Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2485/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องโจทก์คดีนี้ และคดีก่อนมีมูลมาจากการเลิกจ้างตามคำสั่งเลิกจ้างฉบับเดียวกัน เป็นแต่เพียงโจทก์กล่าวอ้างในฟ้องคดีก่อนว่าการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ส่วนคดีนี้โจทก์กล่าวอ้างว่าเป็นการเลิกจ้างที่ถูกปรักปรำและถูกบีบคั้นของจำเลย ซึ่งไม่ว่าโจทก์จะกล่าวอ้างถึงเหตุแห่งการเลิกจ้างอย่างในคดีก่อนหรือคดีนี้ก็ตาม คดีทั้งสองก็มีประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันว่ามีเหตุสมควรที่จำเลยจะเลิกจ้างได้หรือไม่เมื่อคดีก่อนคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำ.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 148 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นลูกจ้างโจทก์ ต่อมาวันที่ 29 ธันวาคม 2524 จำเลยได้มีคำสั่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่ 3870/2524 ให้โจทก์ออกจากงานเพราะเหตุหย่อนความสามารถ บกพร่องในหน้าที่ ซึ่งไม่เป็นความจริง เป็นการเลิกจ้างที่ถูกปรักปรำ และถูกบีบคั้นของจำเลย ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่3870/2524 เรื่อง ให้พนักงานออกจากงาน และให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่เดิม

จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยคำสั่งที่ 3870/2524เพราะโจทก์ประพฤติผิดระเบียบข้อบังคับและวินัย โดยไม่อุทิศตนให้แก่หน้าที่การงานขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา ละทิ้งหน้าที่ ถือว่าเป็นผู้หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่การงานจำเลยจึงให้โจทก์ออกจากงานตามคำสั่งดังกล่าว โจทก์เคยฟ้องจำเลยโดยอาศัยเหตุแห่งการเลิกจ้างตามคำสั่งฉบับเดียวกันนี้ โดยอ้างว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ศาลพิพากษายกฟ้อง ตามคดีหมายเลขดำที่ 441/2525 คดีหมายเลขแดงที่ 1212/2525 ของศาลแรงงานกลางคดีถึงที่สุดแล้ว ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีดังกล่าว ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ข้อที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ตามคดีหมายเลขแดงที่ 1212/2525 โจทก์ฟ้องกล่าวอ้างว่าจำเลยเลิกจ้างโดยเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องกล่าวอ้างว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ถูกปรักปรำและถูกบีบคั้นของจำเลยจึงมิใช่ประเด็นที่ศาลจะได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ 1212/2525 นั้น

พิเคราะห์แล้วในปัญหาดังกล่าวนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำตั้งแต่ พ.ศ. 2517 ต่อมาจำเลยได้มีคำสั่งที่ 3870/2524ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2524 ให้โจทก์ออกจากงานฐานเป็นผู้หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่การงาน ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่บกพร่องในหน้าที่ ตามข้อ 34 (2) แห่งข้อบังคับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าด้วยระเบียบพนักงาน พ.ศ. 2517โจทก์จึงฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางกล่าวหาว่าคำสั่งของจำเลยที่ 3870/2524 ที่เลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้ศาลบังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง ตามคดีหมายเลขแดงที่ 1212/2525 โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาพิพากษายกอุทธรณ์โจทก์ คดีถึงที่สุด โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้โดยอ้างเหตุว่าคำสั่งของจำเลยที่ 3870/2524 ที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ถูกปรักปรำและบีบคั้นของจำเลย ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวและให้รับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่เดิม คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่าว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ 1212/2525ของศาลแรงงานกลางหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้ และคดีหมายเลขแดงที่ 1212/2525 มีมูลมาจากการเลิกจ้างตามคำสั่งของจำเลยที่ 3870/2524 ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2524 ฉบับเดียวกันนั้นเองเป็นแต่เพียงโจทก์กล่าวอ้างในฟ้องคดีก่อนว่าการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมส่วนคดีนี้โจทก์กล่าวอ้างว่าเป็นการเลิกจ้างที่ถูกปรักปรำและถูกบีบคั้นของจำเลยซึ่งไม่ว่าโจทก์จะกล่าวอ้างถึงเหตุแห่งการเลิกจ้างอย่างในคดีก่อนหรือคดีนี้ก็ตามคดีทั้งสองก็มีประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันว่ามีเหตุอันสมควรที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ได้หรือไม่ เมื่อศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ในคดีก่อน โดยวินิจฉัยว่าการเลิกจ้างโจทก์ไม่ใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ตามคดีหมายเลขแดงที่1212/2525 และคดีถึงที่สุดแล้ว ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 31

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำนง นิยมวิภาต · จุนท์ จันทรวงศ์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20953/2556

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามรับผิดเฉพาะค่าเสียหายจากการปฏิบัติหน้าที่บกพร่องในการตรวจรับมอบงานงวดที่ 1 ถึงที่ 4 ส่วนคดีที่ศาลจังหวัดนครสวรรค์พิพากษาให้บริษัท พ. รับผิดต่อโจทก์ในคดีนี้ไม่ปราก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8401/2550

ป. ซึ่งเป็นลูกจ้างกระทำผิดสัญญาจ้างแรงงานต่อบริษัท บ. ซึ่งเป็นนายจ้างโดยรวบรวมเงินจากลูกค้าและพนักงานในสาขาแล้วส่งให้บริษัท บ. ไม่ครบรวม 16 ครั้ง เป็นเงิน 616,635.32 บาท แล้ว ป. ได้ทำหนังสือรับสภาพหนี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1081/2549

คดีก่อนเป็นคดีแพ่งที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจ่ายค่านายหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ค่าโล่ที่จำเลยสัญญาว่าจะมอบให้ และค่าปรับเงินเดือนเพิ่มพร้อมทั้งออกหนังสือรับรองเกี่ยวกับการทำงานให้โจทก์ ระหว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 824/2548

คดีอาญาเรื่องก่อนพนักงานอัยการจังหวัดระยองฟ้องจำเลยที่ 1 โดยมีโจทก์เป็นผู้เสียหาย ศาลจังหวัดระยองพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ราคาน้ำมันเป็นเงิน 540,940 บาท แก่โจทก์ซึ่งเป็นการขอใ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2548 (เลขอ้างอิง 267490)

ตามคำฟ้องเดิมของโจทก์เป็นเรื่องที่โจทก์อ้างว่าโจทก์ไม่ได้ทำงานทุกวันเพราะจำเลยที่ 1 ไม่มีวัตถุดิบซึ่งไม่ใช่ความผิดของโจทก์ จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างในช่วงที่โจทก์ไม่ได้ทำงานด้วย ต่อมาจำเลยที…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้