Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2529/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทภายในกรอบเส้นหมึกสีแดงในแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง ซึ่งใช้คำว่า"เฉพาะเนื้อที่ 274 ตารางวา" เป็นเพียงการกะประมาณ ความสำคัญอยู่ที่เนื้อที่ดินภายในกรอบเส้นหมึกสีแดงในแผนที่สังเขปซึ่งโจทก์ครอบครองจนได้กรรมสิทธิ์นั้นว่ามีเท่าใด เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ของกรมที่ดินรังวัดที่ดินพิพาทตามหลักวิชาการแผนที่ปรากฏว่า มีเนื้อที่ประมาณ 300 ตารางวา ก็ต้องถือว่าเป็นเนื้อที่ของที่ดิน ที่โจทก์เรียกร้องซึ่งไม่เกินคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องของโจทก์.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องว่า เมื่อปี พ.ศ. 2497 โจทก์และผู้มีชื่ออีก 3 คนได้ร่วมกันซื้อที่ดินตามโฉนดเลขที่ 9649 ตำบลคลองตัน (คลองเตย) อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 3 ไร่24 ตารางวา จากนางระวีวรรณ์ บุญยรักษ์ แต่ได้จดทะเบียนโอนใส่ชื่อนางสมศรี จันทร์เจริญ ภริยาของผู้มีชื่อคนหนึ่งที่ได้ร่วมซื้อที่ดินเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามโฉนดไว้แทนโจทก์และผู้มีชื่ออีก 3 คน เมื่อซื้อที่ดินแล้วโจทก์และผู้มีชื่ออีก 3 คน ได้ตกลงแบ่งที่ดินออกเป็นสัดส่วนแน่นอนรวม 4 ส่วน และต่างเข้าครอบครองที่ดินตามที่ได้ตกลงแบ่งกันด้วยเจตนาเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์นับแต่นั้นมา สำหรับโจทก์ได้เข้าครอบครองที่ดินส่วนทางด้านทิศเหนือเนื้อที่ประมาณ 274 ตารางวา

ปรากฏตามความกว้าง ยาว และรูปที่ดินตามแนวกรอบเส้นหมึกสีแดงในแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง โดยโจทก์ได้ปลูกสร้างบ้านเลขที่ 129/1 (ต่อมาทางราชการได้เปลี่ยนทะเบียนบ้านเป็นเลขที่ 998) ปลูกสร้างศาลเจ้า ปลูกสร้างโรงงานฟอกหนังและปลูกสร้างโรงเลี้ยงสุกร กับกั้นรั้วตามแนวเขตที่โจทก์ครอบครองตลอดมาโดยไม่มีผู้ใดโต้แย้ง และโจทก์ได้แบ่งที่ดินบางส่วนให้คนอื่นเช่าด้วยต่อมาเมื่อเดือนเมษายน 2521 โจทก์ได้ทราบว่านางสมศรี จันทร์เจริญได้โอนขายที่ดินตามโฉนดเลขที่ 9649 ให้บุคคลอื่น โจทก์ได้ตรวจสอบหลักฐานที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร ปรากฏว่านางสมศรีจันทร์เจริญ ได้โอนขายที่ดินดังกล่าวให้จำเลยเมื่อวันที่ 16กุมภาพันธ์ 2510 โจทก์ได้ไปสอบถามนางสมศรี

จันทร์เจริญ ซึ่งแจ้งแก่โจทก์ว่าได้ตกลงขายที่ดินให้จำเลยเฉพาะส่วนของสามีนางสมศรีจันทร์เจริญ และส่วนของผู้มีชื่ออีกคนหนึ่งเท่านั้นและนางสมศรีจันทร์เจริญ ได้แจ้งให้จำเลยทราบถึงส่วนของโจทก์และส่วนของผู้มีชื่ออีกคนหนึ่งด้วย จึงถือได้ว่าจำเลยรับโอนที่ดินส่วนของโจทก์โดยไม่สุจริต อย่างไรก็ดี โจทก์ได้ครอบครองที่ดินส่วนของโจทก์มาเป็นเวลากว่า 10 ปี โจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์อีกฐานะหนึ่ง ขอให้ศาลพิพากษาว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามโฉนดเลขที่ 9649 ตำบลคลองตัน (คลองเตย) อำเภอพระโขนงกรุงเทพมหานคร เฉพาะเนื้อที่ 274 ตารางวา ตามแนวกรอบเส้นหมึกสีแดงในแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง โดยการครอบครองปรปักษ์

ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง และให้จำเลยไปจดทะเบียนเฉพาะส่วนที่ดินดังกล่าวใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินและให้จำเลยจดทะเบียนแบ่งแยกโฉนดที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยให้การว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ไม่ได้ครอบครองที่พิพาทโดยปรปักษ์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ครอบครองปรปักษ์ที่พิพาทเกินกว่า10 ปี จึงได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382พิพากษากลับ โจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามโฉนดเลขที่ 9649 ตำบลคลองตัน (คลองเตย) อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร เฉพาะเนื้อที่274 ตารางวา ตามแผนที่สังเขปในแนวกรอบเส้นหมึกสีแดงท้ายฟ้อง ให้จำเลยดำเนินการแบ่งแยกจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ในส่วนของโจทก์ดังกล่าวใส่ชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์

ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่พิพาทต่อไป หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยฎีกาศาลฎีกาพิพากษายืนหลังจากศาลฎีกาพิพากษาแล้ว โจทก์และจำเลยได้ยื่นเรื่องราวขอจดทะเบียนแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาเจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการแล้วมีหนังสือแจ้งมายังศาลชั้นต้นว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รังวัดและคำนวณที่พิพาทตามหลักวิชาการแผนที่แล้วปรากฏว่า ที่ดินในแนวกรอบเส้นหมึกสีแดงของแผนที่สังเขปท้ายฟ้องมีเนื้อที่ประมาณ 300 ตารางวา ซึ่งไม่ตรงกับหนังสือของศาลชั้นต้นที่ให้แบ่งเฉพาะเนื้อที่ 274 ตารางวา ขอคำวินิจฉัยของศาลเพื่อดำเนินการต่อไป

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งแจ้งไปยังเจ้าพนักงานที่ดินว่าให้ใช้เนื้อที่ตามที่รังวัดได้ 300 ตารางวา ดำเนินการให้โจทก์จำเลยยื่นคำร้องว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้ดำเนินการให้โจทก์ตามที่รังวัดได้ 300 ตารางวา ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเกินกว่าคำพิพากษาหรือเกินกว่าหรือนอกเหนือจากคำฟ้อง ซึ่งระบุว่าที่พิพาทมีเนื้อที่ 274 ตารางวา ทำให้จำเลยเสียเปรียบและเสียหาย ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งที่แจ้งไปยังเจ้าพนักงานที่ดินและสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการรังวัดแบ่งแยกที่ดินให้โจทก์ตามคำฟ้องเนื้อที่ 274 ตารางวาศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลพิพากษาให้โจทก์ได้ที่ดินตามแผนที่ในกรอบเส้นหมึกสีแดงท้ายฟ้องทั้งแปลง แม้เนื้อที่จะเกินฟ้อง

ก็ไม่เป็นการเกินคำขอ (ฎีกาที่ 1022/2500) คำสั่งของศาลที่ให้จดทะเบียนให้โจทก์จึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...โจทก์ฟ้องระบุเนื้อที่ของที่ดินพิพาทภายในกรอบเส้นหมึกสีแดงในแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง ประมาณ 274 ตารางวาซึ่งศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าโจทก์เป็นผู้ครอบครองจนได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว แต่ในชั้นบังคับคดีศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินรังวัดแบ่งแยกให้โจทก์ตามที่รังวัดได้จำนวน300 ตารางวา เป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า การที่ฟ้องของโจทก์ระบุเนื้อที่ของที่พิพาทที่โจทก์ครอบครองมาว่าประมาณ 274ตารางวา ปรากฏความกว้างความยาวและรูปที่ดินพิพาทภายในกรอบเส้นหมึกสีแดงในแผนที่สังเขปท้ายฟ้องนั้นเป็นการกะประมาณเอา

เนื้อที่ที่แท้จริงของที่ดินพิพาทอาจมากกว่าหรือน้อยกว่า 274 ตารางวา ก็เป็นได้ความสำคัญอยู่ที่เนื้อที่ดินภายในกรอบเส้นหมึกสีแดงในแผนที่สังเขปท้ายฟ้องซึ่งโจทก์ครอบครองจนได้กรรมสิทธิ์นั้นว่ามีเท่าใด แม้คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ที่ขอให้ศาลพิพากษาว่า โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทภายในกรอบเส้นหมึกสีแดงในแผนที่สังเขปท้ายฟ้องจะใช้คำว่า"เฉพาะเนื้อที่ 274 ตารางวา" ก็เป็นการกะประมาณเอาซึ่งเป็นการไม่แน่นอนเช่นเดียวกัน เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดินทำการรังวัดที่ดินพิพาทตามหลักวิชาการแผนที่ปรากฏว่ามีเนื้อที่ประมาณ 300 ตารางวา ก็ต้องถือว่าเป็นเนื้อที่ของที่ดินที่โจทก์เรียกร้องนั่นเอง ซึ่งไม่เกินคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ จำเลยจะขอให้รังวัดที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์เนื้อที่เพียง274 ตารางวา หาได้ไม่ คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงไม่เกินคำขอของโจทก์..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสียง ตรีวิมล · สมศักดิ์ วิธุรัติ · สุนพ กีรติยุติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2568

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อมาโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่ แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่ดินพิพาททับซ้อนกับที่ดินตามหนังสืออนุญาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 332/2568

ในคดีผู้บริโภคปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอายุความมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4759/2568

เมื่อศาลพิพากษาให้ผู้ถูกกล่าวหาชำระเงิน 10,000,000 บาท แทนการให้ทรัพย์สินตามคำร้องตกเป็นของแผ่นดิน แม้จะถือว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่ตามคำร้องของผู้ร้องและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นการบั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4273/2568

แม้ ฮ. มีคำสั่งเสียก่อนถึงแก่ความตายยกทรัพย์มรดกที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของ ฮ. ให้แก่จำเลยที่ 1 แต่ ฮ.ถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใด ทรัพย์มรดกทั้งหมดย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3881/2568

หนี้ที่ถึงกำหนดชำระตาม ป.พ.พ. มาตรา 729/1 วรรคหนึ่ง หมายถึง หนี้ที่คู่สัญญาตกลงกำหนดเวลาที่ลูกหนี้ต้องชำระตามข้อตกลงในสัญญา และถึงกำหนดเวลาชำระหนี้แล้ว โดยมิต้องคำนึงว่าเจ้าหนี้จะสามารถใช้สิทธิเรียกร้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้