Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2537/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เจ้ามรดกถึงแก่กรรม ว. ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกต่อศาลโจทก์ซึ่งเป็นภรรยาของเจ้ามรดกได้เบิกความในคดีดังกล่าวว่า หากโจทก์มีส่วนได้รับมรดกโจทก์ก็เอา หรือจะให้แก่บุตรโจทก์ก็แล้วแต่ผู้จัดการมรดกเห็นสมควร การที่โจทก์เบิกความดังกล่าวไม่เป็นการสละมรดกเพราะคำเบิกความดังกล่าวถือไม่ได้ว่าเป็นการแสดงเจตนาชัดแจ้งเป็นหนังสือมอบ ไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือทำเป็นหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความ ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1612 แต่เป็นเพียงคำพูดแนะนำผู้จัดการมรดกตามมารยาทเท่านั้น ว. เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล แต่ยังจัดการมรดกไม่เสร็จก็ตายเสียก่อน จำเลยได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกแทนและยังจัดการไม่เสร็จ โจทก์ซึ่งเป็นทายาทก็ฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกเป็นคดีนี้ การที่ ว. ก็ดี จำเลยก็ดีซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์มรดกในระหว่างจัดการ ถือว่าครอบครองแทนทายาท มีหน้าที่ต้องแบ่งทรัพย์มรดกแก่ทายาทถือได้ว่าทายาทได้ครอบครองทรัพย์มรดกแล้วตราบเท่าที่ยังอยู่ในระหว่างจัดการมรดกฉะนั้น คดีของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ (อ้างฎีกาที่ 1589/2509) ข้อเท็จจริงที่จะนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งเป็นข้อยกเว้นให้คู่ความยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นฎีกาได้แม้จะเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 นั้นจะต้องเป็นข้อเท็จจริงที่ได้มาจากการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบส่วนข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากพยานนอกประเด็นไม่เกี่ยวกับที่คู่ความจะต้องนำสืบศาลจะรับฟังมาวินิจฉัยไม่ได้เพราะเป็นข้อเท็จจริงนอกกระบวนพิจารณาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 (อ้างฎีกาที่1211/2492)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภรรยาชอบด้วยกฎหมายของนายเดือน บุนนาคนายเดือนถึงแก่กรรม นางวันได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดก ยังจัดการมรดกไม่เสร็จนางวันก็ถึงแก่กรรม จำเลยที่ 1 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดกของนายเดือนแทนจำเลยที่ 1 กระทำโดยสุจริต ร้องต่อศาลว่าจำเลยที่ 1 ได้ครอบครองปรปักษ์ที่ดินของกองมรดก 5 โฉนด ศาลได้สั่งว่าจำเลยที่ 1 ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวโดยการครอบครองปรปักษ์ และจำเลยที่ 1 ยังได้นำที่ดินกองมรดกอีกแปลงหนึ่งไปแบ่งกันในระหว่างจำเลย จึงขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการจดทะเบียนแบ่งที่ดินระหว่างจำเลยกับเพิกถอนคำสั่งของศาลที่สั่งแสดงว่าจำเลยที่ 1 ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์นั้นเสีย แล้วให้จัดแบ่งที่ดินกองมรดกแก่โจทก์ตามส่วนที่โจทก์มีสิทธิจะได้รับโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตจำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 ให้การว่า

โจทก์ได้ทิ้งร้างกับนายเดือนไปหลายสิบปีแล้ว จึงไม่มีสิทธิได้รับส่วนแบ่ง ที่ดินที่จำเลยได้รับส่วนแบ่งนั้นไม่ใช่สินสมรสระหว่างนายเดือนกับโจทก์ ส่วนที่ดินที่จำเลยที่ 1 ครอบครองปรปักษ์นายเดือนได้ยกให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ครอบครองอย่างเจ้าของมากว่า 10 ปี ทั้งโจทก์ได้สละมรดกของนายเดือนแล้ว คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องนางดวงแข วิโรจน์เพ็ชร์ ร้องสอดว่า ผู้ร้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนายเดือนกับโจทก์ มีสิทธได้รับส่วนแบ่งจากกองมรดกของนายเดือน จึงร้องสอดเข้ามา เพื่อขอรับส่วนแบ่งจำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 ให้การแก้คำร้องสอดว่า ผู้ร้องได้รับส่วนแบ่งมรดกไปแล้ว ส่วนที่ดินที่จำเลยที่ 1 ได้กรรมสิทธิ์มาโดยการครอบครองปรปักษ์นั้น ไม่ใช่ทรัพย์มรดก ขอให้ยกคำร้องสอดศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินตามฟ้องแก่โจทก์และผู้ร้องสอดจำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์สละมรดกรายนี้แล้วโดยโจทก์เบิกความเป็นพยานในคดีหมายเลขแดงที่ 4812/2509 ของศาลแพ่งว่า "หากโจทก์" มีส่วนได้รับมรดกโจทก์ก็เอา หรือจะให้แก่บุตรโจทก์ก็แล้วแต่นางวัน จักษุรักษ์ คณิตวิจารณ์ เห็นสมควร" คำเบิกความดังกล่าวถือไม่ได้ว่าเป็นการแสดงเจตนาชัดแจ้งเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือทำเป็นหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความ ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1612 เป็นเพียงคำพูดแนะนำผู้จัดการตามมารยาทเท่านั้นหามีผลเป็นการสละมรดกตามกฎหมายแต่ประการใดไม่ ฟังไม่ได้ว่าโจทก์สละมรดกรายนี้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องตามฎีกาข้อ 3(6) ที่ว่าคดีของโจทก์และผู้ร้องสอดขาดอายุความแล้วหรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบฟังได้ว่า

เมื่อนายเดือน บุนนาคถึงแก่กรรมนางวัน จักษุรักษ์หรือคณิตวิจารณ์เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล ระหว่างที่จัดการมรดกยังไม่เสร็จผู้จัดการมรดกตายไป จำเลยที่ 1 เข้าเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งต่ออีก และยังจัดการไม่เสร็จมาฟ้องคดีนี้ การที่ผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์มรดกในระหว่างที่จัดการทรัพย์สินถือว่าโจทก์ครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาท ต้องแบ่งมรดกแก่ทายาท ถือได้ว่าทายาทได้ครอบครองทรัพย์มรดกแล้วตราบที่ยังอยู่ระหว่างจัดการมรดก คดีจึงไม่ขาดอายุความ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1589/2509 ระหว่างนางศรีนวล ทวาทศิน โจทก์ นางคำใสทวาทศิน จำเลยตามฎีกาข้อ 3(8) และ (4) ตอนท้าย ที่จำเลยโต้แย้งเรื่องจำนวนทายาทและอัตราส่วนแบ่งมรดกนั้น

เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวจำเลยมิได้ตั้งประเด็นต่อสู้ไว้ในคำให้การ ในวันชี้สองสถานศาลชั้นต้นก็มิได้กำหนดเป็นประเด็นพิพาทไว้จึงไม่ใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ที่จำเลยอ้างว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวดัวยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยมีสิทธิยกขึ้นกล่าวอ้างได้นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงที่จะนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งศาลจะยกขึ้นตัดสินได้นั้น จะต้องเป็นข้อเท็จจริงที่ได้มาจากการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบ ส่วนข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากพยานนอกประเด็นไม่เกี่ยวกับที่คู่ความจะต้องนำสืบ ศาลจะรับฟังมาวินิจฉัยไม่ได้ เพราะเป็นข้อเท็จจริงนอกกระบวนพิจารณาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 เมื่อเรื่องจำนวนทายาทและอัตราส่วนแบ่งมรดกที่จำเลยยกขึ้นฎีกานี้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่คู่ความจะต้องนำสืบในประเด็นแห่งคดีแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ ดังนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1121/2492 ระหว่างนายเพลิน ฯ โจทก์ ขุนผสมทรัพย์สมาน กับพวก จำเลยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พจน์ บุญเลี้ยง · อุดม บรรลือสินธุ์ · ยนต์ พิรวินิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้