Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2543/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามคำพิพากษาตามยอมของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองถูกบังคับให้ต้องชำระราคาค่าที่ดินให้แก่โจทก์ ถ้าจำเลยทั้งสองไม่ชำระเงินดังกล่าวภายในเวลาที่กำหนด จำเลยทั้งสองต้องขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินและบ้านของโจทก์ทันที การที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องที่ขอให้ไต่สวนเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอมดังกล่าว หากจำเลยทั้งสองไม่ยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ จำเลยทั้งสองก็ต้องถูกบังคับคดีตามคำพิพากษาตามยอมของศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 231 คำร้องที่จำเลยทั้งสองยื่นมาพร้อมกับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสอง จึงเป็นคำร้องขอทุเลาการบังคับตรงตามคำร้องแล้วมิใช่เป็นการขอคุ้มครองประโยชน์ตามมาตรา 264 ตามที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งแต่อย่างใด เมื่อคำร้องของจำเลยทั้งสองเป็นคำร้องขอทุเลาการบังคับและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง อันเป็นดุลพินิจของศาลอุทธรณ์โดยเฉพาะซึ่งเป็นวิธีการที่กฎหมายกำหนดให้อยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้น ๆ ไป จำเลยทั้งสองจะฎีกาคำสั่งนั้นต่อศาลฎีกาหาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามยอมว่า ข้อ 1 จำเลยที่ 1และจำเลยที่ 2 ยอมรับว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 84484 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี (ตลาดขวัญ)จังหวัดนนทบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างคือบ้านเลขที่ 70/180 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ข้อ 2 จำเลยที่ 1และหรือจำเลยที่ 2 ได้ตกลงขอซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามข้อ 1จากโจทก์ในราคา 3,600,000 บาท โดยจำเลยทั้งสองจะชำระให้แก่โจทก์ภายในวันที่ 19 มกราคม 2534 ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรีและโจทก์ตกลงโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามข้อ 1ให้แก่จำเลยซึ่งจำเลยตกลงยินยอมชำระค่าธรรมเนียม

ค่าภาษี และค่าอากรในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เพียงฝ่ายเดียว ข้อ 3 ถ้าจำเลยทั้งสองไม่ยอมชำระเงินให้แก่โจทก์ตามข้อ 2 จำเลยทั้งสองยอมขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินและบ้านของโจทก์ตามข้อ 1 ในทันที โดยไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายใด ๆ จากโจทก์ และถ้าจำเลยไม่ยอมขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินและบ้านดังกล่าว ก็ให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที และจำเลยทั้งสองยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เดือนละ40,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะได้ออกจากที่ดินและบ้านของโจทก์ ข้อ 4 โจทก์ยอมตกลงตามข้อ 1, 2 และ 3 และยอมตกลงให้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับต่อมาเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2534

จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่าจำเลยทั้งสองได้ติดต่อกับโจทก์เพื่อนำเงินไปชำระค่าซื้อที่ดินและบ้านตามฟ้องคืนแก่โจทก์ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรีในวันที่ 18 มกราคม 2534 แต่โจทก์ขอผัดไปเป็นวันที่ 21 มกราคม 2534ถึงวันนัดจำเลยทั้งสองไปตามนัดแต่โจทก์ไม่ไป ขอให้ศาลไต่สวนและหมายเรียกโจทก์มาสอบถามและให้โจทก์รับเงินจากจำเลยทั้งสองพร้อมทั้งโอนที่ดินและบ้านให้แก่จำเลยทั้งสองโจทก์คัดค้านว่า ในวันนัดโจทก์ไปรออยู่ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรี แต่จำเลยทั้งสองไม่ไป ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง และให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีบังคับให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ต่อไปจำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งและยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลอุทธรณ์มีคำสั่งคำร้องขอทุเลาการบังคับว่า ตามคำร้องพอแปลได้ว่าจำเลยทั้งสองขอคุ้มครองประโยชน์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 264 แต่คดีไม่มีเหตุสมควรให้งดการดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำร้องของผู้ร้องในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้องจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำพิพากษาตามยอมของศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสองถูกบังคับให้ต้องชำระราคาค่าที่ดินให้แก่โจทก์ ถ้าจำเลยทั้งสองไม่ชำระเงินดังกล่าวภายในเวลาที่กำหนด จำเลยทั้งสองต้องขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินและบ้านของโจทก์ทันทีการที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องที่ขอให้ไต่สวนเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอมดังกล่าว หากจำเลยทั้งสองไม่ยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ จำเลยทั้งสองก็ต้องถูกบังคับคดีตามคำพิพากษาตามยอมของศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 ดังนั้น คำร้องที่จำเลยทั้งสองยื่นมาพร้อมกับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสองจึงเป็นคำร้องขอทุเลาการบังคับตรงตามคำร้องแล้ว มิใช่เป็นการขอคุ้มครองประโยชน์ตามมาตรา 264 ตามที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งแต่อย่างใดเมื่อคำร้องของจำเลยทั้งสองเป็นคำร้องขอทุเลาการบังคับและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องอันเป็นดุลพินิจของศาลอุทธรณ์โดยเฉพาะซึ่งเป็นวิธีการที่กฎหมายกำหนดให้อยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้น ๆ ไปจำเลยทั้งสองจะฎีกาคำสั่งนั้นต่อศาลฎีกาหาได้ไม่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายกฎีกาจำเลยทั้งสอง คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้จำเลยทั้งสอง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สนัด หมายสวัสดิ์ · เธียรไท สุนทรนันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้