Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2518/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยตกลงขายที่ดินให้โจทก์นำไปจัดสรรขาย โดยอนุญาตให้โจทก์เข้าไปดำเนินการแบ่งแยกเป็นแปลงย่อย และขายที่ดินที่แบ่งแยกได้เพื่อนำเงินมาชำระราคาที่ดินให้จำเลย เมื่อชำระครบถ้วนแล้วจำเลยจะไปทำนิติกรรมจดทะเบียนโอนให้แก่โจทก์ ดังนี้ สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเป็นนสัญญาจะซื้อจะขาย.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเข้าหุ้นกันจัดสรรที่ดินขายโดยโจทก์ลงทุนปรับปรุงที่ดิน จำเลยลงทุนเป็นที่ดิน จำเลยผิดสัญญา โจทก์จึงฟ้องเรียกเงินที่ลงทุนไปคืน ดังนี้การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาซื้อขายที่ดินเสร็จเด็ดขาดและเป็นโมฆะ ให้จำเลยคืนเงินค่าที่ดินที่โจทก์ชำระไปแล้ว เป็นการพิพากษานอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง.ตาม ป.พ.พ. มาตรา 138 นิติกรรมอันเป็นโมฆะที่คู่กรณีกลับคืนยังฐานะเดิมจะต้องเป็นนิติกรรมที่เป็นโมฆียะแล้วมีการบอกล้าง มิใช่นิติกรรมที่เป็นโมฆะมาแต่แรก.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยตกลงเข้าเป็นหุ้นส่วนดำเนินกิจการจัดสรรที่ดินโฉนดเลขที่ 1878 โดยให้โจทก์เป็นผู้จัดการและเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงที่ดินแบ่งเงินที่ขายที่ดินได้ให้จำเลยตารางวาละ 500 บาท ส่วนที่ขายได้เกินตารางวาละ 500 บาทให้เป็นของโจทก์ นอกจากนี้โจทก์จำเลยได้ตกลงยกที่ดินซึ่งเป็นถนนซอยภายในที่ดินจัดสรรและถนนที่เชื่อมกับถนนใหญ่ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเทศบาลเมืองระนอง และจำเลยต้องไถ่ถอนที่ดินโฉนดที่ 1878 ให้แล้วเสร็จก่อนประกาศขายที่ดิน โจทก์ได้เข้าดำเนินการปรับปรุงที่ดินเกือบจะแล้วเสร็จ จำเลยผิดสัญญาโดยไม่ยอมยกที่ดินส่วนที่ตัดเป็นถนนให้เป็นตามสิทธิของเทศบาลเมืองระนอง และไม่ได้ถอนที่ดิน ทำให้โจทก์ไม่สามารถที่จะดำเนินการต่อไป จึงบอกเลิกสัญญา

ขอให้จำเลยชำระค่าใช้จ่ายที่โจทก์เสียไประหว่างเข้าหุ้น 213,215 บาทพร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยเข้าหุ้นส่วนกับโจทก์ แต่โจทก์ได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 1878 จากจำเลย แล้วโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาฝ่ายเดียวเพราะไม่ชำระค่าที่ดินตามงวดที่ตกลงกัน และบอกเลิกสัญญาเพราะไม่สามารถดำเนินการจัดสรรที่ดินต่อไปได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าที่ดินและค่าใช้จ่ายที่ลงทุนไปศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 213,215 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธณณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้เงิน 100,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยตกลงจะขายที่ดินตามฟ้องให้โจทก์เพื่อให้โจทก์นำไปจัดสรรขายและอนุญาตให้โจทก์เข้าไปดำเนินการจัดสรรเมื่อชำระค่าที่ดินงวดแรกแล้วและอนุญาตให้โจทก์ขายที่ดินที่จัดแบ่งเป็นแปลงย่อยได้ เพื่อนำเงินมาชำระค่าที่ดินให้จำเลย

จำเลยจะทำนิติกรรมและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้โจทก์เมื่อชำระค่าที่ดินครบถ้วนตามที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งเข้าลักษณะเป็นสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน เงิน 231,870บาท ที่โจทก์ฟ้องว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดสรรที่ดินนั้น ฟังได้ว่าโจทก์จ่ายให้ผู้อื่นเป็นค่าจ้างไถปรับที่ดิน วางท่อระบายน้ำและเขียนแบบแปลนและแผนที่แสดงอาณาเขตที่ดินที่จัดสรรเป็นเงิน 131,870บาท เท่านั้น ส่วนอีก 100,000 บาท เป็นค่าที่ดินที่จำเลยชำระให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน เมื่อนิติกรรมระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินแล้ว โจทก์จะเรียกเอาค่าใช้จ่ายในการที่ตนนำที่ดินอันเป็นวัตถุแห่งสัญญาไปจัดสรรขายจากจำเลยผู้เป็นเจ้าของที่ดินหาได้ไม่

ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยคืนเงินค่าที่ดิน 100,000 บาท แก่โจทก์โดยให้เหตุผลแห่งคำวินิจฉัยว่า นิติกรรมระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นการซื้อขายที่ดินเสร็จเด็ดขาดและเป็นโมฆะ เพราะมิได้ทำเป็นหนังสือทั้งสองฝ่ายต้องคืนสู่สถานะ (ฐานะ) เดิม ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยเพราะนอกจากจะเป็นการพิพากษานอกไปจากที่ปรากฏในคำฟ้องแล้ว ยังเห็นว่านิติกรรมที่เป็นโมฆะมาแต่แรกดังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ กฎหมายหาได้บัญญัติถึงการให้คู่กรณีกลับคืนยังฐานะเดิมไม่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 138 นิติกรรมอันเป็นโมฆะที่คู่กรณีกลับคืนยังฐานะเดิมจะต้องเป็นนิติกรรมที่เป็นโมฆียะแล้วมีการบอกล้าง แต่จำเลยมิได้ฎีกาขึ้นมากลับแก้ฎีกาขอให้พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่เห็นสมควรที่จะพิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในส่วนที่ให้จำเลยคืนค่าที่ดินให้โจทก์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง คล้ายแก้ว · ประชา บุญวนิช · ประมาณ ชันซื่อ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 944/2546

การนำสืบเพื่อพิสูจน์ว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ใด การออกเอกสารสิทธิที่พิพาทชอบหรือไม่ ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีเอกสารมาแสดง อีกทั้งมิใช่การนำสืบเพิ่มเติม ตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสาร จึงสาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4979/2545

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทโดยซื้อจากจำเลยแล้วจำเลยทำสัญญาเช่า แต่จำเลยไม่ชำระค่าเช่าจึงบอกเลิกการเช่า ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเช่าและส่งมอบที่พิพาทคืน จำเลยให้การตอนแรกว่า ไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1933/2545

คำฟ้องของโจทก์ที่บรรยายให้เห็นว่า จำเลยสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์โดยระบุจำนวนเงินราคาสินค้าว่าเป็นเท่าไร จำเลยชำระให้โจทก์แล้วจำนวนเท่าไร เหลือหนี้ค่าสินค้าอีกเท่าไรที่จำเลยต้องรับผิดพร้อมดอกเบี้ย โดยกำหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1180/2545

ทรัพย์สินที่ซื้อขายโดยมีเงื่อนไขจะโอนกรรมสิทธิ์กันนั้นผู้ขายอาจนำทรัพย์สินที่จะมีกรรมสิทธิ์ในอนาคตออกขายล่วงหน้าได้ฉะนั้น เมื่อจำเลยตกลงทำสัญญาซื้อขายรถยนต์คันพิพาทกับโจทก์โดยมีเงื่อนไขว่าโจทก์จะโอนกร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 133/2544

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินจากโจทก์เนื้อที่ 107 ตารางวา แต่จดทะเบียนโอนเกินกว่าที่ตกลงไป 11 ตารางวา ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียน หรือให้จำเลยชำระค่าเสียหายเท่าราคาที่ดินตารางวาละ 120,000 บา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้