Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2562/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามสัญญาซื้อข้าวเอกสารหมายจ.4และร.5ได้วางข้อกำหนดและเงื่อนไขไว้ว่าสัญญานี้ทำขึ้นโดยให้ใช้ข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไปตามที่ระบุในสัญญาของสมาคมกาฟต้าเลขที่119ยกเว้นในส่วนที่ได้กำหนดไว้ในสัญญานี้เป็นอย่างอื่นทั้งผู้ซื้อ(ผู้ร้อง)และผู้ขาย(ผู้คัดค้าน)ได้ยอมรับโดยชัดแจ้งซึ่งข้อกำหนดเรื่องการประนีประนอมยอมความรวมทั้งข้อบังคับอนุญาโตตุลาการเลขที่125ของสมาคมกาฟต้าด้วยผู้คัดค้านได้รับสัญญาเอกสารหมายร.4และร.5จากผู้ร้องก่อนจะส่งมอบข้าวที่ขายให้แก่ผู้ร้องแสดงว่าผู้คัดค้านได้ทราบและยอมรับจะปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาทั้งสองฉบับแล้วและตามข้อกำหนดทั่วไปของสัญญาซื้อขายของสมาคมกาฟต้าเอกสารหมายร.6ข้อ29มีใจความว่าหากมีข้อพิพาทหรือข้อโต้แย้งใดๆซึ่งเกิดจากหรือภายใต้สัญญาดังกล่าวให้ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการตามนัยกฎข้อบังคับเลขที่125ของสมาคมกาฟต้าฉบับที่ใช้อยู่ในวันทำสัญญากฎข้อบังคับดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาและเป็นกฎข้อบังคับที่ถือว่าคู่กรณีทั้งสองฝ่ายรับทราบอยู่แล้วนอกจากนั้นทางสมาคมกาฟต้าก็เคยรับรองกับผู้ร้องว่ากฎข้อบังคับของสมาคมเลขที่125สามารถใช้บังคับตามสัญญาระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านได้เมื่อมีข้อพิพาทตามสัญญาเอกสารหมายร.4และร.5เกิดขึ้นผู้ร้องได้แจ้งให้ผู้คัดค้านทราบว่าจะเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาดโดยผู้ร้องเสนออ. เป็นอนุญาโตตุลาการฝ่ายผู้ร้องแต่ผู้เดียวผู้คัดค้านจะยอมรับหรือไม่หรือจะแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการอีกคนแต่ผู้คัดค้านไม่ได้แจ้งให้ผู้ร้องทราบผู้ร้องจึงร้องขอให้สมาคมกาฟต้าแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการแทนฝ่ายผู้คัดค้านทางสมาคมได้แต่งตั้งอ. เป็นอนุญาโตตุลาการแทนฝ่ายผู้คัดค้านซึ่งเป็นการแต่งตั้งตามเงื่อนไขของข้อบังคับอนุญาโตตุลาการเลขที่125ข้อ3.7และทางสมาคมได้แจ้งให้ผู้คัดค้านทราบแล้วการแต่งตั้งอ. เป็นอนุญาโตตุลาการฝ่ายผู้คัดค้านจึงชอบแล้วและไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการพ.ศ.2530 ในชั้นอนุญาโตตุลาการผู้คัดค้านได้ยื่นคำคัดค้านต่อสู้คดีของผู้ร้องและร้องแย้งเรียกค่าเสียหายจากผู้ร้องต่ออ. การยื่นเอกสารดังกล่าวจึงมิใช่เป็นเพียงการโต้แย้งการดำเนินการของอนุญาโตตุลาการเนื่องจากผู้คัดค้านยื่นคำร้องแย้งเรียกค่าเสียหายด้วยแสดงให้เห็นว่าผู้คัดค้านต้องการให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาดข้อเรียกร้องของผู้คัดค้านพร้อมกับข้อเรียกร้องของผู้ร้องพฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าผู้คัดค้านยอมรับอ. เป็นอนุญาโตตุลาการฝ่ายผู้คัดค้านแล้ว ตามสัญญาซื้อขายข้าวมีข้อตกลงให้ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการตามกฎข้อบังคับอนุญาโตตุลาการเลขที่125ของสมาคมกาฟต้า โดยผู้คัดค้านได้ทราบและยอมรับจะปฏิบัติตามกฎข้อบังคับดังกล่าวด้วยดังนั้นเมื่อมีข้อพิพาทตามสัญญาซื้อขายข้าวเกิดขึ้นและผู้ร้องได้ยื่นข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาดจึงเป็นการกระทำไปตามเงื่อนไขข้อตกลงของคู่สัญญาคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการจึงใช้บังคับผู้คัดค้านได้เมื่อสมาคมกาฟต้าแต่งตั้งให้อ. เป็นอนุญาโตตุลาการแทนฝ่ายผู้คัดค้านแล้วสมาคมได้แจ้งให้ผู้คัดค้านทราบพร้อมกับแจ้งว่าหากผู้คัดค้านประสงค์จะเข้าฟังการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการให้ผู้คัดค้านติดต่อกับอ.เพื่อทราบวันและเวลาดังกล่าวแต่ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้แสดงความประสงค์จะเข้าฟังการพิจารณาต่ออ. แต่อย่างใดผู้คัดค้านเพียงแต่ยื่นคำคัดค้านต่อสู้คดีไปยังอ. เท่านั้นต่อมาประธานอนุญาโตตุลาการสอบถามไปยังผู้ร้องและผู้คัดค้านว่าจะส่งเอกสารเพิ่มเติมอีกหรือไม่แสดงว่าทางอนุญาโตตุลาการได้เปิดโอกาสให้ผู้คัดค้านเข้าฟังการพิจารณาและนำพยานหลักฐานเข้าต่อสู้คดีได้ก่อนที่จะชี้ขาดข้อพิพาทแล้วและเมื่ออนุญาโตตุลาการได้วินิจฉัยข้อพิพาทโดยพิจารณาจากพยานหลักฐานและข้อต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งให้เหตุผลในการชี้ขาดข้อพิพาทเป็นที่เข้าใจดีและถูกต้องแล้วจึงไม่มีเหตุให้ฟังได้ว่าคณะอนุญาโตตุลาการได้กระทำการเข้าข้างฝ่ายผู้ร้องโดยไม่สุจริต ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้อนุญาโตตุลาการที่กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทที่เกิดขึ้นโดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่ผู้ร้องและผู้คัดค้านได้ตกลงกันไว้ก่อนเกิดข้อพิพาทตามเอกสารหมายร.4และร.5และตามกฎหมายประเทศอังกฤษได้แก่พระราชบัญญัติว่าด้วยการบริหารงานยุติธรรมค.ศ.1982บัญญัติไว้ว่าหากอนุญาโตตุลาการเห็นสมควรอาจชี้ขาดให้ชดใช้ดอกเบี้ยในอัตราที่เหมาะสมการที่อนุญาโตตุลาการชี้ขาดให้ผู้คัดค้านชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ12ต่อปีซึ่งเป็นการใช้ดุลพินิจไปตามขอบเขตของกฎหมายกรณีจึงยังฟังไม่ได้ว่าอนุญาโตตุลาการชี้ขาดข้อพิพาทโดยไม่สุจริตและขัดต่อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นกำหนดให้ผู้คัดค้านชำระดอกเบี้ยถึงวันที่อนุญาโตตุลาการชี้ขาดข้อพิพาทเท่านั้นเมื่อผู้ร้องไม่ได้อุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองการที่ผู้ร้องเพียงแต่ทำคำแก้ฎีกาในทำนองขอให้ศาลฎีกาพิพากษาให้ผู้คัดค้านชำระดอกเบี้ยเพิ่มจนถึงวันที่ผู้คัดค้านชำระเงินให้ผู้ร้องเสร็จตามคำร้องของผู้ร้องจึงไม่เป็นประเด็นที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยให้ได้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2530 มาตรา 30ประกอบมาตรา 34 โดยขอให้บังคับผู้คัดค้านชำระเงินและดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 387,180.77 เหรียญสหรัฐอเมริกา คิดเป็นเงินไทยตามอัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญสหรัฐอเมริกา เท่ากับ 25.57 บาทเป็นเงินรวม 9,900,212.29 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12 ต่อปีของต้นเงิน 274,417.18 เหรียญสหรัฐอเมริกา คิดเป็นเงินไทยรวม 7,016,847.29 บาท นับแต่วันยื่นคำร้องจนกว่าผู้คัดค้านจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้องผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านตกลงขายข้าวให้แก่ผู้ร้องตามสัญญา 2 ฉบับ ตามคำร้องจริง แต่สัญญาทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวไม่มีข้อตกลงเกี่ยวกับค่าเสียหายในส่วนดอกเบี้ยไว้และมิได้กำหนดให้ใช้ข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไปตามสัญญาของสมาคมกาฟต้า

เลขที่ 119โดยเฉพาะมิได้ตกลงเรื่องอนุญาโตตุลาการ เลขที่ 125 ของสมาคมกาฟต้าและผู้คัดค้านไม่เคยลงลายมือชื่อในสัญญาทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวโดยมีข้อตกลงเรื่องอนุญาโตตุลาการ นอกจากนี้ผู้คัดค้านมิได้ตกลงกับผู้ร้องว่า หากมีข้อพิพาทเกิดขึ้นตามสัญญาทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวแล้วให้อนุญาโตตุลาการของสมาคมกาฟต้าวินิจฉัยชี้ขาด ผู้ร้องเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับอนุญาโตตุลาการต่างประเทศเพียงฝ่ายเดียวโดยไม่มีอำนาจ เป็นการไม่ชอบ ทั้งผู้คัดค้านไม่เคยแต่งตั้งหรือให้ความยินยอมในการแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการฝ่ายผู้คัดค้านและไม่เคยได้รับแจ้งล่วงหน้าโดยชอบให้ผู้คัดค้านทราบถึงการกำหนดให้ผู้คัดค้านตั้งอนุญาโตตุลาการ หรือการแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการฝ่ายผู้คัดค้าน และการแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการให้แก่ฝ่ายผู้คัดค้านไม่ชอบตามสัญญาและข้อบังคับตลอดทั้งกฎหมายที่ใช้บังคับกับสัญญาของสมาคมกาฟต้า

ดังนั้นอนุญาโตตุลาการฝ่ายผู้คัดค้านจึงไม่มีอำนาจพิจารณาและไม่มีอำนาจแต่งตั้งประธานอนุญาโตตุลาการทั้งกระบวนพิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการต่างประเทศไม่ได้แจ้งการพิจารณาในแต่ละครั้งให้ผู้คัดค้านทราบ ซึ่งไม่เป็นไปตามกฎหมายของประเทศที่ทำคำชี้ขาด จึงเป็นการไม่ชอบอนุญาโตตุลาการต่างประเทศพิจารณาวินิจฉัยและชี้ขาดตามคำร้องโดยกลฉ้อฉลเข้ากับฝ่ายผู้ร้องโดยรับฟังข้อเท็จจริงและเอกสารของฝ่ายผู้ร้องฝ่ายเดียวไม่คำนึงถึงหลักกฎหมาย พฤติการณ์แห่งข้อเท็จจริงและเจตนารมณ์ของคู่สัญญาผู้คัดค้านไม่ได้ผิดสัญญาซื้อขายข้าวต่อผู้ร้อง คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศที่ให้คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12 ต่อปีขัดต่อกฎหมายไทย นอกจากนี้ผู้ร้องมิได้มอบอำนาจให้บริษัทหลุยส์

เดรย์ฟุส เทรดดิ้ง จำกัด ณ ประเทศสิงคโปร์เป็นผู้ดำเนินการอนุญาโตตุลาการแทนผู้ร้อง อันเป็นการขัดกับหลักการอนุญาโตตุลาการ ดังนั้น การพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศดังกล่าวจึงไม่ผูกพันคู่ความ ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้ผู้คัดค้านปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ฉบับลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2533 และฉบับลงวันที่8 พฤษภาคม 2534ผู้คัดค้าน อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนผู้คัดค้าน ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแห่งประเทศเบอร์มิวด้า และอยู่ในเครือจักรภพของประเทศอังกฤษ ผู้คัดค้านซึ่งเป็นบริษัทจำกัดในประเทศไทยได้ตกลงขายข้าวให้แก่ผู้ร้อง ตามสัญญาเอกสารหมาย

ร.4 และ ร.5โดยผ่านบริษัทหลุยส์ เดรย์ฟุส เทรดดิ้ง จำกัด ในประเทศสิงคโปร์ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ร้อง และผู้คัดค้านได้ส่งข้าวให้ผู้ร้องแล้วแต่ขาดไป 5,000 เมตริกตัน นอกจากนี้ผู้ร้องได้รับความเสียหายอันสืบเนื่องมาจากต้องเสียเวลาในการจอดเรือรอรับข้าว ผู้ร้องได้เรียกร้องค่าเสียหายแก่ผู้คัดค้าน แต่ผู้คัดค้านไม่ยอมชำระผู้ร้องจึงเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการของสมาคมการค้าธัญญาพืชและอาหารสัตว์แห่งกรุงลอนดอน ซึ่งมีชื่อเรียกว่าทั่วไปว่าสมาคมกาฟต้าให้วินิจฉัยชี้ขาดโดยได้แจ้งให้ผู้คัดค้านทราบแล้วตามเอกสารหมาย ร.18 และ ร.19 คณะอนุญาโตตุลาการได้พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดให้ผู้คัดค้านชำระค่าเสียหายให้แก่ผู้ร้องจำนวน274,417.18 เหรียญสหรัฐอเมริกาพร้อมดอกเบี้ยตามเอกสารหมาย

ร.39และ ร.46 พร้อมคำแปลคดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านข้อแรกว่าสัญญาซื้อขายข้าวตามเอกสารหมาย ร.4 และ ร.5 มีข้อตกลงให้ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการตามกฎข้อบังคับอนุญาโตตุลาการเลขที่ 125 ของสมาคมกาฟต้าหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ตามสัญญาซื้อข้าวเอกสารหมาย ร.4 และ ร.5 ว่าในสัญญาทั้งสองข้อดังกล่าวได้วางข้อกำหนดและเงื่อนไขไว้ว่า สัญญานี้ทำขึ้นโดยให้ใช้ข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไปตามที่ระบุในสัญญาของสมาคมกาฟต้าเลขที่ 119 ยกเว้นในส่วนที่ได้กำหนดไว้ในสัญญานี้เป็นอย่างอื่นทั้งผู้ซื้อ (ผู้ร้อง) และผู้ขาย (ผู้คัดค้าน) ได้ยอมรับโดยชัดแจ้งซึ่งข้อกำหนดเรื่องการประนีประนอมยอมความรวมทั้งข้อบังคับอนุญาโตตุลาการเลขที่ 125 ของสมาคมกาฟต้าด้วย

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้โดยไม่มีข้อโต้แย้งแล้วว่า ผู้คัดค้านได้รับสัญญาเอกสารหมายร.4 และ ร.5 จากผู้ร้องก่อนจะส่งมอบข้าวที่ขายให้แก่ผู้ร้องแสดงว่าผู้คัดค้านได้ทราบและยอมรับจะปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาทั้งสองฉบับแล้วอีกประการหนึ่งข้อเท็จจริงฟังได้ว่าตามข้อกำหนดทั่วไปของสัญญาซื้อขายของสมาคมกาฟต้าเอกสารหมาย ร.6 ข้อ 29 มีใจความว่า หากมีข้อพิพาทหรือข้อโต้แย้งใด ๆ ซึ่งเกิดจากหรือภายใต้สัญญาดังกล่าวให้ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการตามนัยกฎข้อบังคับเลขที่ 125ของสมาคมกาฟต้าฉบับที่ใช้อยู่ในวันทำสัญญากฎข้อบังคับดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาและเป็นกฎข้อบังคับที่ถือว่าคู่กรณีทั้งสองฝ่ายรับทราบอยู่แล้ว

นอกจากนั้นทางสมาคมกาฟต้าก็เคยรับรองกับผู้ร้องว่า กฎข้อบังคับของสมาคมเลขที่ 125ตามเอกสารหมาย ร.17 สามารถใช้บังคับตามสัญญาระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านได้ และข้อเท็จจริงฟังได้ว่า สัญญาซื้อขายข้าวระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านมีข้อตกลงให้ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการตามกฎข้อบังคับอนุญาโตตุลาการเลขที่ 125ของสมาคมกาฟต้า ซึ่งผู้คัดค้านได้ทราบและยอมรับกฎข้อบังคับว่าด้วยอนุญาโตตุลาการดังกล่าวด้วยมีปัญหาตามฎีกาของผู้คัดค้านข้อ 2 ว่า การแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้โดยไม่มีข้อโต้แย้งแล้วว่า เมื่อมีข้อพิพาทตามสัญญาเอกสารหมาย ร.4 และ ร.5 เกิดขึ้น ผู้ร้องได้แจ้งให้ผู้คัดค้านทราบว่าจะเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาดโดยผู้ร้องเสนอนายเอ.จี.สกอตต์ เป็นอนุญาโตตุลาการฝ่ายผู้ร้องแต่ผู้เดียวผู้คัดค้านจะยอมรับหรือไม่ หรือจะแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการอีกคนตามเอกสารหมาย

ร.18 และ ร.19 แต่ผู้คัดค้านไม่ได้แจ้งให้ผู้ร้องทราบ ผู้ร้องจึงร้องขอให้สมาคมกาฟต้าแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการแทนฝ่ายผู้คัดค้าน ทางสมาคมได้แต่งตั้งนายเอ.เอช.ฮาร์เปอร์ เป็นอนุญาโตตุลาการแทนฝ่ายผู้คัดค้านซึ่งเป็นการแต่งตั้งตามเงื่อนไขของข้อบังคับอนุญาโตตุลาการเลขที่ 125 ข้อ 3.7 และทางสมาคมได้แจ้งให้ผู้คัดค้านทราบแล้วการแต่งตั้งนายเอ.เอช.ฮาร์เปอร์ เป็นอนุญาโตตุลาการฝ่ายผู้คัดค้านจึงชอบแล้ว และไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการพ.ศ. 2530 ตามที่ผู้คัดค้านอ้าง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่ผู้คัดค้านฎีกาว่า ผู้คัดค้านไม่ได้ยอมรับการแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยนั้นข้อเท็จจริงฟังได้จากคำเบิกความของนายธีระพงษ์ อัศวินวิจิตรซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของผู้คัดค้านเอง ในชั้นอนุญาโตตุลาการพยานได้ยื่นคำคัดค้านต่อสู้คดีของผู้ร้องและร้องแย้งเรียกค่าเสียหายจากผู้ร้องตามเอกสารหมาย ร.28 ร.31 และ ร.32ต่อนายเอ.เอช.ฮาร์เปอร์ การยื่นเอกสารดังกล่าวจึงมิใช่เป็นเพียงการโต้แย้งการดำเนินการของอนุญาโตตุลาการตามที่ผู้คัดค้านอ้าง เนื่องจากผู้คัดค้านยื่นคำร้องแย้งเรียกค่าเสียหายด้วย แสดงให้เห็นว่าผู้คัดค้านต้องการให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาดข้อเรียกร้องของผู้คัดค้านพร้อมกับข้อเรียกร้องของผู้ร้องพฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าผู้คัดค้านยอมรับนายเอ.เอช.ฮาร์เปอร์เป็นอนุญาโตตุลาการฝ่ายผู้คัดค้านแล้วมีปัญหาตามฎีกาของผู้คัดค้านข้อต่อไปว่า

คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการใช้บังคับผู้คัดค้านได้หรือไม่ และอนุญาโตตุลาการกระทำการโดยไม่สุจริตหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่วินิจฉัยมาข้างต้นแล้วว่าตามสัญญาซื้อขายข้าวเอกสารหมาย ร.4 และ ร.5มีข้อตกลงให้ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการตามกฎข้อบังคับอนุญาโตตุลาการเลขที่ 125 ของสมาคมกาฟต้าโดยผู้คัดค้านได้ทราบและยอมรับจะปฏิบัติตามกฎข้อบังคับดังกล่าวด้วย ดังนั้นเมื่อมีข้อพิพาทตามสัญญาซื้อขายข้าวเกิดขึ้นและผู้ร้องได้ยื่นข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาด จึงเป็นการกระทำไปตามเงื่อนไขข้อตกลงของคู่สัญญา คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการจึงใช้บังคับผู้คัดค้านได้ ที่ผู้คัดค้านเองว่า ผู้คัดค้านไม่ได้สมัครใจที่จะใช้การระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ ไม่มีเหตุผลให้รับฟังได้

ที่ผู้คัดค้านฎีกาว่าไม่มีการแจ้งให้ผู้คัดค้านทราบล่วงหน้าถึงการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ ผู้คัดค้านจึงไม่มีโอกาสนำพยานบุคคลและพยานเอกสารพิสูจน์ต่ออนุญาโตตุลาการนั้น เห็นว่าเมื่อสมาคมกาฟต้าแต่งตั้งให้นายเอ.เอช.ฮาร์เปอร์ เป็นอนุญาโตตุลาการแทนฝ่ายผู้คัดค้านแล้ว สมาคมได้แจ้งให้ผู้คัดค้านทราบพร้อมกับแจ้งว่าหากผู้คัดค้านประสงค์จะเข้าฟังการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ ให้ผู้คัดค้านติดต่อกับนายเอ.เอช.ฮาร์เปอร์เพื่อทราบวันและเวลาดังกล่าวตามเอกสารหมาย ร.22 และ ร.23แต่ไม่ปรากฎว่าผู้คัดค้านได้แสดงความประสงค์จะเข้าฟังการพิจารณาต่อนายเอ.เอช.ฮาร์เปอร์ แต่อย่างใด ผู้คัดค้านเพียงแต่ยื่นคำคัดค้านต่อสู้คดีไปยังนายเอ.เอช.ฮาร์เปอร์ เท่านั้นต่อมานายเอ.เจ.เซียร์ ประธานอนุญาโตตุลาการยังสอบถามผู้ร้องและผู้คัดค้านว่าจะส่งเอกสารเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ตามเอกสารหมาย ร.35และ ร.45 แสดงว่าทางอนุญาโตตุลาการได้เปิดโอกาสให้ผู้คัดค้านเข้าฟังการพิจารณาและนำพยานหลักฐานเข้าต่อสู้คดีได้ก่อนที่จะชี้ขาดข้อพิพาทแล้ว

ที่ผู้คัดค้านฎีกาว่า คำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการที่ให้ผู้ร้องได้รับค่าเสียหายตามที่เรียกร้องจำนวน 235,000เหรียญสหรัฐอเมริกา ขาดหลักแห่งความยุติธรรมไม่มีการแสดงเหตุผลนั้นศาลฎีกาได้พิจารณาคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามเอกสารหมาย ร.39แล้ว เห็นว่าอนุญาโตตุลาการได้วินิจฉัยข้อพิพาทโดยพิจารณาจากพยานหลักฐานและข้อต่อสู้ของทั้งสองฝ่าย คำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งเหตุผลในการชี้ขาดข้อพิพาทเป็นที่เข้าใจดีและถูกต้องแล้ว ไม่มีเหตุให้ฟังได้ว่าคณะอนุญาโตตุลาการได้กระทำการเข้าข้างฝ่ายผู้ร้องโดยไม่สุจริตตามที่ผู้คัดค้านฎีกา

ที่ผู้คัดค้านฎีกาว่า อนุญาโตตุลาการชี้ขาดให้ผู้คัดค้านชำระดอกเบี้ยในอัตราสูงโดยมิได้ให้เหตุผลประกอบแสดงว่าต้องการให้ผู้ร้องได้รับประโยชน์จากผู้คัดค้านมากขึ้นเป็นการกระทำที่ไม่สุจริตและขัดต่อกฎหมายนั้น เห็นว่า ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้อนุญาโตตุลาการที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทที่เกิดขึ้น โดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่ผู้ร้องและผู้คัดค้านได้ตกลงกันไว้ก่อนเกิดข้อพิพาทตามเอกสารหมาย ร.4 และ ร.5 ผู้ร้องนำสืบข้อเท็จจริงฟังได้ว่าตามกฎหมายประเทศอังกฤษได้แก่พระราชบัญญัติว่าด้วยการบริหารงานยุติธรรม ค.ศ. 1982 บัญญัติไว้ว่า หากอนุญาโตตุลาการเห็นสมควรอาจชี้ขาดให้ชดใช้ดอกเบี้ยในอัตราที่เหมาะสม

ดังนั้นที่อนุญาโตตุลาการชี้ขาดให้ผู้คัดค้านชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12 ต่อปี เป็นการใช้ดุลพินิจไปตามขอบเขตของกฎหมายข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าอนุญาโตตุลาการชี้ขาดข้อพิพาทโดยไม่สุจริตและขัดต่อกฎหมายตามที่ผู้คัดค้านฎีกาอนึ่ง คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ผู้คัดค้านปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการรวม 2 ฉบับ ฉบับแรกลงวันที่6 พฤศจิกายน 2533 ซึ่งกำหนดให้ผู้คัดค้านชำระเงินแก่ผู้ร้องจำนวน 19,008.33 เหรียญสหรัฐอเมริกา พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ12 ต่อปี นับจากวันที่ 1 กันยายน 2532 ถึงวันที่ในคำชี้ขาดฉบับนี้และฉบับที่สองลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2534 ซึ่งกำหนดให้ผู้คัดค้านชำระเงินแก่ผู้ร้อง 2 จำนวน จำนวนแรกเป็นเงิน 235,000เหรียญสหรัฐอเมริกา

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี นับจากวันที่ 1 กันยายน 2532 ถึงวันที่ในคำชี้ขาดฉบับนี้ จำนวนที่สองเป็นเงิน 20,408.85 เหรียญสหรัฐอเมริกา พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี นับจากวันที่ 19 สิงหาคม 2532 ถึงวันที่ในคำชี้ขาดฉบับนี้ ผู้คัดค้านอุทธรณ์ฝ่ายเดียว ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นดังกล่าวกำหนดให้ผู้คัดค้านชำระดอกเบี้ยถึงวันที่อนุญาโตตุลาการชี้ขาดข้อพิพาทเท่านั้น ผู้ร้องไม่ได้อุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ดังนั้น ที่ผู้ร้องเพียงแต่ทำคำแก้ฎีกาในทำนองขอให้ศาลฎีกาพิพากษาให้ผู้คัดค้านชำระดอกเบี้ยเพิ่มจนถึงวันที่ผู้คัดค้านชำระเงินให้ผู้ร้องเสร็จตามคำร้องของผู้ร้อง จึงไม่เป็นประเด็นที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยให้ได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จเร อำนวยวัฒนา · วุฒิ คราวุฒิ · อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้