Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2495/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องจำเลย 6 คนโดยมิได้กล่าวหาว่าจำเลยที่ 1, 2, 3, 4ได้ร่วมข่มขืนใจ หรือหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายให้ปราศจากเสรีภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309, 310 จึงลงโทษจำเลยที่ 1,2,3,4ฐานนี้ไม่ได้ และตามฟ้องโจทก์ก็มิได้บรรยายว่าจำเลยที่ 5, 6 ได้ข่มขืนใจผู้เสียหายโดยทำให้เกิดความกลัว ว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายเสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้เสียหายหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้าย อันเป็นองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 309ก็ลงโทษจำเลยที่ 5, 6 ตามมาตรา 309 ไม่ได้เช่นกัน แม้จำเลยที่ 1, 3, 4, 5, 6 มิได้ฎีกา แต่เป็นเหตุในลักษณะคดี ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาถึงจำเลยที่ 1, 3, 4, 5 และ 6 ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ประกอบด้วยมาตรา 225

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1, 2, 3 ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอายุ 19 ปี อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง และจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ร่วมกันเป็นธุระจัดหาผู้เสียหายเพื่อการอนาจาร โดยจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 นำผู้เสียหายไปขายให้แก่จำเลยที่ 5 เพื่อบังคับให้ค้าประเวณี และจำเลยที่ 5 ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม เป็นธุระจัดหาผู้เสียหายเพื่อสำเร็จความใคร่ของชายได้บังคับข่มขืนใจให้ผู้เสียหายรับจ้างค้าประเวณี และหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายให้ปราศจากความเป็นอิสระแก่ตน และจำเลยที่ 5 ที่ 6 ร่วมกันเพื่อสำเร็จความใคร่ของชาย เป็นธุระจัดหาผู้เสียหายเพื่อการอนาจารโดยจำเลยที่ 5 พาผู้เสียหายไปขายให้จำเลยที่ 6 เพื่อบังคับให้ผู้เสียหายรับจ้างค้าประเวณี และจำเลยที่ 6 ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมเป็นธุระจัดหาผู้เสียหายเพื่อสำเร็จความใคร่ของชายได้บังคับข่มขืนใจให้ผู้เสียหายรับจ้างค้าประเวณีและหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายให้ปราศจากความเป็นอิสระแก่ตน

ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 281,282, 283, 309, 310จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 ให้การรับข้อที่เคยต้องโทษและขอให้นับโทษต่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1, 2, 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 283, 309, 310 ให้ลงโทษตามมาตรา 276 ซึ่งเป็นกระทงหนักที่สุด จำเลยที่ 4, 5, 6 มีความผิดตามมาตรา 283, 309, 310 ให้ลงโทษตามมาตรา 283 ซึ่งเป็นกระทงหนักที่สุดจำเลยทุกคนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ผู้เดียวฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยเชื่อว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมทำผิดกับจำเลยที่ 1 ที่ 3 จริง แต่ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยที่ 1, 2, 3, 4 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309, 310 ด้วยนั้น เห็นว่าฟ้องโจทก์มิได้กล่าวหาว่าจำเลยที่ 1, 2, 3, 4 ได้ร่วมข่มขืนใจ หรือได้หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายให้ปราศจากเสรีภาพ จึงลงโทษจำเลยที่ 1, 2, 3, 4 ฐานนี้ไม่ได้และที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยที่ 5, 6 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 ด้วยนั้น

ก็เห็นว่าตามฟ้องมิได้บรรยายว่าจำเลยที่ 5, 6 ได้ข่มขืนใจผู้เสียหายโดยทำให้เกิดความกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้เสียหายหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายอันเป็นองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 309 จึงลงโทษจำเลยที่ 5 ที่ 6 ตามมาตรา 309 ไม่ได้ แม้จำเลยที่ 1, 3, 4, 5, 6 มิได้ฎีกา แต่เป็นเหตุในลักษณะคดี ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาถึงจำเลยที่ 1, 3, 4, 5, 6 ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 213 ประกอบด้วยมาตรา 225พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยที่ 1, 2, 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 283 แต่ให้ลงโทษจำเลยที่ 1, 2, 3 ตามมาตรา 276 ซึ่งเป็นกระทงหนักตามมาตรา 91จำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 จำเลยที่ 5, 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283, 310 แต่ให้ลงโทษจำเลยที่ 5, 6 ตามมาตรา 283 ซึ่งเป็นกระทงหนักตามมาตรา 91นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
รื่น วิไลชนม์ · เพรียบ หุตางกูร · สรรเสริญ ไกรจิตติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้