Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2553/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่าจำเลยได้ร่วมกันปลอมพินัยกรรมของเจ้ามรดก แล้วใช้พินัยกรรมปลอมของเจ้ามรดกที่ทำขึ้นโดยไม่ชอบไม่ถูกต้องตามกฎหมายไปทำการรับโอนมรดกที่ดินของเจ้ามรดก โดยมิได้บรรยายฟ้องให้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ร่วมกันทำการปลอมพินัยกรรมของเจ้ามรดกด้วยวิธีการอย่างไร เป็นการปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่บางส่วนตลอดจนไม่ได้ระบุวันเวลาที่ทำการปลอมอีกด้วย จึงเป็นคำฟ้อง ที่มิได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาและสามารถต่อสู้คดีได้อย่างถูกต้อง ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับ จำเลยในข้อหาปลอมพินัยกรรมของเจ้ามรดกจึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายหมาดดี บุตรหง้า เจ้ามรดก กับนางหยำบุตรหง้า เป็นสามีภริยากัน มีบุตร 7 คน คือ นางเหมี้ย บุตรหง้าโจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 3 จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2และนางแดง บุตรหง้า ส่วนโจทก์ที่ 4 เป็นบุตรของนางเหมี้ยเจ้ามรดกถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2517 มีทรัพย์สินเป็นที่ดิน 5 แปลง คือ ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3) เลขที่ 61 เนื้อที่ 10 ไร่ 2 งาน 30 ตารางวาที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 26, 27, 28 และ 111 เนื้อที่ 15 ไร่ 2 งาน 19 1/10 ตารางวา,11 ไร่ 10 6/10 ตารางวา, 5 ไร่ 93 6/10 ตารางวา และ16 ไร่ 2 งาน 98 1/10 ตารางวาตามลำดับ ซึ่งปัจจุบันเป็นโฉนดที่ดินเลขที่ 7594, 7595, 8359 และ 15788 หลังจากเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้ว

จำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมพินัยกรรมของเจ้ามรดกแล้วใช้พินัยกรรมปลอมดังกล่าวไปรับโอนมรดกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 61 มาเป็นของจำเลยที่ 1 ทั้งแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินว่าเป็นผู้ครอบครองที่ดินและขอออกโฉนดที่ดินเลขที่ 7594, 7595และ 8359 เป็นของจำเลยที่ 1 และโฉนดที่ดินเลขที่ 15788เป็นของจำเลยที่ 2 หลังจากนั้นจำเลยทั้งสองขับไล่โจทก์ทั้งสี่มิให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว แล้วแบ่งแยกที่ดินขายให้บุคคลอื่น การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการยักย้ายปิดบังทรัพย์มรดก และปลอมพินัยกรรม จึงต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกโจทก์ทั้งสี่บอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ทั้งสี่ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉยขอให้บังคับจำเลยทั้งสองแบ่งที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3)

เลขที่ 61 และที่ดินโฉนดเลขที่ 7594, 7595, 8359และ 15788 เพิกถอนการโอนทรัพย์มรดกบางส่วนของจำเลยทั้งสองแล้วนำมาแบ่งปันกันในระหว่างทายาทผู้มีสิทธิรับมรดก ถ้าแบ่งไม่ได้ให้ประมูลหรือขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันตามส่วนและกำจัดมิให้จำเลยทั้งสองได้รับมรดกของเจ้ามรดกฐานฉ้อฉลและปิดบังทรัพย์มรดกจำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 61 และที่ดินโฉนดเลขที่ 7594, 7595 และ 8359 ทั้ง 4 แปลง โดยเจตนาเป็นเจ้าของมากว่า 10 ปีแล้ว โจทก์ทั้งสี่ไม่เคยมายุ่งเกี่ยวในที่ดิน ฟ้องโจทก์ทั้งสี่ขาดอายุความ

โจทก์ทั้งสี่บรรยายฟ้องเพียงว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมพินัยกรรมของเจ้ามรดกแต่ไม่บรรยายว่าปลอมโดยวิธีใดหรือปลอมส่วนใด หรือทั้งฉบับจึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนโจทก์ทั้งสี่ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่านายหมาดดี บุตรหง้า เจ้ามรดก กับนางหยำ บุตรหง้าเป็นสามีภริยากัน มีบุตรด้วยกัน 7 คน คือนางเหมี้ย บุตรหง้าโจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 3 จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2และนางแดง บุตรหง้า ส่วนโจทก์ที่ 4 เป็นบุตรของนางเหมี้ยซึ่งได้ถึงแก่ความตายไปก่อนเจ้ามรดกแล้ว เจ้ามรดกเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน 5 แปลง

คือ ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 61 และที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 26, 27, 28 และ 111ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 7594, 7595, 8359 และ 15788ตามลำดับ เจ้ามรดกได้ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2517โดยได้ทำพินัยกรรมยกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3) เลขที่ 61 ให้แก่จำเลยที่ 1 และยกที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 26 และ 27 (ปัจจุบันเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 7594 และ 7595) ให้แก่นางแดงคดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสี่ประการแรกว่าฟ้องโจทก์ทั้งสี่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ในข้อหาปลอมพินัยกรรมของเจ้ามรดกเคลือบคลุมหรือไม่ เห็นว่า

โจทก์ทั้งสี่บรรยายฟ้องแต่เพียงว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันปลอมพินัยกรรมของเจ้ามรดกแล้วใช้พินัยกรรมปลอมของเจ้ามรดกที่ทำขึ้นโดยไม่ชอบไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ไปทำการรับโอนมรดกที่ดินของเจ้ามรดกเท่านั้นโดยโจทก์ทั้งสี่มิได้บรรยายฟ้องให้ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันทำการปลอมพินัยกรรมของเจ้ามรดกด้วยวิธีการอย่างไร เป็นการปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่บางส่วนตลอดจนไม่ได้ระบุวันเวลาที่ทำการปลอมอีกด้วย จึงเป็นคำฟ้องที่มิได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาที่จะทำให้จำเลยที่ 1 เข้าใจข้อหาและสามารถต่อสู้คดีได้อย่างถูกต้อง ฟ้องโจทก์ทั้งสี่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ในข้อหาปลอมพินัยกรรมของเจ้ามรดกจึงเป็นฟ้องเคลือบคลุมสำหรับปัญหาตามฎีกาของโจทก์ทั้งสี่ประการต่อไปที่ว่าที่ดินทั้ง 5 แปลง ตามฟ้อง เป็นทรัพย์มรดกของเจ้ามรดกหรือไม่เพียงใดนั้น

เห็นว่าเนื่องจากศาลฎีกาได้วินิจฉัยแล้วว่าคำฟ้องของโจทก์ทั้งสี่เฉพาะในส่วนของจำเลยที่ 1 ที่ว่าพินัยกรรมของเจ้ามรดกเป็นพินัยกรรมปลอมนั้นเป็นฟ้องเคลือบคลุม ดังนั้นข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดิน 3 แปลง ที่เจ้ามรดกทำพินัยกรรมยกให้แก่จำเลยที่ 1 และนางแดง บุตรหง้า คือ ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 61 และที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 26 และ 27 (ที่ดินโฉนดเลขที่ 7594 และ 7595) จึงไม่เป็นประเด็นข้อพิพาทที่ต้องวินิจฉัยอีกต่อไป คงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยเฉพาะที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 28 และ 111(ที่ดินโฉนดเลขที่ 8359 และ 15788) เพียง 2 แปลง เท่านั้นและศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินทั้ง 2 แปลงดังกล่าวไม่เป็นทรัพย์มรดกของเจ้ามรดกพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อมร วีรวงศ์ · สุรินทร์ นาควิเชียร · พันธาวุธ ปาณิกบุตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1088/2566

คำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการต้องแสดงโดยชัดแจ้งถึง "ช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ" ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/6 (3) ประกอบมาตรา 90/3 กิจการของลูกหนี้ไม่มีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ ศาลล้มล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2561/2563

การปรับข้อเท็จจริงตามฟ้องว่าจะเข้าลักษณะมูลหนี้สัญญาหรือมูลหนี้ละเมิดนั้น เป็นข้อหารือบทซึ่งเป็นหน้าที่ของศาลที่จะปรับบทกฎหมายเอง โดยโจทก์ต้องบรรยายข้อเท็จจริงที่จำเลยได้กระทำ อันเป็นการโต้แย้งสิทธิก็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2075/2563

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ให้ความเห็นชอบโครงการโอนกิจการของธนาคาร ม. ให้แก่ธนาคาร ก. กำหนดการโอนกิจการ ให้โอนสินทรัพย์และหนี้สินทั้งหมดของโจทก์โดยให้ดูแลลูกหนี้เจ้าหนี้นั้น ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5433/2562

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ตกลงซื้อหุ้นจากโจทก์เป็นเงิน 20,000,000 บาท โจทก์โอนหุ้นให้จำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 1 ชำระค่าหุ้นแก่โจทก์บางส่วนเป็นเงิน 12,500,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 7,500,000 บาท โจทก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้