Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2575/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำร้องของโจทก์ที่อ้างว่า โจทก์มีสิทธิได้รับการสอบสวนความผิดทางวินัยจากกรรมการสอบสวนซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานในองค์กรของจำเลยตามที่กำหนดไว้ในระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนทางวินัยของจำเลย การที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น กรณีตามคำร้องของโจทก์มิใช่เป็นการโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงมิใช่กรณีที่ศาลจะต้องรอการพิจารณาพิพากษาคดีไว้ชั่วคราวและส่งความเห็นเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 26

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ว่าการจำเลยที่ 1 โดยไม่สุจริตได้ออกคำสั่งโดยมิชอบ ตั้งจำเลยที่ 3 และที่ 6 ซึ่งมิได้เป็นผู้ปฏิบัติงานการประปาส่วนภูมิภาคเป็นประธานกรรมการสอบสวนและกรรมการสอบสวนฝ่าฝืนข้อบังคับการประปาส่วนภูมิภาค ข้อ 39 และข้อ 40ร่วมกับจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 7 เพื่อสอบสวนทางวินัยกล่าวหาว่าโจทก์ทุจริตในการเบิกเงินค่าเช่าบ้านทั้ง ๆ ที่โจทก์ได้เบิกเงินค่าเช่าบ้านถูกต้องตามระเบียบ ต่อมาจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ว่าการได้ออกคำสั่งพักงานโจทก์โดยอาศัยคำสั่งกรรมการสอบสวนที่ไม่ชอบ การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับการประปาส่วนภูมิภาคทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับให้จำเลยที่ 1 เพิกถอนคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยและเพิกถอนคำสั่งพักงาน

หากไม่ยอมปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาโจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยโจทก์โดยไม่ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนทางวินัยบางข้อ ซึ่งตามระเบียบข้อ 3 และข้อ 4 โจทก์มีสิทธิได้รับการสอบสวนจากกรรมการสอบสวนที่เป็นผู้ปฏิบัติงานในการประปาส่วนภูมิภาค แต่จำเลยยกเว้นไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่วางไว้เฉพาะกับโจทก์แต่ผู้เดียว โจทก์เห็นว่า การกระทำของจำเลยขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 หลายบท คือ มาตรา 28, 29 และ30 โจทก์มีสิทธิได้รับการคุ้มครองอย่างเสมอกันกับพนักงานคนอื่น ๆของการประปาส่วนภูมิภาคตามมาตรา 4 และ 5 สิทธิของโจทก์ที่มีอยู่โจทก์ได้ยกขึ้นต่อสู้ในศาลแรงงานกลางแล้วตาม มาตรา 26 หากศาลเห็นว่ากรณีของโจทก์เป็นการกระทำที่จำเลยโต้แย้งสิทธิที่โจทก์มีอยู่ตามรัฐธรรมนูญ

ศาลต้องรอการพิจารณาไว้ชั่วคราวและส่งสำนวนให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 264 หากเห็นว่าไม่เป็นไปตามมาตรา 264 ศาลก็มีคำสั่งยกคำร้องโจทก์ เมื่อศาลยังไม่สั่งโจทก์จึงยังมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาได้ ขอศาลฎีกาได้โปรดพิจารณาคำร้องของโจทก์ หากเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ ขอได้โปรดส่งสำนวนไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาด้วยศาลฎีกามีคำสั่งว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คำร้องของโจทก์ที่อ้างว่า โจทก์มีสิทธิได้รับการสอบสวนความผิดทางวินัยจากกรรมกาสอบสวนซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานในองค์กรของจำเลยตามที่กำหนดไว้ในระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนทางวินัยของจำเลย การที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าว โดยแต่งตั้งบุคคลภายนอกองค์กรของจำเลยมาเป็นกรรมการสอบสวนทางวินัยแก่โจทก์นั้น เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 4, 5, 26, 28,29 และ 3 ศาลต้องรอการพิจารณาคดีของโจทก์ไว้เป็นการชั่วคราวและส่งความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 264 นั้นเห็นว่า กรณีตามคำร้องของโจทก์มิใช่เป็นการโต้แย้งว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงมิใช่กรณีที่ศาลจะต้องรอการพิจารณาพิพากษาคดีไว้ชั่วคราวและส่งความเห็นเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2540 มาตรา 264 จึงให้ยกคำร้อง"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปัญญา สุทธิบดี · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · พูนศักดิ์ จงกลนี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้