ้างวันละ ๑๒๒ บาท จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ตั้งแต่วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๓๒ อ้างว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่หรือขาดงานติดต่อในคราวเดียวกันโดยไม่มีเหตุอันสมควรเกินกว่าเจ็ดวันทำการ (ตามข้อบังคับจำเลย) โจทก์มิได้กระทำผิดตามข้อบังคับจำเลย จึงเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์เข้าทำงานในระดับตำแหน่งเดิม อัตราค่าจ้างเท่าเดิมหากรับโจทก์กลับเข้าทำงานไม่ได้ ขอให้จ่ายค่าเสียหายจำนวน๓๖,๐๐๐ บาท และค่าชดเชยจำนวน ๒๑,๙๖๐ บาท

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามข้อบังคับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๕ ว่าด้วยการจ้าง การแต่งตั้ง การออกจากตำแหน่งวินัย และการลงโทษของลูกจ้าง ข้อ ๓๑ โดยเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๓๒ จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ไปปฏิบัติงานที่สถานีย่อยนครสวรรค์ โดยโจทก์จะต้องขับรถยนต์ของจำเลยกลับมาเก็บไว้ที่ทำการของจำเลย เขต ๔จังหวัดพิษณุโลก ในวันที่ ๒๙ เดือนนั้น โจทก์โทรศัพท์จากสถานีย่อยพิษณุโลก ๑ จังหวัดพิษณุโลก มาที่ทำการเขต ๔ ขอลาพักผ่อน ๔ วันตั้งแต่วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๓๒ ถึงวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๓๒ ต่อนายประเสริฐ กลิ่นขจร ลูกจ้างของจำเลย นายประเสริฐทักท้วงให้โจทก์มาเขียนใบลาเสนอผู้บังคับบัญชาให้ถูกต้อง

โจทก์ไม่ปฏิบัติตามนายประเสริฐรายงานผู้บังคับบัญชาและผู้บังคับบัญชาไม่อนุมัติให้โจทก์ลาพักผ่อน และวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๓๒ โจทก์ต้องมาทำงาน แต่โจทก์ขาดงานไปจนถึงวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๓๒ โดยไม่แจ้งผู้บังคับบัญชาวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๓๒ โจทก์มาทำงานและนำใบสำคัญความเห็นแพทย์มาแสดงต่อจำเลยเพื่อประกอบการลาระหว่างวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๓๒ถึงวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๓๒ เพื่อให้จำเลยเชื่อว่าโจทก์ขาดงานโดยมีเหตุอันสมควร จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์และไม่ต้องจ่ายเงินตามฟ้องขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ละทิ้งหน้าที่หรือขาดงานติดต่อในคราวเดียวกันเพียง ๖ วสัน ไม่ใช่เป็นเวลา ๗วันทำการ การเลิกจ้างจึงเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม พิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานต่อไปในอัตราค่าจ้างที่ได้รับในขณะที่เลิกจ้างโดยให้นับอายุงานใหม่ของโจทก์ติดต่อกับอายุงานที่คำนวณถึงวันที่ ๙พฤศจิกายน ๒๕๓๒ อันเป็นวันก่อนวันเลิกจ้างด้วย

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนดคดีแรงงานวินิจฉัยวข้อกฎหมายว่า

ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า โจทก์ขาดงานระหว่างวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๓๒ถึงวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๓๒ โดยการลาหยุดพักผ่อนไม่ถูกต้องตามระเบียนคือไม่ยื่นใบลาเป็นหนังสือต่อนายจรัญผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจในการให้ลา และการลานั้นไม่ได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชา แม้จะฟังว่าในสถานประกอบการที่โจทก์ทำงานอยู่นั้นไม่เคร่งครัดในการลาและโจทก์ได้พูดขอลาทางโทรศัพท์ต่อนายประเสริฐแล้ว ข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นเพียงข้อที่จะนำมาวินิจฉัยว่า โจทก์ได้ลาโดยฝ่าฝืนระเบียบของจำเลยหรือไม่ เมื่อศาลแรงงานกลางฟังว่าโจทก์ยื่นใบลาโดยฝ่าฝืนระเบียบและไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชามีผลเป็นการขาดงานแล้ว การที่โจทก์ได้พูดโทรศัพท์ขอลาจากนายประเสริฐหาใช่เป็นเหตุที่ทำให้โจทก์ขาดงานโดยมีเหตุอันสมควรไม่

คำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางที่ว่า โจทก์ขาดงานตั้งแต่วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๓๒ถึงวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๓๒ โดยมีเหตุอันสมควรนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา โจทก์ขาดงานในช่วงเวลาดังกล่าวโดยไม่ปรากฏเหตุจำเป็นแต่อย่างใด การขาดงานของโจทก์ตั้งแต่วันที่ ๓๐ พฤษภาคม๒๕๓๒ ถึงวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๓๒ จึงเป็นการขาดงานโดยไม่มีเหตุอันสมควรตามที่จำเลยอุทธรณ์ เมื่อนับวันที่ ๓ ถึง ๙ มิถุนายน ๒๕๓๒ที่โจทก์ขาดงานโดยไม่มีเหตุอันสมควรตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางรวมเข้าด้วยแล้ว เห็นได้ว่าโจทก์ขาดงานโดยไม่มีเหตุอันสมควรเกินเจ็ดวันทำการติดต่อกัน การที่จำเลยมีคำสั่งตามเอกสารหมาย ล.๑๑ปลดโจทก์ออกจากงานในความผิดฐานละทิ้ง หรือทอดทิ้งหน้าที่หรือขาดงานติดต่อในคราวเดียวกันโดยไม่มีเหตุผลสมควรเป็นเวลาเกินกว่าเจ็ดวันทำการ จึงเป็นการถูกต้องตามข้อบังคับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๕ ว่าด้วยการจ้างการแต่งตั้ง การออกจากตำแหน่งวินัย และการลงโทษของลูกจ้าง เอกสารหมาย ล.๙ ข้อ ๓๑(๗) แล้วมิใช่เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม โจทก์ไม่มีสิทธิขอกลับเข้าทำงานหรือเรียกร้องค่าเสียหาย

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้อง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · เคียง บุญเพิ่ม · ปรีชา ธนานันท์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายวิชัย วิวิตเสวีศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2568 (เลขอ้างอิง 714141)

หลักเกณฑ์การพิจารณาว่าการเลิกจ้างโดยอ้างเหตุผลความจำเป็นด้านการจัดการจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ศาลจำต้องพิจารณาว่านายจ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2568 (เลขอ้างอิง 721948)

การพิจารณาว่าการเลิกจ้างจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ศาลจำต้องพิจารณาว่านายจ้างมีเหตุแห่งการเลิกจ้างหรือไม่ หากมีสาเหตุแห…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 705285)

การพิจารณาว่าการเลิกจ้างจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ศาลจำต้องพิจารณาว่านายจ้างมีเหตุแห่งการเลิกจ้างหรือไม่ หากมีสาเหตุแห…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 717471)

การเลิกจ้างด้วยเหตุผลความจำเป็นด้านการจัดการของนายจ้างจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ต้องพิจารณาว่านายจ้างมีเหตุแห่งการเลิก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3116/2567

กฎกระทรวงว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานและผลประโยชน์ตอบแทนของผู้ปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2549 เป็นบทบัญญัติที่ให้การคุ้มครองการทำงานแก่ผู้ปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน โดยกำหนดให้สิทธิแก่ผ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้