Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2517/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 43 บัญญัติให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้เจ้าของอาคารยื่นคำขออนุญาต และแก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารที่สร้างโดยมิได้รับอนุญาตและขัดต่อข้อบัญญัติท้องถิ่นเสียก่อนที่จะมีอำนาจสั่งให้รื้อถอนอาคารอย่างกฎหมายเดิมพ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ในส่วนซึ่งบัญญัติถึงการรื้อถอนและแก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารที่สร้างขึ้นโดยฝ่าฝืนกฎหมายเป็นวิธีการบังคับคดีในส่วนแพ่ง เป็นกฎหมายวิธีสบัญญัติ จึงมีผลย้อนหลังไปใช้บังคับถึงการปลูกสร้างอาคารของจำเลยในปี พ.ศ. 2521 ด้วย ไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว กลับมีคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารพิพาทอันเป็นการปฏิบัติข้ามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดและฟ้องคดีนี้ภายหลังจากประกาศใช้ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522ถึง 3 ปี โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้จำเลยรื้อถอนอาคารพิพาทคดีนี้ได้ แม้จำเลยจะมิได้ให้การต่อสู้ในข้อนี้ไว้แต่เรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ก่อสร้างอาคารเป็นบ้านไม้สองชั้นหลังคามุงกระเบื้อง ซึ่งมีหน้าต่างอยู่ห่างจากเขตที่ดินเอกชนประมาณ30 เซนติเมตร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตามกฎหมายขอให้พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตหากจำเลยไม่รื้อถอนให้โจทก์รื้อถอนได้โดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายจำเลยให้การว่าอาคารของจำเลยเป็นบ้านไม้สองชั้น ตามฟ้องนายสุวรรณ ฮะแสวง สามีจำเลยได้ก่อสร้างไว้เมื่อ 30 ปีเศษมาแล้วในสมัยที่พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2479 ยังไม่ใช้บังคับในท้องที่นี้ เมื่อสร้างแล้วก็ได้ใช้ประโยชน์ตลอดมาอาคารส่วนใดชำรุดทรุดโทรม สามีจำเลยก็ซ่อมแซม ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดทักท้วงห้ามปรามศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนอาคารพิพาท (ตามแผนผัง จ.9)หากไม่รื้อก็ให้โจทก์รื้อได้เอง โดยจำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายแทนโจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์จำเลยนำสืบรับกันว่าบ้านพิพาทของจำเลยสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์จริง และสร้างติดกับที่ดินของผู้อื่นโดยมิได้เว้นไว้ห่าง2 เมตร

มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2479 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และขัดต่อข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522 อันจะต้องรื้ออาคารดังกล่าวหรือไม่...รูปคดีฟังได้ว่าจำเลยเพิ่งสร้างบ้านพิพาทนี้ขึ้นใหม่และอยู่ในเขตเทศบาลนครกรุงเทพมาแต่เดิม โดยมิได้รับอนุญาตจากโจทก์ ส่วนโจทก์จะฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยรื้อถอนอาคารพิพาทได้หรือไม่นั้น ปรากฏว่าในปี พ.ศ. 2521 ที่จำเลยปลูกสร้างอาคารพิพาทนั้นอยู่ในระหว่างประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2479 และได้มีเทศบัญญัติของเทศบาลนครกรุงเทพซึ่งตราขึ้นโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ข้อ 62แก้ไขเพิ่มเติมโดยเทศบัญญัติ

เรื่องควบคุมการก่อสร้างอาคาร(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2514 ระบุว่า "อาคารที่ปลูกสร้างชิดเขตที่ดินต่างผู้ครอบครอง อนุญาตให้เฉพาะฝาหรือผนังด้านที่ไม่มีประตูหน้าต่างและช่องระบายอากาศ อยู่ชิดเขตที่ดินได้พอดี แต่มิให้ส่วนใดของอาคารรุกล้ำเขตที่ดินข้างเคียง" ซึ่งในขณะที่จำเลยปลูกสร้างอาคารพิพาท จำเลยมีสิทธิปลูกสร้างอาคารชิดเชตที่ดินของผู้อื่นได้โดยปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่งพระราชบัญญัติและเทศบัญญัติดังกล่าวและต่อมาใน ปี พ.ศ. 2522 พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคารพ.ศ. 2479 ถูกยกเลิกและประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 แทน ความในมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติใหม่นี้บัญญัติว่าการก่อสร้างอาคารที่มิได้รับอนุญาต และขัดต่อข้อบัญญัติท้องถิ่นแต่ยังสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้เจ้าของอาคารยื่นคำขอนุญาตและดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารนั้นให้ถูกต้องภายในกำหนดเวลาก่อน

หากเจ้าของอาคารไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตและไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงภายในกำหนด เจ้าพนักงานท้องถิ่นจึงจะมีอำนาจสั่งให้รื้อถอนอาคารดังกล่าวในส่วนที่เห็นสมควรได้ จะเห็นได้ว่าพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 บัญญัติให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้เจ้าของอาคารยื่นคำขอนุญาตและแก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารที่สร้างโดยมิได้รับอนุญาตและขัอต่อข้อบัญญัติท้องถิ่นเสียก่อน แทนที่จะให้อำนาจสั่งให้รื้อถอนอาคารเพียงประการเดียวตามกฎหมายเดิมพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 ในส่วนซึ่งบัญญัติถึงการรื้อถอนและแก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารที่สร้างขึ้นโดยฝ่าฝืนกฎหมายเป็นวิธีการบังคับคดีในส่วนแพ่งเป็นกฎหมายวิธีสบัญญัติ จึงมีผลย้อนหลังไปใช้บังคับถึงการปลูกสร้างอาคารของจำเลยในปี

พ.ศ. 2521 ด้วย เจ้าพนักงานท้องถิ่นจึงต้องปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว แต่หลังจากประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พงศ. 2522 แล้ว ไม่ปรากฎว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวกลับคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารพิพาทอันเป็นการปฏิบัติข้ามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และฟ้องคดีนี้ภายหลังจากประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ถึง 3 ปีโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้จำเลรื้อถอนอาคารพิพาทคดีนี้ได้แม้จำเลยจะมิได้ให้การต่อสู้ในข้อนี้ไว้แต่เรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ไม่ต้อวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลย ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยรื้ออาคารพิพาทนั้นไม่ต้องด้วยความเห้นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้อง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · ไพรัช วงศ์วัฒนะ · ไพจิตร วิเศษโกสิน
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13287/2558

ผู้ร้องได้รับโอนที่ดินสามยทรัพย์มาจากโจทก์ที่ 1 ภาระจำยอมที่มีอยู่ในที่ดินพิพาทของจำเลยย่อมติดไปกับสามยทรัพย์ที่โอนด้วย ผู้ร้องจึงมีสิทธิใช้ประโยชน์ในทางภาระจำยอมได้ ดังนั้น ที่ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21897/2556

โจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมและในฐานะผู้จัดการมรดกของมารดาโจทก์ฟ้องเรียกที่ดินพิพาทซึ่งอ้างว่าเป็นทรัพย์มรดกของมารดาโจทก์คืนจากจำเลยทั้งสาม จึงเป็นการเรียกที่ดินพิพาทคืนจากจำเลยทั้งสามในฐานะเจ้าของกรรมสิทธ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6078/2554

เช็คพิพาทไม่มีมูลหนี้จึงไม่มีหนี้ตามเช็คพิพาทที่จำเลยที่ 1 ผู้สลักหลังอาวัลผู้สั่งจ่ายต้องรับผิดแก่โจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 อำนาจฟ้องเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10545/2553

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์อันเป็นคดีที่ไม่มีข้อพิพาท ซึ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 และมาตรา 188 (1) บุคคลใดต้องใช้สิทธิทางศาลจะต้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7330/2553

ผู้ร้องทราบนัดและเข้าร่วมประชุมคราวปัญหาพร้อมกับผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ ครบทั้งหมด 7 คน สำหรับการประชุมคราวปัญหาได้มีการแจ้งนัดประชุมให้ผู้ร้องทราบทางโทรศัพท์และเป็นการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน ซึ่งผู้ร้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้