Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2542 (เลขอ้างอิง 24916)

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยมีหนังสือบอกกล่าวเลิกจ้างโจทก์แต่โจทก์ทราบการบอกกล่าว เลิกจ้างภายหลังดังนี้ต้องถือว่าจำเลยบอกกล่าวเลิกจ้างโจทก์ในวันที่โจทก์ได้ทราบการบอกกล่าวเลิกจ้างและเป็นผลให้เลิกสัญญาจ้างกันเมื่อถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวต่อไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 582 การบอกกล่าวเลิกจ้างของจำเลยที่ประสงค์ให้มีผลเลิกสัญญาก่อนกำหนดนี้จึงไม่ชอบ จำเลยบอกกล่าวเลิกจ้างโจทก์ในวันที่ 29 มิถุนายน 2541 โจทก์ทราบการบอกกล่าวเลิกจ้างในวันที่ 1 กรกฎาคม 2541 เป็นผลให้เลิกสัญญาจ้างกันในวันที่ 30 สิงหาคม2541 โจทก์จึงมีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้าง 61 วัน แต่โจทก์ได้รับค่าจ้างเดือนสุดท้ายคือเดือนกรกฎาคม 2541 และได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าในเดือนดังกล่าวไปแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเฉพาะเดือนสิงหาคม 2541 จำนวน 30 วัน การที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้โจทก์ยังมีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้าง 61 วัน เป็นการพิพากษาให้เกินสิทธิที่โจทก์มีสิทธิได้รับและเกินคำขอท้ายฟ้อง จึงไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 52 โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยหลังวันที่ 30 พฤษภาคม 2526 สิทธิได้รับค่าชดเชยหรือค่าชดเชยกับเงินบำเหน็จที่ต้องจ่ายเพิ่มในกรณีค่าชดเชยต่ำกว่าเงินบำเหน็จจะมีจำนวนเท่าใดย่อมเป็นไปตามข้อบังคับโรงงานน้ำตาลกรมโรงงานอุตสาหกรรม ว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ.ศ. 2527 ข้อ 12 ส่วนมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติให้กระทรวงการคลังพิจารณาสนับสนุนค่าใช้จ่ายต่างๆกับให้นำเงินที่ได้จากการขายโรงงานน้ำตาลซึ่งเหลือจากการชำระหนี้ไปจ่ายเป็นค่าชดเชยและเงินบำเหน็จแก่พนักงานเป็นเพียงการอนุมัติให้กระทรวงการคลังสนับสนุนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และนำเงินที่เหลือไปจ่ายเป็นค่าชดเชยและเงินบำเหน็จแก่พนักงานที่มีสิทธิได้รับตามข้อบังคับโรงงานน้ำตาลกรมโรงงานอุตสาหกรรมว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ.ศ. 2527 ข้อ 12 หาได้อนุมัติให้พนักงานมีสิทธิได้รับค่าชดเชยและเงินบำเหน็จเพิ่มขึ้นหรือผิดแผกไปจากที่กำหนดไว้ตามข้อบังคับดังกล่าวข้อ 12 ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดสำนวนฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และเงินบำเหน็จพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะจ่ายเสร็จตามคำขอท้ายฟ้องแต่ละสำนวนแก่โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดจำเลยทั้งเจ็ดสิบเจ็ดสำนวนให้การ ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดเป็นลูกจ้างจำเลยตามวันเข้าทำงานและค่าจ้างอัตราสุดท้ายดังระบุในบัญชีสำหรับรวมการพิจารณาเอกสารหมาย จ.ล.1 โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาการจ้าง กำหนดจ่ายค่าจ้างก่อนวันสิ้นเดือน 1 วัน โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดเป็นลูกจ้างจำเลยหลังวันที่ 30 พฤษภาคม 2526และแต่ละคนมีอายุงานเกิน 5 ปี จำเลยออกข้อบังคับโรงงานน้ำตาล

กรมโรงงานอุตสาหกรรม ว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ.ศ. 2527 วางหลักเกณฑ์การจ่ายเงินบำเหน็จตามเอกสารหมาย จ.ล.2 วันที่ 29 มิถุนายน 2541 จำเลยมีหนังสือบอกกล่าวเลิกจ้างโจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ด โดยให้มีผลเป็นการเลิกจ้างตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2541 แต่โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดทราบการบอกกล่าวเลิกจ้างเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2541 ดังนั้น ถ้าจำเลยต้องการให้เลิกสัญญาจ้างกันในวันที่ 1 สิงหาคม 2541 จำเลยต้องบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนหรืออย่างช้าวันที่ 29 มิถุนายน 2541 การที่จำเลยบอกกล่าวเลิกจ้างโจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดใน วันที่ 1 กรกฎาคม 2541 เพื่อให้มีผลเป็นการเลิกจ้างในวันที่1 สิงหาคม 2541 จึงเป็นการบอกกล่าวที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 582 และไม่เป็นผลให้เลิกสัญญากันในวันที่ 1 สิงหาคม 2541 ดังระบุไว้ในหนังสือบอกกล่าวเลิกจ้างของจำเลย

จำเลยจึงต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้โจทก์แต่ละคนรวมคนละ 61 วัน และแม้โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดเรียกมาเพียงคนละ 30 วัน แต่ศาลเห็นสมควรเพื่อความเป็นธรรมแก่คู่ความ จึงให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามความจริง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 52 ส่วนดอกเบี้ยไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดทวงถามเมื่อใด จึงกำหนดดอกเบี้ยให้อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้านับแต่วันฟ้อง โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดเข้าทำงานหลังวันที่ 30 พฤษภาคม 2526 จึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยอย่างเดียวหรือค่าชดเชยกับเงินบำเหน็จที่จ่ายเพิ่มในกรณีค่าชดเชยต่ำกว่าเงินบำเหน็จตามที่กำหนดในข้อบังคับโรงงานน้ำตาลกรมโรงงานอุตสาหกรรม ว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ

พ.ศ. 2527 เอกสารหมาย จ.ล.2 ข้อ 12 ส่วนมติคณะรัฐมนตรีที่ให้กระทรวงการคลังสนับสนุนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่นเงินเดือน ค่าชดเชย และเงินบำเหน็จต่อไปนั้น เป็นการวางหลักเกณฑ์ให้ปฏิบัติทั่วไปจำเลยจะจ่ายเงินใดบ้างต้องเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับจำเลย และจำเลยจ่ายเงินตามข้อบังคับโรงงานน้ำตาลเอกสารหมาย จ.ล.2 ให้โจทก์แต่ละคนครบถ้วนแล้วตามบัญชีรายละเอียดเอกสารท้ายคำให้การ พิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดคนละเท่ากับค่าจ้าง 61 วัน พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 12 ตุลาคม2541) จนกว่าจะจ่ายเสร็จตามบัญชีท้ายคำพิพากษาคำขอนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์และจำเลยทั้งเจ็ดสิบเจ็ดสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยอุทธรณ์ประการแรกว่า เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2541 จำเลยมีหนังสือบอกกล่าวเลิกจ้างโจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดเป็นผลให้เลิกสัญญาจ้างกันวันที่ 1 สิงหาคม 2541 แต่โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดลงลายมือชื่อในหนังสือบอกกล่าวเลิกจ้างเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2541 เพื่อรับทราบไว้เป็นหลักฐานเท่านั้นการบอกกล่าวเลิกจ้างในวันที่ 29 มิถุนายน 2541 จึงชอบด้วยกฎหมายนั้นเห็นว่าข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2541 จำเลยมีหนังสือบอกกล่าวเลิกจ้างโจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดแต่โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดทราบการบอกกล่าวเลิกจ้างในวันที่ 1 กรกฎาคม 2541 ดังนี้ต้องถือว่าจำเลยบอกกล่าวเลิกจ้างโจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดในวันที่โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดได้ทราบการบอกกล่าวเลิกจ้างคือวันที่ 1 กรกฎาคม 2541 และเป็นผลให้เลิกสัญญาจ้างกันเมื่อถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวถัดไปข้างหน้าในวันที่ 30 สิงหาคม 2541 การบอกกล่าวเลิกจ้างดังกล่าวของจำเลยที่ประสงค์ให้เป็นผลเลิกสัญญาจ้างกันในวันที่ 1 สิงหาคม 2541 จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 คำพิพากษาศาลแรงงานกลางข้อนี้ชอบแล้ว อุทธรณ์จำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ประการที่สองว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้โจทก์แต่ละคนเกินคำขอท้ายฟ้องไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า การที่จำเลยบอกกล่าวเลิกจ้างโจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดในวันที่ 29มิถุนายน 2541 และโจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดทราบการบอกกล่าวเลิกจ้างในวันที่ 1 กรกฎาคม2541 เป็นผลให้เลิกสัญญาจ้างกันเมื่อถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวถัดไปข้างหน้าในวันที่ 30 สิงหาคม 2541 ดังวินิจฉัยมาแล้ว ฉะนั้นโจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดจึงมีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างคนละ 61 วัน แต่โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดบรรยายฟ้องและรับตามคำแก้อุทธรณ์ว่า โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดได้รับค่าจ้างเดือนสุดท้ายคือเดือนกรกฎาคม 2541 คนละเดือนละ 5,450 บาท

ถึง 21,620 บาทและได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าในเดือนดังกล่าวไปแล้ว โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดจึงยังคงมีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเฉพาะเดือนสิงหาคม 2541จำนวน 30 วัน ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดยังมีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างคนละ 61 วันอีก เป็นการพิพากษาให้เกินสิทธิที่โจทก์แต่ละคนมีสิทธิได้รับและเกินคำขอท้ายฟ้อง จึงไม่เป็นธรรมแก่จำเลย และไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 52 คำพิพากษาศาลแรงงานกลางข้อนี้ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์จำเลยข้อนี้ฟังขึ้นสำหรับอุทธรณ์โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดว่า โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จเต็มจำนวนตามฟ้อง โดยอ้างว่านอกจากจะมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จตามข้อบังคับโรงงานน้ำตาล

กรมโรงงานอุตสาหกรรม ว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ.ศ. 2527 ข้อ 12 แล้วยังมีสิทธิได้เงินบำเหน็จตามมติคณะรัฐมนตรีด้วยนั้น เห็นว่า โจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดเป็นลูกจ้างจำเลยหลังวันที่ 30 พฤษภาคม 2526 สิทธิได้รับค่าชดเชยหรือค่าชดเชยกับเงินบำเหน็จที่ต้องจ่ายเพิ่มในกรณีค่าชดเชยต่ำกว่าเงินบำเหน็จจะมีจำนวนเท่าใดย่อมเป็นไปตามข้อบังคับโรงงานน้ำตาล กรมโรงงานอุตสาหกรรม ว่าด้วยกองทุนบำเหน็จพ.ศ. 2527 ข้อ 12 ส่วนมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติให้กระทรวงการคลังพิจารณาสนับสนุนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น เงินเดือน ค่าชดเชย และเงินบำเหน็จต่อไปกับอนุมัติให้นำเงินที่ได้จากการขายโรงงานน้ำตาลไปชำระหนี้ธนาคารกรุงไทย จำกัด และให้นำเงินส่วนที่เหลือจากการชำระหนี้ส่งคณะกรรมการชำระบัญชีฯ เพื่อดำเนินการจ่ายเงินบำเหน็จและค่าชดเชยแก่พนักงานพร้อมกับดำเนินการในส่วนอื่น

ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการชำระบัญชีต่อไปนั้น เป็นเพียงการอนุมัติให้กระทรวงการคลังสนับสนุนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ กับให้นำเงินที่ได้จากการขายโรงงานน้ำตาลซึ่งเหลือจากการชำระหนี้ไปจ่ายเป็นค่าชดเชยและเงินบำเหน็จแก่พนักงานที่มีสิทธิได้รับตามข้อบังคับโรงงานน้ำตาลกรมโรงงานอุตสาหกรรม ว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ.ศ. 2527 ข้อ 12 เท่านั้น หาได้อนุมัติให้พนักงานมีสิทธิได้รับค่าชดเชยและเงินบำเหน็จเพิ่มขึ้นหรือผิดแผกไปจากที่กำหนดไว้ตามข้อบังคับดังกล่าว ข้อ 12 ไม่ ทั้งจำเลยได้จ่ายค่าชดเชยและเงินบำเหน็จให้โจทก์แต่ละคนตามบัญชีรายละเอียดคำนวณบำเหน็จและค่าชดเชยเอกสารท้ายคำให้การถูกต้องครบถ้วนตามข้อบังคับโรงงานน้ำตาลกรมโรงงานอุตสาหกรรม ว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ.ศ. 2527 ข้อ 12 แล้ว ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกคำขอของโจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดในข้อนี้ชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งเจ็ดสิบเจ็ดข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ที่ 1ถึงโจทก์ที่ 77 เท่ากับค่าจ้างคนละ 30 วัน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล คุปต์กาญจนากุล · พิมล สมานิตย์ · อร่าม หุตางกูร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้