Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2542/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยในตำแหน่งพนักงานรักษาความปลอดภัยมีหน้าที่ปฏิบัติงานประจำอยู่ตามสถานที่ที่จำเลยสั่งให้ไปปฏิบัติงาน เดิมโจทก์ปฏิบัติงานอยู่ที่โรงแรมในกรุงเทพมหานคร ต่อมาจำเลยสั่งให้ไปปฏิบัติงานที่โรงงานสุราจังหวัดนครปฐม แต่โจทก์ไม่ไป ขอทำงานในกรุงเทพมหานคร เพราะภริยาโจทก์ป่วยเป็นคนพิการเดินไม่ได้ แม้หลังจากที่โจทก์ไม่ไปปฏิบัติงานที่โรงงานสุรา จังหวัดนครปฐม ตามคำสั่งของจำเลยและโจทก์ไม่มีหน้าที่ใดที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานที่บริษัทจำเลยโจทก์ก็ยังมีหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานที่ต้องทำงานให้แก่จำเลย คือต้องมาที่บริษัทจำเลยเพื่อรับคำสั่งให้ไปปฏิบัติงานใด ๆ ให้แก่จำเลย ซึ่งหากไม่มา จำเลยก็ไม่อาจมีคำสั่งให้โจทก์ทำงานให้แก่จำเลยได้ ดังนั้น การที่โจทก์ไม่มาที่บริษัทจำเลยเป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกัน จึงเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 47

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๒๘ จำเลยได้จ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาเมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๓๒ จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด ครั้งสุดท้ายโจทก์ทำหน้าที่เป็นหัวหน้ารักษาความปลอดภัย ได้รับค่าจ้างวันละ ๘๘ บาทจำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย ๑๘๐ วันเป็นเงิน ๑๕,๘๔๐ บาท แต่จำเลยไม่จ่ายให้ นอกจากนี้จำเลยยังไม่ได้จ่ายค่าจ้างแก่โจทก์ตั้งแต่วันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๓๒ ถึงวันที่๘ กันยายน ๒๕๓๒ เป็นเวลา ๕๙ วัน เป็นเงิน ๕,๑๙๒ บาท ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายเป็นเงิน ๕,๑๙๒ บาท และค่าชดเชยเป็นเงิน ๑๕,๘๔๐ บาท แก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยได้จ้างโจทก์เป็นลูกจ้างรายวันทำงานในตำแหน่งพนักงานรักษาความปลอดภัย มีหน้าที่รักษาความปลอดภัย(ยาม) ให้แก่ลูกค้าของจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์ได้ละทิ้งหน้าที่ไปตั้งแต่วันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๓๒ และไม่ได้เข้าปฏิบัติงานตามหน้าที่อีกเลยโดยไม่ได้ให้เหตุผลแต่อย่างใดอันเป็นการละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันควร จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์เมื่อเลิกจ้าง จำเลยไม่ได้ค้างชำระค่าจ้างแก่โจทก์ โดยครั้งสุดท้ายจำเลยได้ชำระค่าจ้างให้โจทก์จนถึงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๓๒ อันเป็นวันสุดท้ายที่โจทก์ได้ทำงาน ส่วนวันถัดมาคือวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๓๒ โจทก์ขาดงาน วันที่ ๑๓ ถึงวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๓๒ โจทก์ขอลาหยุดงานและตั้งแต่วันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๓๒ โจทก์ได้ละทิ้งหน้าที่โดยไม่ได้มาปฏิบัติงานอีก โจทก์เป็นลูกจ้างรายวันได้รับค่าจ้างวันละ ๘๘ บาทสำหรับวันที่ได้มาทำงาน ส่วนวันที่ไม่ได้มาทำงานไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้าง โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าจ้างตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์จำนวน๑๕,๘๔๐ บาท คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดียังมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่านับแต่วันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๓๒ โจทก์ได้มาที่สำนักงานของจำเลยเพื่อจะทำงานอีกหรือไม่ และจะถือว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือไม่ พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน ๑๕,๘๔๐ บาท แก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมาว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยในตำแหน่งพนักงานรักษาความปลอดภัย ซึ่งหน้าที่ของพนักงานรักษาความปลอดภัยคือการประจำอยู่ตามสถานที่ที่จำเลยส่งให้ไปปฎิบัติงาน เดิมโจทก์ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่โรงแรมมิได้ ถนนประดิพัทธ์ สะพานควายกรุงเทพมหานคร ต่อมาจำเลยส่งให้โจทก์ไปปฏิบัติหน้าที่ที่โรงงานสุราพิเศษสุวรรณภูมิ จังหวัดนครปฐม แต่โจทก์ไม่ไป และขอทำงานในกรุงเทพมหานคร นายณัฏฐวุฒิ ฤทธาภรณ์ ผู้จัดการฝ่ายรักษาความปลอดภัยของจำเลยปฏิเสธที่จะจัดให้โจทก์ทำงานตามที่โจทก์ขอต่อมาตั้งแต่วันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๓๒ โจทก์ไม่ได้มาทำงานที่บริษัทจำเลยเป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกัน และเมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๓๒จำเลยจึงได้เลิกจ้างโจทก์

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยในตำแหน่งพนักงานรักษาความปลอดภัย มีหน้าที่ปฏิบัติงานประจำอยู่ตามสถานที่ที่จำเลยสั่งให้ไปปฏิบัติงานแม้หลังจากที่โจทก์ไม่ไปปฏิบัติงานที่โรงงานสุราพิเศษสุวรรณภูมิจังหวัดนครปฐม ตามคำสั่งของจำเลย และโจทก์ไม่มีหน้าที่ใดที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานที่บริษัทจำเลย โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างก็ยังมีหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานที่ต้องทำงานให้แก่จำเลยซึ่งเป็นนายจ้าง คือต้องมาที่บริษัทจำเลยเพื่อรับคำสั่งให้ไปปฏิบัติงานใด ๆให้แก่จำเลย ซึ่งหากโจทก์ไม่มาที่บริษัทจำเลย จำเลยก็ไม่อาจมีคำสั่งให้โจทก์ทำงานให้แก่จำเลยได้ ดังนั้น การที่โจทก์ไม่มาที่บริษัทจำเลยเป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกัน จึงเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์จำนวน๑๕,๘๔๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · เคียง บุญเพิ่ม · ปรีชา ธนานันท์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายวิชัย วิวิตเสวีศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3211/2545

การที่โจทก์ยื่นใบลาป่วยโดยมีใบรับรองแพทย์และได้รับอนุญาตให้ลาจนครบกำหนด และมาทำงานแล้ว ก็ตาม หากจำเลยสงสัยว่าโจทก์ป่วยจริงหรือไม่หรือใช้สิทธิลาป่วยไม่สุจริต ก็ชอบที่จะสั่งให้โจทก์ไปตรวจกับ แพทย์อื่นซึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7038/2544

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยรับค่าจ้าง ทั้งนี้ ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2417/2544

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 บทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ทั้งนี้ลูกจ้างต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2257/2543

ประกาศของจำเลยที่ห้ามพนักงานของโรงแรมซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยไปขับรถจักรยานยนต์รับจ้างนอกเวลาทำงานตามปกติ ได้ระบุถึงเขตพื้นที่ที่ห้ามไว้โดยเฉพาะคือบริเวณโรงแรมของจำเลยเท่านั้น จึงเป็นอำนาจของจำเลยที่จะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1896/2543

โจทก์ทำงานอยู่แผนกจัดส่ง มีหน้าที่รับส่งและบรรจุน้ำมันลงถังการที่ ว. หัวหน้าแผนกซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์สั่งให้โจทก์ไปตักน้ำมัน และไขน้ำมันจากท่อน้ำรวมในโรงงานซึ่งมีน้ำสกปรกไหลผ่าน เป็นการสั่งให…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้