Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2569/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่พนักงานเดินหมายนำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปส่งที่บ้านอันเคยเป็นภูมิลำเนาเดิมของจำเลย โดยที่บ้านนั้นปิดใส่กุญแจไม่มีคนอยู่ มา 2-3 ปีแล้ว เพราะถูกเทศบาลขับไล่ กำลังจะรื้อและในที่สุดก็ได้รื้อไป บ้านดังกล่าวจึงมิใช่ภูมิลำเนาของจำเลย การปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องที่บ้านหลังนั้นจึงเป็นการมิชอบ และมีเหตุให้น่าเชื่อว่าจำเลยไม่ทราบว่า จำเลยถูกฟ้อง กรณีเช่นนี้เป็นพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ การ ปิดประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งหมายนัดพิจารณาก็ดี การปิดประกาศที่ศาลแทนการส่งคำบังคับก็ดี ไม่มีผลใช้ได้ จำเลยเพิ่งทราบว่าถูกฟ้องคดี เรื่องนี้เมื่อถูกยึดทรัพย์ ซึ่งเป็นวันที่ถือว่าพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ ได้สิ้นสุดลง แล้วมายื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในกำหนด15 วัน ตามที่ บังคับไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 จึงมีเหตุสมควร อนุญาตให้ดำเนินการพิจารณาใหม่ได้ตามที่จำเลยร้องขอ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จ้างโจทก์สร้างอาคารเจ็ดชั้นที่ถนนจารุเมืองกรุงเทพมหานคร แล้วค้างชำระค่าจ้างโจทก์อยู่ 76,000 บาท ขอให้จำเลยชำระค่าจ้างจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดสัญญาจนกว่าจะชำระเงินเสร็จจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียว แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน76,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์วันที่ 3 มกราคม 2518 ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้จำเลยทราบโดยปิดประกาศที่ศาลต่อมาโจทก์ขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ของจำเลยเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2518 วันที่ 8 พฤษภาคม 2518จำเลยยื่นคำร้องว่าจำเลยมิได้อยู่บ้านเลขที่ 57 ถนนศรีเวียง

เขตบางรักกรุงเทพมหานครแล้ว โจทก์นำพนักงานศาลไปปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องที่บ้านหลังนี้ จำเลยจึงไม่ทราบว่าถูกฟ้องคดีจำเลยเพิ่งทราบเรื่องเมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ของบริษัทวิชิตชัยวัตถุโบราณจำกัด ที่เวิ้งนครเขษม โจทก์ก่อสร้างอาคารไม่เสร็จก็ทิ้งงานไปโจทก์จะต้องคืนเงินให้จำเลย 50,000 บาท จึงขอให้ศาลพิจารณาใหม่โจทก์คัดค้านศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ได้ให้จำเลยยื่นคำให้การภายใน 8 วันโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกคำร้องที่ขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยเสียจำเลยฎีกาศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า คดีน่าเชื่อว่าบ้านเลขที่ 57 ถนนศรีเวียงเขตบางรัก กรุงเทพมหานคร เดิมเป็นภูมิลำเนาของจำเลยจริง

เพราะจำเลยเองก็ยอมรับว่าในขณะจำเลยจ้างโจทก์ทำการก่อสร้างอาคารเมื่อปี พ.ศ. 2513จำเลยมีภูมิลำเนาที่บ้านนี้ หากจำเลยคงอยู่อาศัยที่บ้านนี้ตลอดมาแล้วการที่พนักงานเดินหมายนำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปปิดไว้ก็เป็นการชอบ แต่จำเลยได้นำสืบต่อสู้ไว้ว่าบ้านเลขที่ 57 นี้ปิดใส่กุญแจไม่มีคนอยู่มา 2 - 3 ปีแล้ว เพราะถูกเทศบาลขับไล่ กำลังจะรื้อ และในที่สุดก็ได้รื้อไปในเดือนกรกฎาคม 2517 เดือนเดียวกันกับที่พนักงานเดินหมายได้ไปปิดหมายเรียกบ้านเลขที่ 57 จึงมิใช่ภูมิลำเนาของจำเลยแล้ว การปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้ที่บ้านหลังนี้เป็นการมิชอบและมีเหตุน่าเชื่อว่าจำเลยไม่ทราบว่าถูกฟ้องมิฉะนั้นแล้วจำเลยก็น่าจะต่อสู้คดีแน่

เพราะจำเลยเองก็มีข้อกล่าวหาว่าโจทก์ผิดสัญญา กรณีเช่นนี้เป็นพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ การประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งหมายนัดพิจารณาก็ดี การปิดประกาศที่ศาลแทนการที่ส่งคำบังคับก็ดี ไม่มีผลใช้ได้ จำเลยเพิ่งทราบว่าถูกฟ้องคดีเรื่องนี้เมื่อถูกยึดทรัพย์ในวันที่ 23 เมษายน 2518 ซึ่งเป็นวันที่ถือว่าพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้สิ้นสุดลง แล้วมายื่นคำขอให้พิจารณาใหม่วันที่ 8 พฤษภาคม 2518 ภายในกำหนด 15 วัน ตามที่บังคับไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 จึงมีเหตุสมควรอนุญาตให้ดำเนินการพิจารณาใหม่ตามที่จำเลยร้องขอพิพากษากลับให้ดำเนินการพิจารณาใหม่ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม ทันด่วน · ชลอ จามรมาน · โสพิทย์ คังคะเกตุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้