Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2547/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยกับพวกประมาณ 6-7 คน นั่งเรือแล่นมาเทียบเรือผู้เสียหายซึ่งมีผู้เสียหายกับ น. นั่งอยู่แล้วพวกจำเลยคนหนึ่งคว้าโคมไฟเรือของผู้เสียหายทิ้งลงน้ำ ผู้เสียหายตกใจกระโดดหนีลงน้ำ แล้วคนร้ายอีกคนหนึ่งชักมีดปลายแหลมออกมาและพูดว่า อย่าหนีนะ หนีแล้วตายน. จึงกระโดดลงน้ำหนีไปด้วย จากนั้นจำเลยกับพวกใช้เรือลากจูงเรือผู้เสียหายไป ดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยกับพวกได้ร่วมกันลักทรัพย์โดยขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง,340 ตรี แล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก 6 คน ที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องมีมีดปลายแหลมเป็นอาวุธติดตัว ได้ร่วมกันปล้นทรัพย์เรืออีป๊าบ 1 ลำเครื่องยนต์ฮอนด้าขนาด 5 แรงม้า 1 เครื่อง แบตเตอรี่ 1 ลูกและธนบัตรชนิดต่าง ๆ รวม 700 บาท รวมราคาทรัพย์ทั้งสิ้น 23,850 บาทของนางประทีปผู้เสียหายไป โดยขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้อาวุธมีดที่ติดตัวไปด้วยแทงทำร้ายผู้เสียหายและนางนวลศรี หากผู้เสียหายและนางนวลศรีขัดขืน ทั้งนี้เพื่อความสะดวกแก่การปล้นทรัพย์พาเอาทรัพย์นั้นไป ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น และจำเลยกับพวกร่วมกันใช้เรืออีป๊าบเป็นยานพาหนะเพื่อกระทำผิดพาทรัพย์นั้นไป และเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340,340 ตรี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่คืนเป็นเงิน 23,850บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรคสอง, 340 ตรี, 83 ให้จำคุก 18 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงิน 23,850 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่า เมื่อคนร้ายนำเรือเข้าเทียบเรือของผู้เสียหาย แล้วกระชากดวงไฟจากเรือของผู้เสียหายทิ้งไป ผู้เสียหายกระโดดน้ำหนีโดยยังไม่ทันที่คนร้ายจะได้ใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย จึงไม่เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์นั้น ได้ความว่าเมื่อผู้เสียหายกระโดดลงน้ำไปแล้ว ชายคนร้ายซึ่งนั่งเป็นคนที่สองจากด้านหัวเรือได้ชักมีดปลายแหลมยาวทั้งด้ามประมาณ 1 ศอก ออกมา แล้วมีคนร้ายพูดว่า"อย่าหนีนะ หนีแล้วตาย" นางนวลศรีจึงกระโดดน้ำหนี พวกคนร้ายจึงเอาเรือพร้อมทรัพย์สินของผู้เสียหายไปนั้น ถือได้ว่าจำเลยกับพวกได้ร่วมกันลักทรัพย์โดยขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์แล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มีพาศน์ โปตระนันทน์ · สมปอง เสนเนียม · ธวัชชัย พิทักษ์พล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6864/2557

เมื่ออาวุธปืนของกลางเป็นสิ่งเทียมอาวุธปืนตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4 (5) ที่ทำเลียนแบบปืนพกออโตเมติกจึงถือไม่ได้ว่าสิ่งเทียมอาวุธป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8701/2547

จำเลยทั้งสองวางแผนลวงโจทก์ร่วมไปในที่เกิดเหตุ แล้วจำเลยที่ 1 กระชากคอเสื้อโจทก์ร่วมลงมาจากรถและร้องบอกจำเลยที่ 2 ว่ามาแล้ว จำเลยที่ 2 จึงเดินออกมาจากข้างทาง เมื่อโจทก์ร่วมปฏิเสธไม่ยอมถอดเสื้อผ้าตามคำส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2474/2531

จำเลยไปทวงเงินที่ผู้เสียหายเป็นหนี้ จ. ผู้เสียหายไม่มีให้จำเลยจึงใช้อาวุธปืนขู่บังคับให้ผู้เสียหายมอบทรัพย์ให้ แม้จำเลยจะกระทำเพื่อทวงหนี้แทน จ. และพูดว่าเมื่อผู้เสียหายมีเงินเมื่อไรให้ไปไถ่คืน ก็ถือไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4280/2531

ในการปล้นทรัพย์คนร้ายใช้กระบอกไฟฉายเดินทางขนาด 3 ก้อนที่มีติดตัวไปตีทำร้ายภรรยาผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธติดตัวไปด้วยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5045/2530

จำเลยกับพวกอีก 4 คน ไล่จับไก่ของผู้เสียหายจากบ้านของผู้เสียหายในขณะที่ไฟไหม้บ้าน หลังจากจับไก่ได้แล้วจำเลยกับพวกยิงปืน 2 นัด ด้วยความคึกคะนอง มิได้ยิงปืนขู่เข็ญผู้เสียหายกับพวกเพื่อความสะดวกแก่การลักท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้