Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2547/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กำหนดเวลา 1 ปีตามมาตรา 117 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 หมายถึงระยะเวลาที่ให้นำพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนพ.ศ. 2497 มาใช้บังคับไปพลางก่อนในระหว่างที่ ก.พ. ยังมิได้กำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 ส่วนมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนพ.ศ. 2518 บัญญัติถึงเมื่อ ก.พ. ได้กำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนตามมาตรา 32 แล้ว หากข้าราชการพลเรือนผู้ใดมีกรณีกระทำผิดวินัยหรือกรณีที่สมควรให้ออกจากราชการก่อนวันที่ ก.พ. กำหนดตำแหน่งก็ให้ผู้บังคับบัญชาการดำเนินการเพื่อสั่งลงโทษผู้นั้น หรือสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนที่ใช้อยู่ในขณะนั้น ดังนั้น เมื่อกรณีการกระทำที่โจทก์ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนลงโทษทางวินัยได้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2517 ก่อนที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 ใช้บังคับ แม้โจทก์จะไปให้การต่อคณะกรรมการสอบสวนเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2519 ภายหลังที่โจทก์ได้รับราชการกำหนดตำแหน่งตามมาตรา 32 ซึ่งเป็นเวลาหลังจากที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2497 และที่แก้ไขได้ถูกยกเลิก และใช้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 แทนแล้วก็ตาม การดำเนินการเพื่อสั่งลงโทษโจทก์หรือสั่งให้โจทก์ออกจากราชการก็ต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2497 และที่แก้ไขซึ่งใช้อยู่ในขณะโจทก์กระทำผิดวินัยหรือมีกรณีที่สมควรให้ออกจากราชการก่อนวันที่ ก.พ. กำหนดตำแหน่งดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 121 ดังนั้นที่จำเลยที่ 1 มีคำสั่งให้ไล่โจทก์ออกจากราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนพ.ศ. 2497 และที่แก้ไขจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งอนุศาสนาจารย์ ๑ เงินเดือน ๑,๐๘๐ บาท สังกัดกรมราชทัณฑ์จำเลยที่ ๑ และอยู่ในบังคับบัญชาของจำเลยที่ ๒ ครั้งสุดท้ายอยู่ที่เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร โจทก์ถูกจำเลยที่ ๑ สั่งพักและไล่ออกจากราชการตามคำสั่งที่ ๙๓๕/๒๕๑๙ โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘๕ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนพ.ศ. ๒๔๙๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๑๗๒ (ที่ถูกมาตรา ๑๒) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๔๙๙ และมาตรา ๑๒๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนพ.ศ. ๒๕๑๘ อันเป็นการลงโทษไล่ออกจากราชการที่ไม่ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย เพราะพระราชบัญญัติดังกล่าวถูกยกเลิกไปแล้วจะนำมาตรา ๑๒๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน

พ.ศ. ๒๕๑๘ มาใช้ไม่ได้เพราะมาตรา ๑๑๗ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่มีผลใช้บังคับแล้ว เพราะเกิน ๑ ปี ที่ถูกควรพิจารณาตามมาตรา ๘๕, ๘๖, และ ๙๐ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๑๘ เพราะโจทก์มิได้มีความผิดตามข้อกล่าวหาการกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายคือต้องออกจากราชการไม่มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างถูกสั่งพักราชการในระหว่างพิจารณาของศาล และหลังจากศาลพิพากษาคดีจนคดีถึงที่สุดเป็นเวลา ๓๗ เดือนเศษ โจทก์เสียหายไม่ได้รับเงิน ๓๙,๙๖๐ บาท ขอเรียกค่าเสียหาย ๔๐,๐๐๐ บาท ขอให้ศาลพิพากษาว่าคำสั่งที่ ๙๓๕/๒๕๑๙ เป็นโมฆะ และให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาให้โจทก์ได้เข้ารับราชการตามตำแหน่งหน้าที่เดิมให้จำเลยทั้งสองร่วมกันและแทนกันใช้เงิน ๔๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ มีคำสั่งให้ไล่โจทก์ออกจากราชการเพราะคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยซึ่งจำเลยตั้งขึ้นตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดเพื่อสอบสวนโจทก์ซึ่งต้องหาว่าใช้กำลังทำร้ายนักโทษชายสมนึก สินชัย คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยฟังว่าโจทก์มีความผิดตามข้อกล่าวหา ได้รายงานจำเลยจำเลยมีคำสั่งไล่โจทก์ออกจากราชการตามคำสั่งที่ ๙๓๕/๒๕๑๙ จำเลยได้รายงานการลงโทษโจทก์ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยและคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนเรียกย่อว่า ก.พ. ทราบได้รับความเห็นชอบจากปลัดกระทรวงมหาดไทยและสำนักงาน ก.พ.แล้ว หากโจทก์เห็นว่าคำสั่งของจำเลยไม่ชอบ ควรอุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนดแต่โจทก์

หาได้โต้แย้งหรืออุทธรณ์คำสั่งของจำเลยไม่ ที่โจทก์อ้างว่าจำเลยจะนำพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๘๕ มาใช้ลงโทษโจทก์ไม่ได้เพราะถูกยกเลิกไปแล้ว และจะนำมาตรา ๑๒๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๑๘ มาใช้ก็ไม่ได้ เพราะมาตรา ๑๑๗ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่มีผลใช้บังคับ เพราะเกิน ๑ ปีนั้น ไม่ตรงกับความเป็นจริงและข้อกฎหมายเพราะพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑ เป็นบทเฉพาะกาลซึ่งบัญญัติว่าการลงโทษและการให้ออกจากราชการสำหรับข้าราชการพลเรือนที่กระทำผิดวินัยหรือมีกรณีที่สมควรให้ออกจากราชการอยู่ก่อนวันที่ ก.พ. ได้กำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนตามมาตรา ๓๒ คือก่อนวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๑๘ ซึ่งเป็นวันที่

ก.พ. กำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในกรมจำเลยที่ ๑ โจทก์กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงก่อนวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๑๘ ต้องนำมาตรา ๑๒๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๑๘ มาใช้บังคับโดยต้องสั่งลงโทษตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้น คือพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนพ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๗๒, ๗๖, ๗๙, ๘๔(ซ), ๘๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๗มาตรา ๑๑, ๑๒ ลงโทษไล่โจทก์ออกจากราชการ จำเลยพิจารณาลงโทษตามวินัยข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายมิได้กลั่นแกล้งโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลย ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาเฉพาะประเด็นเรื่องละเมิด

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กำหนดเวลา ๑ ปีตามมาตรา ๑๑๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๑๘ หมายถึงระยะเวลาที่ให้นำพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนพ.ศ. ๒๔๙๗ มาใช้บังคับไปพลางก่อนในระหว่างที่ ก.พ. ยังมิได้กำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนตามมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๑๘ ส่วนมาตรา ๑๒๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนพ.ศ. ๒๕๑๘ บัญญัติถึงเมื่อ ก.พ. ได้กำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนตามมาตรา ๓๒ แล้ว หากข้าราชการพลเรือนผู้ใดมีกรณีกระทำผิดวินัยหรือกรณีที่สมควรให้ออกจากราชการก่อนวันที่ก.พ. กำหนดตำแหน่งก็ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการเพื่อสั่งลงโทษผู้นั้น หรือสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนที่ใช้อยู่ในขณะนั้น

ดังนี้ เมื่อกรณีการกระทำที่โจทก์ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนลงโทษทางวินัยได้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ก่อนที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๑๘ ใช้บังคับ แม้โจทก์จะไปให้การต่อคณะกรรมการสอบสวนเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๑๙ ภายหลังที่โจทก์ได้รับการกำหนดตำแหน่งตามมาตรา ๓๒ ดังที่โจทก์ฎีกาซึ่งเป็นเวลาหลังจากที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๔๙๗ และที่แก้ไขได้ถูกยกเลิกและใช้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๑๘ แทนแล้วก็ตาม การดำเนินการเพื่อสั่งลงโทษโจทก์หรือสั่งให้โจทก์ออกจากราชการก็ต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๔๙๗ และที่แก้ไขซึ่งใช้อยู่ในขณะโจทก์กระทำผิดวินัยหรือมีกรณีที่สมควรให้ออกจากราชการก่อนวันที่

ก.พ. กำหนดตำแหน่งดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๒๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๑๘ ดังนั้นที่จำเลยที่ ๑ มีคำสั่งที่ ๙๓๕/๒๕๑๙ ให้ไล่โจทก์ออกจากราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๔๙๗ และที่แก้ไขจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์แต่อย่างใด

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จินดา บุญศิริ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · พูน จักรเสน
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายศรีภูมิ สุวรรณโรจน์
ศาลอุทธรณ์ - นายปลื้ม โชติษฐยางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้