Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 257/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยตกลงให้โจทก์เป็นนายหน้าขายที่ดินให้ สัญญาจะให้ค่านายหน้าแก่โจทก์สองจำนวน คือ ถ้าโจทก์ขายได้ราคาเกินกว่า 3,500,000 บาท ส่วนที่เกินนั้นเป็นของโจทก์จำนวนหนึ่ง กับบำเหน็จร้อยละ 5 ของราคา 3,500,000 บาท อีกจำนวนหนึ่งโจทก์ได้ชี้ช่องให้จำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินดังกล่าวกับผู้ซื้อแล้ว ในราคา 5,000,000 บาท เช่นนี้ถือได้ว่าได้มีการทำสัญญากันเป็นผลสำเร็จ เนื่องแต่ผลแห่งการที่โจทก์เป็นนายหน้าชี้ช่องหรือจัดการแล้ว แม้จำเลยจะตกลงเลิกสัญญากับผู้จะซื้อในภายหลัง โจทก์ย่อมมีสิทธิได้รับค่าบำเหน็จนายหน้าอัตราร้อยละ 5 ของราคาที่ดิน 3,500,000 บาทจากจำเลย ส่วนเงิน 1,500,000 บาท อีกจำนวนหนึ่งเป็นข้อตกลงพิเศษอีกส่วนหนึ่งต่างหากแยกจากกันได้กับข้อตกลงให้ค่าบำเหน็จนายหน้าร้อยละ 5 ค่าบำเหน็จส่วนนี้คู่สัญญาตกลงกันว่าถ้าโจทก์ขายได้สูงกว่านั้นก็ให้โจทก์รับไป ย่อมมีความหมายว่าหากมีการซื้อขายเสร็จเด็ดขาดอันเป็นผลจากที่โจทก์เป็นนายหน้าชี้ช่องหรือจัดการ กรณีนี้คู่กรณีตกลงเลิกสัญญากันหาได้มีการซื้อขายเสร็จเด็ดขาดไม่ จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดจ่ายเงินส่วนเกินนั้นแก่โจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ให้โจทก์เป็นนายหน้าขายที่ดินของจำเลย ๒ แปลง โดยจำเลยตกลงว่าถ้าหากโจทก์เสนอขายได้ราคาสูงกว่า ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาทเท่าใด ยอมให้ส่วนที่เกินกว่านั้นเป็นค่าตอบแทนแก่โจทก์และเงินส่วนที่เกินนี้จำเลยจ่ายให้โจทก์ทันที เมื่อได้รับชำระค่าซื้อที่ดินจากผู้ซื้อ นอกจากนั้นจำเลยยังตกลงจะให้ค่าบำเหน็จนายหน้าอัตราร้อยละ ๕ ของจำนวนเงิน ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ด้วย ต่อมาโจทก์บอกขายที่ดินให้กับนายทองดีได้ในราคา ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท จนผู้ซื้อได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินดังกล่าวกับจำเลยแล้ว ต่อมาจำเลยเสียดายไม่อยากเสียค่าบำเหน็จนายหน้าจึงตกลงเลิกสัญญากับผู้จะซื้อเสียและไม่จ่ายค่านายหน้าให้แก่โจทก์ตามสัญญา จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยใช้เงินค่าบำเหน็จนายหน้า ๒ จำนวนดังกล่าวรวม ๑,๖๗๕,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่าไม่ได้ตกลงให้โจทก์เป็นนายหน้าตามฟ้อง จำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินกับนายทองดีก็เพราะโจทก์อ้างว่าเป็นตัวแทนของนายทองดีมาขอซื้อที่ดินจำเลย จำเลยได้ตกลงเลิกสัญญากับนายทองดีแล้ว ภายหลังโจทก์ใช้อุบายหลอกลวงให้มอบให้โจทก์เป็นนายหน้าอีกตามสัญญานายหน้าที่โจทก์นำมาฟ้องความจริงโจทก์มิได้ชี้ช่องให้จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินแต่อย่างใด ขอให้พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ชี้ช่องให้จำเลยเข้าทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินกับนายทองดีผู้ซื้อเป็นผลสำเร็จในราคา ๕ ล้านบาท โดยตกลงจะให้ส่วนเกินจากราคา ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท เป็นค่าบำเหน็จนายหน้าแก่โจทก์ พิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยจ่ายค่าบำเหน็จนายหน้าอีกร้อยละ ๕ ของราคาที่ดิน ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาทด้วย

จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดในเงินส่วนเกินจำนวน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อโจทก์ คงรับผิดเฉพาะแต่ค่าบำเหน็จนายหน้าในอัตราร้อยละ ๕ ของราคาที่ดิน ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท เป็นเงิน ๑๗๕,๐๐๐ บาท ให้จำเลยจ่ายเงินจำนวนนี้พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยจ่ายเงินส่วนเกินของราคาที่ดินที่ขายอีกเป็นเงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท

จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาแล้วได้ความว่า โจทก์เป็นนายหน้าชี้ช่องให้จำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินกับนายทองดีผู้ซื้อในราคา ๕ ล้านบาทปรากฏตามเอกสารหมาย จ. ๑ เช่นนี้ถือได้ว่าได้มีการทำสัญญากันเป็นผลสำเร็จ เนื่องแต่ผลแห่งการที่โจทก์เป็นนายหน้าชี้ช่องหรือจัดการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๔๕ แล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิได้รับค่าบำเหน็จนายหน้าในอัตราร้อยละ ๕ ของราคาที่ดิน ๓ ล้าน ๕ แสนบาทจากจำเลยตามสัญญา ที่จำเลยตกลงเลิกสัญญาจะซื้อขายกับนายทองดีผู้ซื้อในภายหลังนั้น หาทำให้จำเลยหลุดพ้นความรับผิดใช้ค่าบำเหน็จนายหน้าดังกล่าวแก่โจทก์ไม่

ที่จำเลยฎีกาว่าประเพณีนายหน้าซื้อขายที่ดินถือกันว่านายหน้าต้องปฏิบัติภารกิจสำเร็จลุล่วงจนได้มีการจดทะเบียนโอนขายกันสำเร็จ จึงจะมีสิทธิได้รับค่าบำเหน็จนายหน้านั้น เห็นว่าทางพิจารณาจำเลยมิได้สืบให้เห็นว่ามีประเพณีเช่นนั้นจริง ฎีกาจำเลยข้อนี้จึงตกไป

ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยจะต้องรับผิดในเงินส่วนเกินของราคาที่ดิน ๓ ล้าน ๕ แสนบาท เป็นจำนวน ๑ ล้าน ๕ แสนบาทนั้น ตามฟ้องและทางนำสืบของโจทก์ เห็นได้ว่าข้อตกลงให้เงินส่วนเกินเป็นค่าตอบแทนในการเป็นนายหน้าเสนอขายที่ดินนั้นเป็นข้อตกลงพิเศษอีกส่วนหนึ่งต่างหากแยกจากกันได้กับข้อตกลงให้ค่าบำเหน็จนายหน้าร้อยละ ๕ โจทก์เบิกความในข้อนี้ว่าจำเลยบอกขายที่ดินของจำเลยในราคา ๓ ล้าน ๕ แสนบาท ถ้าโจทก์ขายได้สูงกว่านั้นก็ให้โจทก์รับไปย่อมมีความหมายว่า หากมีการซื้อขายเสร็จเด็ดขาดอันเป็นผลจากที่โจทก์เป็นนายหน้าชี้ช่องหรือจัดการได้ราคาที่ดินเกิน ๓ ล้าน ๕ แสนบาทเท่าใด ส่วนที่เกินนั้นให้เป็นของโจทก์ กรณีนี้คู่กรณีตกลงเลิกสัญญาจะซื้อขายกันหาได้มีการซื้อขายเสร็จเด็ดขาดไม่ จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดจ่ายเงินส่วนเกินนั้นแก่โจทก์ ข้อตกลงให้เงินส่วนเกินดังกล่าว มิได้มีเงื่อนไขดังที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๔ จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่ากรณีของจำเลยตกอยู่ในบังคับของมาตรา ๑๔๘ วรรค ๑ หรือไม่ ดังข้อฎีกาของโจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพโรจน์ ไวกาสี · ชุ่ม สุนทรธัย · พิทยา มงคล
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายประมุข สวัสดิ์มงคล
ศาลอุทธรณ์ - นายขจร โรจนวิภาต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้