คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364,365, 295, 80, 83, และ 91 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21พฤศจิกายน 2514 ข้อ 2จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 364, 365, 295, 80, 83, 90 การกระทำของจำเลยทั้งสองกับพวกเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 365 ซึ่งเป็นบทหนัก ให้จำคุกคนละ 1 ปีโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองทั้งสองกรรมตามฟ้องโจทก์จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยทั้งสองโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วคดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ข้อแรกว่า
จำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดฐานบุกรุกเคหสถานและฐานพยายามทำร้ายร่างกายดังฟ้องโจทก์หรือไม่ ปัญหานี้ ฯลฯ เชื่อได้ว่า ผู้เสียหายและนางสมัยได้เห็นจำเลยที่ 1 ยืนบนชานบ้านและเห็นจำเลยที่ 2 ยืนอยู่ที่เชิงบันไดพร้อมกับพวกจริง สาเหตุที่จำเลยทั้งสองกับพวกมาที่บ้านผู้เสียหายน่าจะเนื่องมาจากกรณีที่เกิดชกต่อยกันในตอนเย็นวันนั้นแสดงให้เห็นเจตนาที่จะมาทำร้ายผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายกระโดดลงจากบ้านวิ่งหนีจำเลยทั้งสองกับพวกยังไล่ติดตามไปอีกจนถึงบ้านของนางสมรซึ่งอยู่ห่างประมาณ 30 วา ส่อเจตนาให้เห็นว่าจะต้องทำร้ายผู้เสียหายให้ได้ ฯลฯ จำเลยทั้งสองกับพวกวิ่งไล่ตามผู้เสียหายห่างวาเศษเท่านั้น ฯลฯ การที่จำเลยทั้งสองกับพวกวิ่งไล่ติดตามผู้เสียหายไปนี้
หากจำเลยทั้งสองกับพวกไม่เห็นนายสมกูลกับนางสมรลงมาจากบ้านและผู้เสียหายวิ่งหนีไม่ทันก็อาจถูกจำเลยทั้งสองกับพวกซึ่งมีอาวุธปืนสั้นและมีดสั้นที่ถืออยู่ทำร้ายเอาได้เพราะระยะห่างกันเพียงวาเศษเท่านั้น การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดฐานบุกรุกเคหสถานและฐานพยายามทำร้ายร่างกายผู้เสียหายดังฟ้องโจทก์ ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้นส่วนข้อที่โจทก์ฎีกาว่า ความผิดฐานบุกรุกเคหสถานและความผิดฐานพยายามทำร้ายร่างกายต่างเป็นความผิดในตัวเองสามารถแยกออกจากกันได้ จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปนั้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยทั้งสองกับพวกบุกรุกเข้าไปในบ้านผู้เสียหายก็ด้วยเจตนาที่จะทำร้ายผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายกระโดดจากบ้านวิ่งหนี จำเลยทั้งสองกับพวกก็วิ่งไล่ติดตามไปในทันทีทันใดเพื่อจะทำร้ายให้ได้ เป็นการกระทำที่ต่อเนื่องจากเจตนาเดิมยังมิได้ขาดตอนการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทซึ่งต้องลงโทษตามบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นพิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น