Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2537/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ในขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ไม่มีอาวุธปืนใด ๆ ติดตัวมาเลยและขณะจำเลยที่ 1 กับพวกใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายและกระชากเอาสร้อยคอทองคำไปจากผู้ตาย จำเลยที่ 2 จะยืนอยู่เฉย ๆ ก็ตาม แต่การที่จำเลยที่ 2 มายังที่เกิดเหตุพร้อมกับจำเลยที่ 1 กับพวก เมื่อจำเลยที่ 1 กับพวกใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายและกระชากสร้อยคอทองคำที่ผู้ตายสวมอยู่ไปได้แล้ว จำเลยที่ 2 วิ่งหนีไปพร้อมกับจำเลยที่ 1กับพวก ประกอบกับคดีฟังได้ตามคำให้การชั้นสอบสวนว่าขณะจำเลยที่ 1กับพวกปรึกษากันเรื่องจะปล้นทรัพย์ผู้ตาย จำเลยที่ 2 ก็นั่งฟังอยู่ด้วย ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวการร่วมกระทำความผิดด้วยกันกับจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานปล้นทรัพย์ ขณะจำเลยที่ 1 กับพวกใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายนั้น จำเลยที่ 2ยืนเฉย ๆ มิได้พูดหรือกระทำการใด ๆ อันจะถือได้ว่าเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนจำเลยที่ 1 กับพวกในการฆ่าผู้ตายเลย จำเลยที่ 1กับพวกตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายไปตามลำพังและโดยฉับพลันในขณะนั้นเอง จำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดฐานร่วมกับจำเลยที่ 1กับพวก ฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกับพวกร่วมกันมีอาวุธปืนปล้นทรัพย์และใช้อาวุธปืนยิงเจ้าทรัพย์โดยเจตนาและไตร่ตรองจำเลยที่ 1 รับสารภาพ จำเลยที่ 2 ปฏิเสธ ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ให้ประหารชีวิต ลดโทษให้จำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่ง จำเลยที่ 2 หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 50 ปี จำเลยที่ 2 จำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองร่วมกับพวก ได้ร่วมกันปล้นสร้อยคอทองคำหนัก 10 บาทของผู้ตายไป ในการปล้นทรัพย์นี้จำเลยที่ 1 กับพวกอีก 1 คนใช้อาวุธปืนที่มีติดตัวมายิงผู้ตายโดยเจตนาฆ่า ผู้ตายถึงแก่ความตายเพราะบาดแผลที่ถูกยิง และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 ว่า"แม้ในขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ไม่มีอาวุธปืนใด

ๆ ติดตัวมาเลยเพียงแต่เข้าไปยืนอยู่ด้านหลังเขียงของผู้ตายใกล้ผู้ตาย และขณะจำเลยที่ 1 กับพวกใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายและกระชากเอาสร้อยคอทองคำไปจากผู้ตาย จำเลยที่ 2 จะยืนอยู่เฉย ๆ ก็ตาม แต่การที่จำเลยที่ 2มายังที่เกิดเหตุพร้อมกับจำเลยที่ 1 กับพวก จำเลยที่ 1 กับพวกอีก 2 คน มาหยุดยืนด้านหน้าเขียงของผู้ตาย ส่วนจำเลยที่ 2 หยุดยืนทางด้านหลังเขียงใกล้ผู้ตาย เมื่อจำเลยที่ 1 กับพวกใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายและกระชากสร้อยคอทองคำที่ผู้ตายสวมอยู่ไปได้แล้วจำเลยที่ 2 ก็ได้วิ่งหนีไปพร้อมกับจำเลยที่ 1 กับพวกดังกล่าว ประกอบกับคดีฟังได้ตามคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 และของที่ 2ตามเอกสารหมาย ป.จ.3 และ ป.จ.4 ตามลำดับว่า จำเลยที่ 1 กับพวกมีเจตนาปล้นทรัพย์ผู้ตาย เพื่อเอาสร้อยคอทองคำของผู้ตายไปขายเอาเงินไปให้พวกของจำเลยที่ 1 กับพวกที่กำลังมีความจำเป็นต้องใช้เงิน และขณะจำเลยที่ 1 กับพวกปรึกษากันเรื่องจะปล้นทรัพย์ผู้ตาย

จำเลยที่ 2 ก็นั่งฟังอยู่ด้วยแล้ว ถือได้ว่าจำเลยที่ 2เป็นตัวการร่วมกระทำความผิดด้วยกันกับจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานปล้นทรัพย์ ส่วนข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาอันมีเหตุฉกรรจ์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 นั้น โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานให้เห็นว่าคนร้ายรายนี้มีเจตนาจะฆ่าผู้ตายมาก่อนกลับได้ความจากคำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 1 และของจำเลยที่ 2 เอกสารหมาย ป.จ. 3 และป.จ. 4 ตามลำดับว่า มีเจตนาจะหาเงินไปช่วยเพื่อนที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินเท่านั้น ขณะจำเลยที่ 1 กับพวกอีก 1 คนใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายนั้น จำเลยที่ 2 ก็ได้ยืนเฉย ๆ มิได้พูดหรือกระทำการใด ๆอันจะถือได้ว่าเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนจำเลยที่ 1 กับพวกคนนั้นในการฆ่าผู้ตายเลย

จำเลยที่ 1 กับพวกคนนั้นตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายไปตามลำพังและโดยฉับพลันในขณะนั้นเอง จำเลยที่ 2จึงไม่มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาอันมีเหตุฉกรรจ์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทว่าจำเลยที่ 2มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ด้วย จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ส่วนที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทว่าจำเลยที่ 1มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 โดยมิได้ระบุอนุมาตรานั้นศาลฎีกาเห็นว่า มาตรา 289 มีหลายอนุมาตรา แต่ละอนุมาตรามีองค์ประกอบความผิดไม่เหมือนกัน เมื่อข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความเข้าลักษณะอันเป็นองค์ประกอบความผิดตามอนุมาตราใดของมาตรา 289 ก็ชอบที่ศาลจะระบุอนุมาตรานั้น

ๆ ไว้ด้วย คดีนี้ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ฆ่าผู้ตายเพื่อความสะดวกในการที่จะปล้นเอาสร้อยคอทองคำของผู้ตายไปจึงต้องปรับบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(6)และที่ศาลล่างทั้งสองสั่งให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาสร้อยคอทองคำหนัก 10 บาท ราคา 44,000 บาท แก่เจ้าของนั้นปรากฏว่าผู้เป็นเจ้าของสร้อยคอดังกล่าวถึงแก่ความตายแล้วศาลฎีกาเห็นควรแก้เสียให้ชัดเจน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(6) และมาตรา 340 วรรคท้าย ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรีการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายสองบทที่มีโทษเท่ากัน ให้ลงโทษตามมาตรา 340 วรรคท้ายประกอบด้วยมาตรา 340 ตรี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา340 วรรคท้าย ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาสร้อยคอทองคำหนัก 10 บาท ราคา 44,000 บาท แก่ผู้มีสิทธิตามกฎหมาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง คล้ายแก้ว · ธีรศักดิ์ กรรณสูต · ถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3964/2554

ขณะจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 กระทำการใดอันเป็นการแสดงว่าร่วมรู้เห็นในการที่จำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย การที่จำเลยที่ 1 กระชากสร้อยคอทองคำของผู้เสียหาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 58/2532

จำเลยกับพวกนำสุรามานั่งดื่มที่เพิงพักหน้าบ้านผู้เสียหายเพื่อดักปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย จำเลยจึงย่อมจะทราบดีว่าพวกของจำเลยมีอาวุธปืนมาด้วย เมื่อผู้เสียหายขับรถมาถึงและลงจากรถ จำเลยก็ใช้ท่อนไม้ตีผู้เสียหาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1597/2532

จำเลยทั้งสามร่วมกันไปกระทำผิดโดยจำเลยที่ 2 เข้าทำร้าย บ.ซึ่งอยู่ที่บริเวณหลังบ้านที่เกิดเหตุได้รับอันตรายสาหัส และจำเลยที่ 1 ที่ 3 ร่วมเข้าไปในบ้านผู้เสียหาย แล้วร่วมกันฆ่า ส.กับ ธ. และทำร้าย ป. ได้รั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1595/2532

ผู้ตายถูกกระสุนปืนถึงแก่ความตายเนื่องจากจำเลยทั้งสองเป็นผู้ยิงแต่ไม่อาจระบุได้ว่าจำเลยคนใด แม้จะฟังว่าจำเลยคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ยิง แต่การที่จำเลยทั้งสองต่างก็มีอาวุธปืนอาก้าไปร่วมชิงทรัพย์ ส่อให้เห็นเจต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2531

ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสี่ ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรี ซึ้งมีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 22 ปี 6 เดือน ถึง 30 ปี เป็นบทที่มีโทษเบากว่าความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ประ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้