Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2544/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามหนังสือมอบอำนาจปรากฏว่า ธนาคารมอบอำนาจให้ผู้จัดการธนาคารสาขามีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีที่สาขามีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้อง ดังนี้ผู้จัดการธนาคารสาขาย่อมมีอำนาจร้องทุกข์กล่าวหาจำเลยว่ายักยอกเงินที่พนักงานของธนาคารสาขาส่งมอบให้จำเลยโดยสำคัญผิด โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้ครอบครองเงินจำนวน 90,000 บาท ของธนาคารโจทก์ร่วม ซึ่งอยู่ในความดูแลรักษาของผู้จัดการธนาคารโจทก์ร่วมสาขานครศรีธรรมราช โดยผู้มีชื่อได้ส่งมอบเงินดังกล่าวให้แก่จำเลยโดยสำคัญผิดแล้วจำเลยเบียดบังเงินจำนวนดังกล่าวเป็นของตนโดยทุจริต เป็นการกล่าวถึงการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดตลอดจนข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แล้ว ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่สมบูรณ์หาเคลือบคลุมไม่ จำเลยเขียนเช็คสั่งจ่ายเงิน 10,000 บาท โดยเขียนจำนวนเงินด้วยอักษรว่า 'หนึ่งหมื่นบาท' แต่จำนวนเงินที่เขียนด้วยตัวเลข ได้ใส่เครื่องหมายจุลภาคผิดตำแหน่ง โดยใส่ไว้หลังเลขศูนย์ตัวที่สองนับจากเลข 1 แล้วนำมาขอเบิกเงินจากธนาคารพนักงานธนาคารสำคัญผิดว่าจำเลยขอเบิกเงิน 100,000 บาท จึงจ่ายเงินให้จำเลย 100,000 บาท ถือได้ว่าเงินจำนวน 90,000 บาท เป็นเงินที่ส่งมอบให้อยู่ในความครอบครองของจำเลยโดยสำคัญผิดไป แม้จะด้วยการใดก็ตาม เมื่อจำเลยเบียดบังเอาเป็นของตน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยครอบครองเงินจำนวน ๙๐,๐๐๐ บาท ของธนาคารกสิกรไทย จำกัด ซึ่งอยู่ในความดูแลรักษาของนายสุวรรณภูมิ ผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขานครศรีธรรมราช ผู้เสียหาย โดยผู้มีชื่อได้ส่งมอบเงินดังกล่าวให้แก่จำเลยโดยสำคัญผิด จำเลยได้บังอาจเบียดบังเงินจำนวนดังกล่าวไว้เป็นกรรมสิทธิ์ของตนโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๒ วรรคสอง

จำเลยให้การปฏิเสธ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้จำคุก ๖ เดือนและให้จำเลยใช้เงิน ๙๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ร่วม

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ในวันเกิดเหตุจำเลยได้เขียนเช็คสั่งจ่ายเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท โดยเขียนจำนวนเงินด้วยตัวอักษรว่า 'หนึ่งหมื่นบาท' แต่จำนวนเงินที่เขียนด้วยตัวเลข ได้ใส่เครื่องหมายจุลภาคผิดตำแหน่ง โดยใส่ไว้หลังเลขศูนย์ตัวที่สองนับจากเลข ๑ แล้วนำมาขอเบิกเงินจากธนาคารโจทก์ร่วมสาขานครศรีธรรมราช พนักงานของโจทก์ร่วมสำคัญผิดว่าจำเลยขอเบิกเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท จึงจ่ายเงินให้จำเลยจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เกินจำนวนที่สั่งจ่ายตามเช็คไปเป็นเงิน ๙๐,๐๐๐ บาท พนักงานของโจทก์ร่วมไปขอเงินส่วนที่จ่ายเกินไปนั้นคืนจากจำเลย จำเลยไม่ยอมคืนให้ วินิจฉัยข้อกฎหมายว่า

ธนาคารโจทก์ร่วมเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย และได้มอบอำนาจให้นายสุวรรณภูมิ ผู้จัดการธนาคารโจทก์ร่วม สาขานครศรีธรรมราช มีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีที่สาขามีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้องปรากฏตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.๑ ดังนั้นนายสุวรรณภูมิ จึงมีอำนาจร้องทุกข์ และได้มีการสอบสวนในความผิดนี้โดยชอบแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้ครอบครองเงินจำนวน ๙๐,๐๐๐ บาท ของธนาคารโจทก์ร่วม ซึ่งอยู่ในความดูแลรักษาของนายสุวรรณภูมิผู้จัดการธนาคารโจทก์ร่วม สาขานครศรีธรรมราช โดยผู้มีชื่อได้ส่งมอบเงินดังกล่าวให้แก่จำเลยโดยสำคัญผิด แล้วจำเลยเบียดบังเงินจำนวนดังกล่าวเป็นของตนโดยสุจริตเป็นการกล่าวถึงการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดตลอดจนข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) แล้วฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามกฎหมายหาเป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่ ตามพฤติการณ์ที่พนักงานธนาคารโจทก์ร่วมส่งมอบเงิน ๙๐,๐๐๐ บาท ให้แก่จำเลยไป

ก็โดยสำคัญผิดว่าจำเลยสั่งจ่ายเงินตามเช็คเป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งความจริงจำเลยสั่งจ่ายเช็คเป็นเงินเพียง ๑๐,๐๐๐ บาท ถือได้ว่าเป็นการส่งมอบให้โดยสำคัญผิดไปแม้จะด้วยประการใดก็ตาม เมื่อเงินจำนวนดังกล่าวตกมาอยู่ในความครอบครองของจำเลย แล้วจำเลยเบียดบังเอาเป็นของตน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามฟ้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพจิตร วิเศษโกสิน · อาจ ปัญญาดิลก · ดำรง สายเชื้อ
ศาลล่าง
ศาลแขวงนครศรีธรรมราช - นายสมสันต์ ศุภศาสตรสิน
ศาลอุทธรณ์ - นายเสงี่ยม สันติวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 890/2503

ผู้เสียหายไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาย่อมมอบอำนาจให้ฟ้องคดีอาญาแทนได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 9/2503) (ดูเทียบกับฎีกาที่ 755/2502 ซึ่งวินิจฉัยว่า การร้องทุกข์นั้น ย่อมมอบอำนาจให้ร้องทุกข์แทนกันไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4397/2530

จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการสาขาของธนาคารโจทก์ร่วมได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของธนาคาร กระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริตผิดระเบียบเกี่ยวกับการอนุมัติเบิกจ่ายเงินจนลูกค้าธนาคารโจทก์ร่วมเป็นลูกหนี้ธนาคารโจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2294/2517

บุตรโจทก์ถูก ส.ขับรถยนต์ชนถึงแก่ความตาย โจทก์จัดการแทนบุตรที่ตายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 5(2) จำเลยเป็นนายตำรวจผู้สืบสวนสอบสวนคดีนั้นได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ คือ จดคำพยานไม่ตรงกับคำให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 755/2502

ตามธรรมดาบุคคลย่อมตั้งตัวแทนทำแทนตนได้เสมอ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นพิเศษทำนองว่า ให้ต้องกระทำด้วยตนเอง หรือตามสภาพไม่เปิดช่องให้มอบหมายจัดการแทนกันได้ เรื่องร้องทุกข์ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.อ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7626/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ร่วมและจำเลยรวมทั้งบุคคลอื่นอีก 1 คน เป็นผู้ถือหุ้น โดยโจทก์ร่วมและจำเลยเป็นกรรมการในบริษัทร่วมกันกระทำการแทนบริษัท ต่อมาจำเลยเบิกถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของบริษัทแล้วเบียดบัง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้