Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2550/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยยอมรับว่า จำเลยมีน้ำมันเครื่องซึ่งเป็นน้ำมันหล่อลื่นคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดตามที่โจทก์ฟ้องเป็นปริมาณเกินกว่า 200 ลิตร จึงเข้าข้อสันนิษฐานตามมาตรา 25 ตรี วรรคสามแห่งพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิงฯ ที่ใช้บังคับในขณะเกิดเหตุคดีนี้ซึ่งบัญญัติว่า "ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพต่ำกว่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดมีปริมาณตั้งแต่สองร้อยลิตรขึ้นไป ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเป็นผู้กระทำการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่าย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้มีน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อใช้ในกิจการของตน หรือได้น้ำมันเชื้อเพลิงนั้นมาโดยไม่ทราบว่าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพต่ำกว่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด" ดังนั้นข้อเท็จจริงจึงสันนิษฐานได้แล้วว่า จำเลยปลอมปนน้ำมันเครื่องเพื่อจำหน่าย จำเลยมีหน้าที่นำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมายดังกล่าว การที่จำเลยปลอมปนน้ำมันหล่อลื่นแล้วบรรจุใส่ถังซึ่งมีตราเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายประทับอยู่เพื่อจำหน่ายแก่ประชาชนที่ต้องการซื้อ โดยจำเลยมีเจตนาให้ประชาชนที่ซื้อน้ำมันหล่อลื่นนั้นหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าของผู้เสียหายเป็นการครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272(1) แล้ว แม้ถังน้ำมันหล่อลื่นที่มีตราเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายติดอยู่จะวางอยู่ในบริเวณห้างหุ้นส่วนจำกัด ป. ซึ่งมีรั้วรอบขอบชิด ห่างจากชุมชนและจำเลยไม่ได้นำไปแสดงแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือประชาชนทั่วไปก็ตาม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิงพ.ศ. 2521 มาตรา 4, 13, 25 ตรี, 27 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32,33, 83, 91, 272 และริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2521 มาตรา 25 ตรี วรรคแรก และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272(1) อันเป็นการกระทำผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ความผิดฐานปลอมปนน้ำมันเพื่อจำหน่ายให้ลงโทษจำคุก1 ปี 6 เดือน และปรับ 50,000 บาท กระทงหนึ่ง ความผิดเกี่ยวกับการค้าให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 2,000 บาท อีกกระทงหนึ่งรวมโทษทุกกระทงจำคุก 1 ปี 12 เดือน และปรับ 52,000 บาทไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษใดมาก่อน

เห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30ริบของกลางทั้งหมดจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศูนย์ป้องกันและปราบปรามการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายได้ขอหมายค้นจากศาลแล้วเข้าตรวจค้นห้างหุ้นส่วนจำกัดปรีชา ออยล์ โดยจำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างของห้างดังกล่าวเป็นผู้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นในโรงงาน พบถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร ซึ่งมีตราเครื่องหมายการค้าของบริษัทเชลล์อินเตอร์เนชั่นแนลปิโตรเลียม

จำกัด ผู้เสียหายติดอยู่ มีน้ำมันหล่อลื่นบรรจุอยู่เต็มถังจำนวน 11 ถัง และพบถังน้ำมันขนาด 200 ลิตรที่ไม่มีตราเครื่องหมายใดติดอยู่จำนวนกว่า 50 ถัง กับพบถังน้ำมันขนาด200 ลิตรจำนวน 1 ถัง ที่ได้เปิดฝาออก มีไม้กวนซึ่งทำจากเหล็ก 1 อันอยู่ในถัง และอุปกรณ์ต่าง ๆ อีกหลายรายการ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดถังบรรจุน้ำมันที่มีตราเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายติดอยู่จำนวน11 ถัง ถังสำหรับผสมหรือใช้กวน 1 ถัง ไม้กวนน้ำมันเครื่อง 1 อันปั๊มมือหมุน 1 ตัว ปั๊มไฟฟ้า 1 เครื่อง เส้นลวดสำหรับปิดภาชนะ 1 มัดคีมตัดลวด 1 อัน ท่อสายยาง 1 เส้น และสมุดแสดงการซื้อขายน้ำมัน2 เล่ม เป็นของกลาง และได้จับกุมจำเลยไปดำเนินคดีโดยนำตัวอย่างน้ำมันหล่อลื่นของกลางที่ยึดได้ไปตรวจพิสูจน์ที่กองน้ำมันเชื้อเพลิงกรมทะเบียนการค้า

ผลการตรวจพิสูจน์ปรากฏว่าน้ำมันหล่อลื่นของกลางมีค่าความหนืด 11.15 เซนติสโตกส์ มีปริมาณค่าของด่าง1.90 มิลลิกรัม KOH/กรัม ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานที่กระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศกำหนดไว้ จำเลยเป็นผู้ครอบครองน้ำมันเชื้อเพลิงของกลางชนิดน้ำมันหล่อลื่น ที่มีคุณภาพต่ำกว่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดจำนวน 11 ถัง รวมปริมาณ 2,200 ลิตร

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยประการแรกว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โดยจำเลยอุทธรณ์ว่า นายฉัตรชัย พลอาจ พยานโจทก์ซึ่งเบิกความว่าเคยไปติดต่อขอซื้อน้ำมันเครื่องจากจำเลยนั้นไม่น่าเชื่อถือ พยานหลักฐานที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุและยึดไว้เป็นของกลางยังไม่อาจฟังได้ว่ามีการปลอมปนน้ำมันเครื่องเมื่อโจทก์มิได้มีพยานหลักฐานการล่อซื้อน้ำมันเครื่องจากจำเลยทั้งพยานหลักฐานของจำเลยก็มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่าน้ำมันเครื่องของกลาง จำเลยมีไว้สืบเนื่องมาจากกิจการของห้างหุ้นส่วนจำกัดปรีชาออยล์ นายจ้างของจำเลย จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีความผิดในข้อหาปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทน้ำมันหล่อลื่นเพื่อจำหน่ายนั้น เห็นว่า

เมื่ออุทธรณ์ของจำเลยได้ยอมรับข้อเท็จจริงว่า จำเลยมีน้ำมันเครื่องซึ่งเป็นน้ำมันหล่อลื่นคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดตามที่โจทก์ฟ้องจำนวน 11 ถัง ขนาดบรรจุถังละ 200 ลิตรจริงซึ่งคำนวณเป็นปริมาณรวมกันแล้วเกินกว่า 200 ลิตร ก็เข้าข้อสันนิษฐานตามมาตรา 25 ตรี วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิงพ.ศ. 2521 ที่ใช้บังคับในขณะเกิดเหตุคดีนี้ซึ่งบัญญัติว่า ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพต่ำกว่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดมีปริมาณตั้งแต่สองร้อยลิตรขึ้นไป ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเป็นผู้กระทำการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่ายเว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้มีน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อใช้ในกิจการของตน หรือได้น้ำมันเชื้อเพลิงนั้นมาโดยไม่ทราบว่าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพต่ำกว่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดดังนั้น ข้อเท็จจริงจึงสันนิษฐานได้แล้วว่า

จำเลยปลอมปนน้ำมันเครื่องเพื่อจำหน่าย ส่วนที่จำเลยนำสืบว่าน้ำมันหล่อลื่นของกลางเป็นน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วของรถบรรทุกน้ำมันซึ่งใช้ขนถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไปส่งให้แก่ลูกค้าตามที่ต่าง ๆ อันเป็นกิจการค้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดปรีชาออยล์ เปลี่ยนถ่ายไว้ น้ำมันเครื่องดังกล่าวหากเททิ้งไปจะเป็นอันตรายต่อสภาพธรรมชาติ ทั้งสามารถขายให้ผู้รับเหมาก่อสร้างนำไปใช้ทาไม้แบบ ทางห้างดังกล่าวจึงเก็บไว้ขายนั้น จำเลยมีพยานคือตัวจำเลยเบิกความลอย ๆ โดยไม่ปรากฏหลักฐานว่ารถบรรทุกน้ำมันที่ใช้ในกิจการของห้างดังกล่าวมีจำนวนมากเพียงใด สภาพของโรงงานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจค้นก็ไม่ปรากฏเครื่องมือเครื่องจักร หรือสถานที่ที่จัดไว้เพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถบรรทุก

ทั้งจำเลยก็มิได้นำสืบให้เห็นถึงน้ำมันเครื่องที่ยังไม่ได้ใช้งานที่มีอยู่ในห้างนั้นที่เตรียมไว้ใช้เปลี่ยนถ่ายให้รถบรรทุกแทนน้ำมันเครื่องที่ใช้งานแล้วแต่อย่างใด แม้จำเลยจะมีนายกุหลาบธนะสาร มาเบิกความสนับสนุนว่าได้เคยซื้อน้ำมันเครื่องใช้แล้วจากนายปรีชาเจ้าของห้างดังกล่าวหลายครั้ง ก็ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังจึงเป็นกรณีที่จำเลยไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า จำเลยมีน้ำมันหล่อลื่นของกลางไว้ในครอบครองเพื่อใช้ในกิจการของห้างหุ้นส่วนจำกัดปรีชา ออยล์ ซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลย พยานหลักฐานของจำเลยไม่มีน้ำหนักให้รับฟังหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมายดังกล่าวได้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางฟังว่าจำเลยมีความผิดฐานปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่ายนั้นชอบแล้ว

อุทธรณ์ของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ในความผิดข้อหาร่วมกันเอาชื่อ รูปรอยประดิษฐ์ หรือข้อความใด ๆ ในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของผู้อื่นนั้นพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบได้ความแต่เพียงว่าถังน้ำมันหล่อลื่นที่มีตราเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายติดอยู่วางอยู่ในบริเวณห้างหุ้นส่วนจำกัดปรีชา ออยล์ ซึ่งมีรั้วรอบขอบชิด ทั้งยังห่างจากชุมชน จำเลยไม่ได้นำไปแสดงแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือประชาชนทั่วไปจึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดนั้น เห็นว่า ในความผิดข้อหาเอาชื่อรูป รอยประดิษฐ์หรือข้อความใด ๆ ในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้ หรือทำให้ปรากฏที่สินค้า หีบ ห่อ วัตถุที่ใช้หุ้มห่อ

แจ้งความรายการแสดงราคา จดหมายเกี่ยวกับการค้าหรือสิ่งอื่นทำนองเดียวกันเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272(1) นั้น มิได้หมายความจำกัดเพียงว่าจะต้องนำสินค้าดังกล่าวออกแสดงให้ประชาชนเห็นได้โดยทั่วไปเสียก่อนจึงจะเป็นความผิด เมื่อคดีนี้พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาฟังได้ว่าจำเลยได้ปลอมปนน้ำมันหล่อลื่นแล้วบรรจุใส่ถังซึ่งมีตราเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายประทับอยู่เพื่อจำหน่ายแก่ประชาชนที่ต้องการซื้อ โดยจำเลยมีเจตนาให้ประชาชนที่ซื้อน้ำมันหล่อลื่นนั้นหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าของผู้เสียหายก็ครบองค์ประกอบความผิดในข้อหานี้แล้ว ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางฟังว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272(1) ด้วยนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้