Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2552/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตาม ป. รัษฎากร มาตรา 86 ผู้ที่จะออกใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้าได้นั้นจะต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ขายสินค้าหรือบริการเท่านั้น ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มิได้ขายสินค้าหรือบริการไม่อาจออกใบกำกับภาษีแทนผู้อื่นได้ ว. เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีในนามของตนเองหรือในนามของลิฟท์ไทยเอ็นจิเนียริ่ง ซึ่งเป็นชื่อสถานประกอบการตามที่จดทะเบียนไว้ เมื่อโจทก์ติดต่อซื้อรางรถไฟจาก ว. และชำระค่ารางรถไฟให้โดยเช็คระบุชื่อบริษัทลิฟท์ไทยเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ผู้ที่มีสิทธิและหน้าที่ในการออกใบกำกับภาษีให้แก่โจทก์คือ ว. หรือลิฟท์ไทยเอ็นจิเนียริ่ง ใบกำกับภาษีฉบับพิพาทซึ่งออกโดยห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. จึงเป็นใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะเป็นใบกำกับภาษีที่ห้างหุ้นส่วนดังกล่าวออกโดยไม่มีการขายสินค้าและถือได้ว่าเป็นใบกำกับภาษีปลอม ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีดังกล่าว จึงไม่อาจนำมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตามมาตรา 82/5 แห่ง ป. รัษฏากร การที่โจทก์นำใบกำกับภาษีซื้อที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวไปใช้ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยมีอำนาจประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมเงินเพิ่มและเบี้ยปรับอีกสองเท่าของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษีดังกล่าวตามมาตรา 89 (7) แห่ง ป. รัษฎากรได้ โจทก์ทราบดีอยู่แล้วว่า โจทก์มิได้ซื้อรางรถไฟจากห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. แต่โจทก์ยังนำเอาใบกำกับภาษีของห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. มาใช้ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีจึงไม่มีเหตุอันควรลดหรืองดเบี้ยปรับแก่โจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเพิกถอนหรือยกเลิกการประเมินภาษีที่ให้โจทก์ชำระเป็นเงิน 168,536.79 บาทให้งดเบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มที่เรียกจากโจทก์ทั้งหมดกับให้จำเลยคืนเงินภาษีและเงินเพิ่มจำนวน 72,509.42 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 71,640.90 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีของจำเลยได้ออกตรวจปฏิบัติการภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ สถานประกอบกิจการของโจทก์ปรากฏว่า โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเดือนกันยายน 2539 ได้นำใบกำกับภาษีซื้อปลอมของห้างหุ้นส่วนจำกัดสุคนสวัสดิ์วัสดุภัณฑ์ซึ่งโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าบุคคลใดเป็นผู้ออกให้ ราคาสินค้า 736,290 บาท ภาษีซื้อ 51,540.30 บาท รวมเป็นเงิน 787,830.30 บาท สำแดงในยอดซื้อของเดือนดังกล่าวซึ่งถือเป็นภาษีซื้อต้องห้ามมิให้นำมาหักภาษีขาย เมื่อโจทก์นำภาษีซื้อต้องห้ามดังกล่าวมาคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นเหตุให้โจทก์สำแดงรายการคลาดเคลื่อน จึงต้องเสียเบี้ยปรับ 3 เท่า และยังต้องรับผิดเงินเพิ่มอีก รวมเป็นเงิน 220,007.09 บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์คัดค้านการประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยว่าโจทก์ใช้ใบกำกับภาษีปลอม ต้องรับผิดค่าภาษีและเงินเพิ่มตามการประเมิน ส่วนเบี้ยปรับให้ลดลงคงเรียกเก็บเพียง 2 เท่า การที่โจทก์กล่าวอ้างว่า ใบกำกับภาษีซื้อรายพิพาทห้างหุ้นส่วนจำกัดสุคนสวัสดิ์วัสดุภัณฑ์เป็นผู้ออก จึงเป็นผู้กระทำผิด โจทก์ซื้อรางเหล็กได้จ่ายค่าภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีแล้วเป็นหน้าที่ของจำเลยต้องเรียกเงินค่าภาษีคืนจากห้างหุ้นส่วนจำกัดสุคนสวัสดิ์วัสดุภัณฑ์ และที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยให้โจทก์ชำระเบี้ยปรับ 2 เท่า จำนวน 103,080.60 บาท และเงินเพิ่ม 13,915.89 บาท นั้นไม่ชอบ เพราะจำเลยทราบอยู่แล้วว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดสุคนสวัสดิ์วัสดุภัณฑ์เป็นผู้ออกใบกำกับภาษีซื้อรายพิพาท โดยมีนายวินัยซึ่งใช้ทะเบียนการค้าว่า

บริษัทลิฟท์ไทย จำกัด เป็นผู้นำใบกำกับภาษีซื้อมาให้โจทก์ โจทก์ชำระค่ารางเหล็กและค่าภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบกำกับภาษีแล้วโจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ข้ออ้างดังกล่าวไม่ถูกต้องเพราะใบกำกับภาษีซื้อรายพิพาท โจทก์ถือเป็นภาษีซื้อแล้วนำไปคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเดือนกันยายน 2539 โดยโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดสุคนสวัสดิ์วัสดุภัณฑ์ มีตัวตนอยู่ที่ใด และไม่สามารถติดตามผู้จัดการหรือผู้แทนของห้างมายืนยันว่าเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีซื้อดังกล่าว โจทก์กล่าวอ้างลอย ๆ ว่า โจทก์สุจริต โจทก์จึงต้องรับผิดค่าภาษีที่สำแดงเกิน พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ขอให้พิพากษายกฟ้องโจทก์

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า?มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์โจทก์ประการแรกว่า โจทก์สามารถนำใบกำกับภาษีซื้อฉบับพิพาทมาถือเป็นภาษีซื้อเพื่อคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้หรือไม่ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 82/5 บัญญัติว่า "ภาษีซื้อในกรณีดังต่อไปนี้ ไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษีตามมาตรา 82/3 (1)? (5) ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีซึ่งออกโดยผู้ที่ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีตามส่วน 10 (6)?" และในส่วน 10 มาตรา 86 บัญญัติว่า "ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษี และสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น

พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3?" เห็นว่า ตามบทบัญญัติดังกล่าวผู้ที่จะออกใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้าได้นั้นจะต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ขายสินค้าหรือบริการเท่านั้น ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มิได้ขายสินค้าหรือบริการไม่อาจออกใบกำกับภาษีแทนผู้อื่นได้ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า นายวินัย บัตรมาก เป็นผู้ติดต่อขายและส่งมอบรางรถไฟให้แก่โจทก์ในนามบริษัทลิฟท์ไทยเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด โจทก์ได้รับรางรถไฟแล้วชำระค่าสินค้าพร้อมภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยเช็คระบุชื่อบริษัทลิฟท์ไทยเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด จำนวนเงิน 787,830.30 บาท และได้มีการนำเช็คดังกล่าวเข้าบัญชีของนายวินัยซึ่งได้เปิดบัญชีออมทรัพย์ไว้ที่ธนาคารทหารไทย

จำกัด สาขาโชคชัย 4 ในนามของลิฟท์ไทยเอ็นจิเนียริ่ง แต่ไม่มีการจดทะเบียนบริษัทลิฟท์ไทยเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เป็นนิติบุคคล จำเลยได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นายวินัยระบุว่าเป็นผู้ประกอบการใช้ชื่อสถานประกอบการว่าลิฟท์ไทยเอ็นจิเนียริ่ง นายวินัยจึงเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีในนามของตนเองหรือในนามของลิฟท์ไทยเอ็นจิเนียริ่ง ซึ่งเป็นชื่อสถานประกอบการตามที่จดทะเบียนไว้ได้ ดังนั้น เมื่อโจทก์ติดต่อซื้อรางรถไฟจากนายวินัย และชำระค่ารางรถไฟให้โดยเช็คระบุชื่อบริษัทลิฟท์ไทยเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ผู้มีสิทธิและหน้าที่ในการออกใบกำกับภาษีให้แก่โจทก์คือนายวินัยหรือลิฟท์ไทยเอ็นจิเนียริ่งหาใช่ห้างหุ้นส่วนจำกัดสุคนสวัสดิ์วัสดุภัณฑ์ไม่

ใบกำกับภาษีฉบับพิพาทซึ่งออกโดยห้างหุ้นส่วนจำกัดสุคนสวัสดิ์วัสดุภัณฑ์จึงเป็นใบกำกับภาษี ที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะเป็นใบกำกับภาษีที่ห้างหุ้นส่วนดังกล่าวออกโดยไม่มีการขายสินค้าและถือได้ว่าเป็นใบกำกับภาษีปลอม ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีดังกล่าว จึงไม่อาจนำมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร การที่โจทก์นำใบกำกับภาษีซื้อที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวไปใช้ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยมีอำนาจประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมเงินเพิ่มและเบี้ยปรับอีกสองเท่าของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษีดังกล่าวตามมาตรา 89 (7) แห่งประมวลรัษฎากรได้ ที่โจทก์อ้างว่าเหตุที่นำใบกำกับภาษีดังกล่าวมาใช้เพราะถูกนายวินัยหลอกลวง

โจทก์ไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีนั้น เห็นว่า โจทก์ทราบดีอยู่แล้วว่า โจทก์ซื้อรางรถไฟจากนายวินัยหรือบริษัทลิฟท์ไทยเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด โดยโจทก์ได้ออกเช็คสั่งจ่ายเงินระบุชื่อบริษัทลิฟท์ไทยเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เป็นผู้รับเงิน แต่โจทก์กลับไปรับใบกำกับภาษีจากห้างหุ้นส่วนจำกัดสุคนสวัสดิ์วัสดุภัณฑ์ซึ่งมิได้เป็นผู้ขายรางรถไฟให้แก่โจทก์ เช่นนี้โจทก์จึงไม่อาจอ้างได้ว่าถูกนายวินัยหลอกลวง

มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการสุดท้ายตามอุทธรณ์โจทก์ว่า มีเหตุสมควรลดหรืองดเบี้ยปรับหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ทราบดีอยู่แล้วว่า โจทก์มิได้ซื้อรางรถไฟจากห้างหุ้นส่วนจำกัดสุคนสวัสดิ์วัสดุภัณฑ์ แต่โจทก์ยังนำเอาใบกำกับภาษีของห้างหุ้นส่วนจำกัดสุคนสวัสดิ์วัสดุภัณฑ์มาใช้ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มเช่นนี้ กรณีจึงไม่มีเหตุอันควรลดหรืองดเบี้ยปรับแก่โจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน .

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ · สันติ ทักราล · พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นางสาวณัชชา ตะรุโณทัยศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้