Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2569/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ธนาคารนำเช็คของผู้อื่นเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยผิดไปธนาคารเพิกถอนรายการนั้นได้ จำเลยขอเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคาร ธนาคารอนุมัติ ถือเป็นบัญชีเดินสะพัดตาม มาตรา 856 จำเลยนำเงินเข้าและเบิกเงินไปตลอดมา ธนาคารเรียกเงินคงเหลือจากจำเลยเมื่อตัดทอนบัญชีเดินสะพัด ไม่ใช่ลาภมิควรได้ ไม่ใช้อายุความ 1 ปีตาม มาตรา 419

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า "การที่โจทก์อนุมัติให้จำเลยเปิดบัญชีกระแสรายวันหรือบัญชีเดินสะพัดตามเอกสารหมาย จ.4 ด้านหลัง ถือว่าเป็นการตกลงกันให้ตัดทอนบัญชีหนี้ระหว่างโจทก์กับจำเลยเพื่อหักกลบลบกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 856 และจำเลยได้สะพัดบัญชีของตนตลอดมาซึ่งโจทก์ก็แจ้งยอดเงินให้จำเลยทราบเป็นระยะ ๆ จากหลักฐานที่โจทก์แจ้งให้ทราบ จำเลยย่อมทราบว่าจำเลยได้ประโยชน์จากการที่โจทก์นำเงินเข้าบัญชีผิดพลาด โดยย่อมทราบว่าโจทก์นำเงินที่จะเข้าบัญชีอื่นมาเข้าบัญชีของจำเลยเมื่อโจทก์ตรวจพบความผิดพลาดดังกล่าว โจทก์มีสิทธิหักถอนบัญชีเอาเงินจำนวนที่โจทก์นำเข้าบัญชีผิดออกจากบัญชีของจำเลยไว้ แต่การที่จำเลยขอเปิดบัญชีกระแสรายวันกับโจทก์จะฟังว่าเป็นการขอเบิกเงินเกินบัญชีด้วยไม่ได้

โจทก์จะคิดดอกเบี้ยทบต้นจากจำเลยไม่ได้ และไม่มีข้อตกลงกันว่าให้คิดดอกเบี้ยกันได้เท่าใด โจทก์จึงควรได้ดอกเบี้ยจากจำเลยเพียงร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2517 อันเป็นวันที่มีการหักทอนบัญชีกันโจทก์ฟ้องเรียกเงินตามกฎหมายว่าด้วยบัญชีเดินสะพัดซึ่งมีอายุความ 10 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 ไม่ใช่ฐานลาภมิควรได้คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 24,578 บาท 23 สตางค์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2517 จนกว่าจะชำระเงินเสร็จให้โจทก์จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ตรวจพบข้อผิดพลาดทางบัญชีว่าเจ้าหน้าที่ของโจทก์นำยอดเงินฝาก 29,555 บาทของผู้อื่นไปลงบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของจำเลยที่ 1 แล้วโจทก์ยกเลิกรายการเงินฝาก 29,555 บาทจากบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของจำเลยที่ 1 นั้นเป็นการกระทำที่ชอบ

การที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินที่โจทก์จ่ายตามคำสั่งของจำเลยเกินไปจากบัญชีของจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 24,578 บาท 23 สตางค์ ซึ่งเป็นหนี้ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยบัญชีเดินสะพัด โจทก์ไม่ได้ฟ้องเรียกเงิน 29,555 บาทของผู้อื่นที่เจ้าหน้าที่ของโจทก์ไปเข้าบัญชีของจำเลยโดยผิดพลาด จึงไม่ต้องวินิจฉัยว่าหนี้ที่โจทก์ฟ้องเข้าบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยลาภมิควรได้และไม่มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยเรื่องอายุความอีกด้วย แต่ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2517 นั้นเกินคำขอของโจทก์เพราะโจทก์พบข้อผิดพลาดดังกล่าว เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2517 พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยทั้งสองชำระดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2517 เป็นต้นไป

นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาเป็นอันยุติฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2517 ห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 หุ้นส่วนผู้จัดการได้เปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคารโจทก์สาขาถนนศรีอยุธยา ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.3 โดยไม่มีเจตนาตกลงเบิกเงินเกินบัญชีกัน และไม่ได้ตกลงกันว่าให้คิดดอกเบี้ยในอัตราเท่าใด แล้วจำเลยที่ 1 นำเงินฝากธนาคารโจทก์ในบัญชีของจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 57,000 บาท ต่อมาจำเลยที่ 1 นำเงินเข้าฝากธนาคารโจทก์ และออกเช็คสั่งจ่ายเบิกเงินไปจากธนาคารโจทก์หลายครั้ง ธนาคารโจทก์ส่งใบแจ้งยอดเงินฝากไปให้จำเลยทราบทุกเดือนเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2517 เจ้าหน้าที่ธนาคารนำเงินฝากของโรงงานผลิตสารส้มจำนวน 29,555 บาทเข้าฝากในบัญชีของจำเลยที่ 1 ด้วยความพลั้งเผลอ

จำเลยทราบเงินฝากจำนวนดังกล่าวจากใบแจ้งยอดเงินฝากที่ธนาคารโจทก์ส่งไปให้ และจำเลยทราบว่าเงินจำนวนดังกล่าวไม่ใช่เงินที่จำเลยที่ 1 นำไปฝาก หลังจากนั้นจำเลยคงนำเงินเข้าฝากธนาคารโจทก์และออกเช็คสั่งจ่ายเบิกเงินไปจากธนาคารโจทก์อีกหลายครั้ง จนถึงวันที่ 12ธันวาคม 2517 ปรากฏจากบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของจำเลยที่ 1 ว่าจำเลยที่ 1 มีเงินเหลืออยู่ในธนาคารโจทก์ 4,976 บาท 77 สตางค์ ต่อมาวันที่13 ธันวาคม 2517 ธนาคารโจทก์ตรวจพบความผิดพลาดที่นำเงินฝากของโรงงานผลิตสารส้มจำนวน 29,555 บาทเข้าฝากในบัญชีของจำเลยที่ 1ธนาคารโจทก์จึงตัดเงินจำนวนดังกล่าวออกจากบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของจำเลยที่ 1 แล้วนำไปเข้าบัญชีเงินฝากของโรงงานผลิตสารส้ม

เมื่อตัดเงินจำนวนดังกล่าวออกจากบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของจำเลยที่ 1 แล้วปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกหนี้ธนาคารโจทก์อยู่ 24,578 บาท 23 สตางค์ธนาคารโจทก์จึงแจ้งให้จำเลยที่ 1 ทราบและบอกกล่าวให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ให้โจทก์ แต่จำเลยที่ 1 ไม่ชำระ โจทก์จึงให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวเลิกบัญชีเดินสะพัดและให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ให้โจทก์ จำเลยทั้งสองรับหนังสือบอกกล่าวแล้วไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่ธนาคารโจทก์เอาเงินฝากของโรงงานผลิตสารส้มเข้าบัญชีกระแสรายวันของจำเลยที่ 1 โดยความพลั้งเผลอทำให้ยอดเงินฝากของจำเลยที่ 1 เกินไป 29,555 บาท ธนาคารโจทก์ชอบที่จะเพิกถอนรายการอันนั้นออกจากบัญชีกระแสรายวันของจำเลยที่ 1 แล้วนำไปเข้าบัญชีของโรงงานผลิตสารส้มให้ถูกต้องตรงกับความจริงได้

การที่จำเลยที่ 1 ขอเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคารโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.3 พร้อมทั้งส่งตัวอย่างลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 และตราสำคัญของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1ตามเอกสารหมาย จ.4 และธนาคารโจทก์อนุมัติให้จำเลยที่ 1 เปิดบัญชีกระแสรายวันกับธนาคารโจทก์ตามบัญชีเลขที่ 1608 ถือว่าข้อตกลงดังกล่าวระหว่างธนาคารโจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นบัญชีเดินสะพัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 856 ต่อจากนั้นจำเลยที่ 1 ก็ได้เดินสะพัดบัญชีด้วยการนำเงินเข้าฝากธนาคารโจทก์และออกเช็คสั่งจ่ายเบิกเงินไปจากธนาคารตลอดมาเงินจำนวน 24,578 บาท 23 สตางค์ที่ธนาคารโจทก์ฟ้องเรียกจากจำเลยทั้งสองเป็นเงินส่วนที่คงเหลือโดยดุลยภาคหลังจากตัดทอนบัญชีหนี้สินที่ถูกต้องแท้จริงระหว่างธนาคารโจทก์กับจำเลยที่ 1ตามบัญชีเดินสะพัดแล้ว มิใช่เป็นลาภมิควรได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 406 อันมีอายุความ 1 ปีตามมาตรา 419"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สุจริต เสถียรกาล · สนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้