Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 256/2466

พ.ศ. 2466 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาซื้อขายที่ดิน วิกลจริต,ผิดสัญญา ค่าเสียหาย กู้ณี่บทที่ 49 เบ็ดเสร็จบทที่ 100

คำฟ้องและคำให้การ

ซ.จำเลยเปนคนเสียสติได้ทำสัญญาขายที่ดินให้แก่ ส.เปนเงิน ๑๒๐๐๐๐ บาท รับเงินมัดจำไปจาก ส. ๒๐๐๐๐ บาท แล้วจำเลยผิดสัญญาไม่ยอมขายที่ให้โจทย์ ๆ จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยให้ทำตามสัญญา หรือให้จำเลยคืนเงินมัดจำแลปรับจำเลยเปนจำนวนเท่าเงินมัดจำแลดอกเบี้ยด้วย จำเลยต่อสู้ว่าหนังสือสัญญานั้นใช้ไม่ได้ เพราะจำเลยเปนคนเสียสติแลโจทย์รู้แล้ว ฎีกาตัดสินว่า จำเลยมีสติวิปลาศ ตามหลักกฎหมายแล้วผู้ที่ทำสัญญากับผู้เสียจริตโดยรู้ว่าคู่สัญญาของตนเปนผู้ไม่สามารถสัญญานั้นใช้ไม่ได้ แต่เปนน่าที่ของฝ่ายผู้เสียจริตจะต้องพิสูจน์ให้ได้ความแน่ว่าผู้อีกฝ่ายหนึ่งนั้นได้รู้ว่าตนเสียจริต การที่จะนำสืบว่าตนมีสติวิปลาศมาหลายปีจนเปนที่ประจักษ์แก่ผู้รู้จักกัน โจทย์จำเลยเคยรู้จักกันแลเคยอยู่ใกล้กันครั้ง ๑ ควรสันนิษฐานว่าโจทย์รู้นั้น เพียงเท่านี้ไม่พอ จำเลยจะต้องสืบว่าโจทย์เองได้รู้เช่นนั้นจริง ๆ คำร้องที่คู่ความยื่นเมื่อพิจารณาเสร็จสำนวนแล้ว ขอให้ศาลเรียกพยานมาสืบใหม่นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พ้นเวลาเสียแล้ว" ไม่มีเหตุพอที่จะให้พิจารณาใหม่ได้ ในคดีแพ่งถ้าจะยอมให้พิจารณาเพิ่มเติมใหม่ การพิจารณาอาจจะไม่รู้จักเสร็จ คำว่า "สิ่งของ" หมายความถึงทรัพย์เคลื่อนที่ได้เท่านั้น วิธีแบ่งทรัพย์เปนประเภทเคลื่อนได้แลไม่ได้ แลคำว่าสิ่งของก็เข้าใจกันว่าเปนทรัพย์เคลื่อนที่ได้นั้น เป็นวิธีแลความเข้าใจในทางกฎหมายมา ๒๐ ปีกว่าแล้ว ศาลฎีกาได้พิจารณาเรื่องที่ดินเนือง ๆ ไม่ได้ยกเอากฎหมายลักษณกู้ณี่บทที่ ๔๙ มาใช้เลยเมื่อแปลคำสิ่งของว่าเปนทรัพย์เคลื่อนที่ได้แล้ว ก็จะยกเอากฎหมายบทนี้มาบังคับคดีเรื่องที่ดินไม่ได้ คำว่าอวิญญาณกทรัพย์ในกฎหมายลักษณเบ็ดเสร็จบทที่ ๑๐๐ กินความถึงที่ดินด้วย แต่ท่านหมายถึงการซื้อขายที่เสร็จให้เงินกันแล้วยังแต่จะส่งทรัพย์ไม่ใช่สัญญาจะขายแล้ววางมัดจำ

การที่จะให้ไหมจำเลยทวีคูณนั้นเพราะผู้ขายรับเงินแล้วปฏิเสธด้วยตั้งใจกระบัดสินท่าน แต่เรื่องนี้จำเลยเปนคนวิกลจริต จะถือว่าคำปฏิเสธของจำเลยเปนการตั้งใจกระบัดสินท่านหาควรไม่ กฎหมาย ๒ บท (คือ กฎหมายกู้ณี่บท ๔๙ กับเบ็ดเสร็จบท ๑๐๐ ) ดังกล่าวแล้วไม่ตรงกับรูปคดีนี้ เมื่อไม่มีบทตรงแล้ว จึงควรกำหนดค่าเสียหายโดยใช้หลักกฎหมายในเรื่องผิดสัญญาเทียบกับฎีกาแบบอย่างที่มีมาแล้ว คือ ค่าเสียหายที่โจทย์จะพึงสืบได้ว่า เกิดแต่การที่จำเลยผิดสัญญา คดีนี้โจทย์ไม่ได้แสดงว่าเสียหายอย่างไร

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาให้จำเลยคืนเงินมัดจำ ๒๐๐๐๐ บาทให้โจทย์ แลดอกเบี้ยชั่งละ ๑ บาท ต่อเดือนนับตั้งแต่วันเซ็นสัญญากันจนกว่าจำเลยจะใช้เงินเสร็จ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มโน · กฤติ · นรเนติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้