Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2542 (เลขอ้างอิง 24881)

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 46 วรรคสองหมายความรวมถึงกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะเหตุที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อ ศาลแรงงานฟังข้อเท็จจริงตามที่จำเลยแถลงเพียงว่า จำเลยปิดกิจการเนื่องจากไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ แต่จำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์ย่อมไม่เพียงพอฟังว่าโจทก์ไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างหรือไม่อันเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องใช้วินิจฉัยว่าเป็นการเลิกจ้างในกรณีนายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ 46 วรรคสองหรือไม่ การที่ศาลแรงงานมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้ววินิจฉัยว่าการที่จำเลยปิดกิจการเนื่องจากไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ถือได้ว่าเป็นการเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิดจึงไม่ชอบ ศาลแรงงานอนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องจากอัตราค่าจ้าง วันละ160 บาท เป็นวันละ 162 บาทแล้ว แต่ศาลแรงงานพิพากษาให้โจทก์ ได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า โดยคำนวณจากค่าจ้างวันละ160 บาทเป็นการไม่ถูกต้อง

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์ทั้งสิบห้าสำนวนฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทั้งหมดทำงานเป็นลูกจ้าง ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งหมดโดยโจทก์ทั้งหมดไม่มีความผิดและไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยแก่โจทก์แต่ละคนตามคำขอท้ายฟ้องจำเลยทั้งสิบห้าสำนวนให้การว่า จำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์ทั้งหมด เพียงแต่จำเลยปิดกิจการตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2541 ในวันนัดพิจารณาจำเลยแถลงรับว่าจำเลยปิดกิจการตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2541 เนื่องจากไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ แต่จำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์ทั้งหมดศาลแรงงานกลางมีคำสั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ทั้งหมดเป็นลูกจ้างของจำเลย

การที่จำเลยปิดกิจการตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2541 เนื่องจากไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ถือได้ว่าเป็นการเลิกจ้างโดยโจทก์ทั้งหมดไม่มีความผิด และจำเลยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ทั้งหมด แล้วพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 40,500 บาท 20,700 บาท 40,500 บาท 18,900 บาท 15,300 บาท 15,300 บาท 35,100 บาท 15,300 บาท 15,300 บาท 15,300 บาท 39,600 บาท 47,700 บาท 14,580 บาท 60,000 บาท และ 55,800 บาท แก่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 15ตามลำดับ และจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 2,475 บาท 2,530 บาท2,475 บาท 2,310 บาท 1,870 บาท 1,870 บาท 2,145 บาท 1,870 บาท 1,870 บาท 1,870 บาท 2,420 บาท 2,915 บาท 1,760 บาท 5,666 บาท และ 3,410 บาทแก่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 15 ตามลำดับจำเลยทั้งสิบห้าสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ที่จำเลยทั้งสิบห้าสำนวนอุทธรณ์ว่า

ศาลแรงงานกลางงดสืบพยานโจทก์จำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมายในการรับฟังพยานหลักฐาน และจำเลยปิดกิจการยังไม่เป็นการเลิกจ้างนั้น เห็นว่า ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 วรรคสอง บัญญัติว่าการเลิกจ้างหมายความรวมถึงกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะเหตุที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงตามที่ทนายจำเลยทั้งสิบห้าสำนวนแถลงเพียงว่า จำเลยทั้งสิบห้าสำนวนปิดกิจการตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2541 เนื่องจากไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ แต่จำเลยทั้งสิบห้าสำนวนมิได้เลิกจ้างโจทก์ทั้งหมดแล้วสั่งให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 15 กันยายน2541 ข้อเท็จจริงดังกล่าวยังไม่เพียงพอฟังว่าโจทก์ทั้งหมดไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างหรือไม่อันเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องใช้วินิจฉัยว่าเป็นการเลิกจ้างในกรณีที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง

การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 วรรคสอง หรือไม่อนึ่ง ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 20 สิงหาคม 2541 ศาลแรงงานกลางอนุญาตให้โจทก์ที่ 13 แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องจากอัตราค่าจ้างวันละ 160 เป็นวันละ 162 บาท แต่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้โจทก์ที่ 13 ได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 11 วันเป็นเงิน 1,760 บาท เป็นการคำนวณจากค่าจ้างวันละ 160 บาท ซึ่งเป็นการไม่ถูกต้องพิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางและคำสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย ให้ศาลแรงงานกลางสืบพยานในเรื่องโจทก์ทั้งหมดไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างหรือไม่จนสิ้นกระแสความแล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน · พิมล สมานิตย์ · วิรัตน์ ลัทธิวงศกร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้