Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2565/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1310 และมาตรา 1312เป็นบทบัญญัติเรื่องที่ผู้สร้างมิได้รู้ว่า ที่ดินที่สร้างโรงเรือนหรือสร้างรุกล้ำนั้นเป็นที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริต จะนำมาใช้ในกรณีจำเลยสร้างโรงเรือนในที่ดินขณะยังเป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างโจทก์จำเลยและบุคคลอื่นอยู่ หลังจากรังวัดแบ่งแยกที่ดินแล้วปรากฏว่า เรือนจำเลยปลูกสร้างอยู่ในที่ดินของโจทก์ไม่ได้ จำเลยต้องรื้อเรือนออกไป และไม่มีสิทธิฟ้องร้องว่ากล่าวเกี่ยวกับค่าแห่งที่ดินที่เพิ่มขึ้นเพราะการสร้างโรงเรือนของจำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินนั้นอีกต่อไป แต่ไม่ตัดสิทธิของจำเลยที่จะฟ้องร้องว่ากล่าวโจทก์เกี่ยวกับค่าแห่งที่ดินเพียงที่เพิ่มขึ้นเพราะการสร้างโรงเรือนของจำเลย

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า เดิมโจทก์จำเลยกับผู้มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 249 ตำบลหัวเวียง อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ร่วมกัน ต่อมาโจทก์จำเลยพิพาทกัน ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินให้แก่โจทก์กับผู้มีชื่อตามสัดส่วนที่แต่ละคนมีสิทธิ โดยโจทก์กับพวกได้ทางทิศตะวันออก จำเลยได้ส่วนที่เหลือ ต่อมาโจทก์ได้ร้องขอให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดลำปางไปรังวัดแบ่งแยกแล้วออกโฉนดใหม่ ปรากฏว่าโจทก์ได้รับส่วนแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 25252 ซึ่งมีเรือนของจำเลยปลูกอยู่ในที่ดินโฉนดดังกล่าวทั้งหลังที่จำเลยฎีกาว่า ที่ศาลล่างทั้งสองนำเอาประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1310 มาปรับแก่คดีนี้เป็นการไม่ชอบ ต้องนำเอามาตรา 1312 มาปรับแก่คดีนี้จึงจะชอบนั้น

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า บทบัญญัติทั้งสองมาตราดังกล่าวบัญญัติไว้ชัดแจ้งว่าในขณะที่สร้างโรงเรือนในที่ดินของผู้อื่นก็ดี ขณะที่สร้างโรงเรือนรุกล้ำที่ดินของผู้อื่นก็ดี ผู้สร้างมิได้รู้ว่าที่ดินที่สร้างโรงเรือนหรือสร้างรุกล้ำนั้นเป็นที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริต แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่าขณะที่จำเลยสร้างโรงเรือนนั้น ที่ดินยังเป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างโจทก์จำเลยและบุคคลอื่นอยู่ กรณีจึงไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติของทั้งสองมาตราดังกล่าวนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองหยิบยกบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1310 มาปรับแก่คดีโดยวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โรงเรือนของจำเลย แต่ต้องใช้ค่าแห่งที่ดินเพียงที่เพิ่มขึ้นเพราะสร้างโรงเรือนนั้นให้แก่จำเลยนั้น จึงเป็นการมิชอบอย่างไรก็ดี

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า หลังจากรังวัดแบ่งแยกที่ดินตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแล้วเรือนของจำเลยปลูกสร้างอยู่ในที่ดินของโจทก์ โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนไปแล้ว จำเลยย่อมไม่มีสิทธิใด ๆ ที่จะอยู่ในที่ดินของโจทก์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยรื้อเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินโจทก์อีกต่อไปและจำเลยไม่มีสิทธิที่จะฟ้องร้องว่ากล่าวโจทก์เกี่ยวกับค่าแห่งที่ดินที่เพิ่มขึ้นเพราะการสร้างโรงเรือนของจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสาท บุณยรังษี · ไพบูลย์ ไวกาสี · ชูเชิด รักตะบุตร์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2743/2541

จำเลยที่ 1 ทำการปรับปรุงถนนบนที่ดินที่ ส.อุทิศเป็นสาธารณประโยชน์โดยก่อสร้างเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก และการก่อสร้างรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ตลอดแนวเขตเป็นเนื้อที่ประมาณ 15 ตารางวา และจำเลยที่ 3 ได้ป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1450/2520

เดิมที่ดินแปลงใหญ่ทั้งโฉนดเป็นของจำเลยร่วม จำเลยร่วมให้ผู้รับเหมาก่อสร้างตึกแถว 10 ห้อง พร้อม ๆ สร้างห้องแถวในที่ดินดังกล่าวผู้รับเหมาได้ทำรั้วกำแพงก่ออิฐถือปูนกว้าง 1 เมตร ยาว 3.50 เมตร แทนรั้วสังกะส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1376/2554

หนังสือสำคัญการจดทะเบียนอาคารชุดระบุว่า อาคารชุดจำนวน 1 หลัง มีทรัพย์ส่วนกลาง ได้แก่ โฉนดที่ดินเลขที่ 33745 แขวงหัวหมาก (หัวหมากใต้) เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ประมาณ 305 ตารางวา สำนักงานนิติบุค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5521/2550

การที่จะถือว่าบุคคลหนึ่งปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของบุคคลอื่นโดยสุจริตหรือไม่สุจริตนั้น จะต้องดูในขณะที่ก่อสร้างว่าผู้ก่อสร้างรู้หรือไม่ว่าที่ดินตรงนั้นเป็นของคนอื่น ถ้ารู้ก็ถือว่าก่อสร้าง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2546 (เลขอ้างอิง 112601)

เดิมที่ดินของโจทก์และจำเลยที่ 4 และที่ 5 เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ด. ซึ่งบริษัท ด. ได้ปลูกสร้างอาคารพาณิชย์จำนวน 11 คูหา ด้านหลังอาคารมีกำแพงรั้วคอนกรีตเสริมเหล็กสูงประมาณ 2 เมตร กั้นยาวตลอดทั้ง 11 คูห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้