Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 248/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันปล้นทรัพย์ใช้กำลังประทุษร้ายโดยใช้ยาไดอาซีแพม ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในประเภทที่ 4ปลอมปนใส่ในเครื่องดื่มนมเปรี้ยวยี่ห้อยาคูลท์ให้ผู้เสียหายกับ ซ. ดื่มเป็นเหตุให้ผู้เสียหายหมดสติอยู่ในภาวะขัดขืนไม่ได้ แล้วพวกของจำเลยได้เอาสร้อยพลอย91 เส้น ของผู้เสียหายไป แม้จะตรวจพบยาไดอาซีแพมในขวดเครื่องดื่มนมเปรี้ยวก็ตาม แต่หลังเกิดเหตุ 3 ชั่วโมง ได้ตรวจปัสสาวะของผู้เสียหายกับ ซ. ไม่พบยานอนหลับซึ่งเป็นยาระงับประสาทกลุ่มเบนโซไดอะซีฟิน หรือกลุ่มยากระตุ้นประสาทหรือระงับประสาทอื่น ๆ แสดงว่าขณะเกิดเหตุบุคคลทั้งสองมิได้ดื่มเครื่องดื่มนมเปรี้ยวยี่ห้อยาคูลท์ที่มียาไดอาซีแพมปลอมปนเพราะยาไดอาซีแพมเป็นวัตถุออกฤทธิ์อย่างหนึ่งในกลุ่มของเบนโซไดอะซีฟิน หากอยู่ในร่างกายมนุษย์แล้วจะมีตัวยาซึมอยู่ในร่างกายประมาณ 3 ถึง 4 วัน และสามารถตรวจสอบปัสสาวะได้ ประกอบกับโจทก์ไม่สามารถนำผู้เสียหายกับ ซ. ซึ่งเป็นประจักษ์พยานมาเบิกความยืนยันข้อเท็จจริง คงมีเฉพาะคำให้การชั้นสอบสวนของบุคคลทั้งสองและคำให้การรับสารภาพของจำเลยทั้งสองในชั้นจับกุมเท่านั้น พยานโจทก์ดังกล่าวจึงเป็นเพียงพยานบอกเล่ามีน้ำหนักน้อย ไม่เพียงพอที่จะรับฟังว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้พกพาอาวุธมีดปลายแหลมแบบพับจำนวน1 เล่ม ไปตามถนนสุรวงศ์ อันเป็นทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าว เชื้อชาติปากีสถาน สัญชาติปากีสถาน มีภูมิลำเนาอยู่นอกราชอาณาจักรไทย ได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ต่อมาวันที่ 7 มีนาคม 2540 จำเลยที่ 1 กับที่ 2 และนายคาลิด อุมมาด ซึ่งยังหลบหนีไม่ได้ตัวมาฟ้องได้ร่วมกันปล้นทรัพย์เอาสร้อยพลอยจำนวน 91 เส้น ของนายไฟ ซัลลาห์ คาน ผู้เสียหายไปในการปล้นทรัพย์ดังกล่าวจำเลยทั้งสองกับพวกได้ร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายโดยใช้ยาไดอาซีแพม ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในประเภท 4 ปลอมปนใส่ในเครื่องดื่มให้ผู้เสียหายกับพวกดื่มกิน

ทำให้ผู้เสียหายหมดสติอยู่ในภาวะขัดขืนไม่ได้ เจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งสองได้พร้อมด้วยมีดปลายแหลมแบบพับ 1 เล่ม และของเหลวบรรจุอยู่ในขวด 1 ขวด ซึ่งจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันใช้ในการกระทำความผิดเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 340, 371 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 11, 12, 18, 41, 58, 62, 81 ริบของกลางจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรคแรก, 83 จำคุกคนละ 12 ปี และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 11, 12, 18, 41, 58, 62 วรรคแรก,81 ซึ่งเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

จำคุก 3 เดือน ฐานอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 3 เดือน รวมเป็นจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด12 ปี 6 เดือน คำรับสารภาพชั้นจับกุมและคำให้การชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 8 ปี จำคุกจำเลยที่ 2มีกำหนด 8 ปี 4 เดือน ริบของเหลวบรรจุอยู่ในขวด 1 ขวด ของกลาง ส่วนข้อหาและคำขออื่นให้ยกจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับข้อหาปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคแรกประกอบมาตรา 83 ด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องและนำสืบพยานโจทก์ว่า ในการปล้นทรัพย์จำเลยทั้งสองกับนายคาลิด อุมมาดพวกของจำเลยทั้งสองที่หลบหนีได้ร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายโดยใช้ยาไดอาซีแพมซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในประเภทที่ 4 ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 ปลอมปนใส่ในเครื่องดื่มนมเปรี้ยวยี่ห้อยาคูลท์ให้ผู้เสียหายกับนายเซอร์ วาลี คาน ดื่ม เป็นเหตุให้ผู้เสียหายหมดสติอยู่ในภาวะขัดขืนไม่ได้ แล้วนายคาลิดได้เอาสร้อยพลอยจำนวน 91 เส้น ราคา36,400 บาท ของผู้เสียหายไป ผลการตรวจของเหลวขุ่นในขวดเครื่องดื่มนมเปรี้ยวยี่ห้อยาคูลท์ของกลางซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดได้ในที่เกิดเหตุปรากฏว่าเป็นยาไดอาซีแพม(Diazepam)

จริง ตามรายงานการตรวจพิสูจน์เอกสารหมาย จ.4 แต่ปรากฏข้อเท็จจริงจากคำเบิกความของพันตำรวจเอกนายแพทย์อมร ธนาอภินันทน์ พยานโจทก์ว่าหลังจากเกิดเหตุเพียงประมาณ 3 ชั่วโมง พนักงานสอบสวนได้นำผู้เสียหายกับนายเซอร์ วาลี คาน มามอบให้พันตำรวจเอกนายแพทย์อมรตรวจร่างกายสาเหตุจากถูกมอมยาผลการตรวจนายเซอร์ วาลี คาน มีอาการซึม ถามแล้วไม่ค่อยตอบส่วนผู้เสียหายรู้สึกตัวเป็นปกติ จากการตรวจปัสสาวะของบุคคลทั้งสองไม่พบยานอนหลับซึ่งเป็นยาระงับประสาทกลุ่มเบนโซไดอะซีฟิน (Benzodiazepinee)หรือกลุ่มยากระตุ้นประสาทหรือระงับประสาทอื่น ๆ อีก 3 ชนิด ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลหรือศพของแพทย์เอกสารหมาย จ.2 และ จ.3 จากผลการตรวจปัสสาวะของผู้เสียหายกับนายเซอร์

วาลี คาน ดังกล่าวแสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่าขณะเกิดเหตุบุคคลทั้งสองมิได้ดื่มเครื่องดื่มนมเปรี้ยวยี่ห้อยาคูลท์ที่มียาไดอาซีแพมปลอมปนตามที่โจทก์กล่าวอ้างแต่อย่างใด เพราะยาไดอาซีแพมเป็นวัตถุออกฤทธิ์อย่างหนึ่งในกลุ่มของเบนโซไดอะซีฟินและร้อยตำรวจโทพงษ์จักร บูรณินทุ พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้ตรวจของเหลวสีขาวขุ่นในขวดเครื่องดื่มนมเปรี้ยวยี่ห้อยาคูลท์ก็ได้เบิกความว่ายาไดอาซีแพมหากอยู่ในร่างกายมนุษย์แล้วจะมีตัวยาซึมอยู่ในร่างกายประมาณ 3 ถึง 4 วัน และสามารถตรวจสอบได้จากการตรวจปัสสาวะ แต่ในคดีนี้ได้มีการตรวจปัสสาวะของผู้เสียหายกับนายเซอร์ วาลี คาน หลังจากเกิดเหตุเพียงประมาณ 3 ชั่วโมง เท่านั้น หากบุคคลทั้งสองดื่มเครื่องดื่มนมเปรี้ยวยี่ห้อยาคูลท์ซึ่งมียาไดอาซีแพมปลอมปนอยู่จริงจะต้องตรวจพบได้จากปัสสาวะของบุคคลทั้งสองอย่างแน่นอน

ประกอบกับโจทก์ก็ไม่สามารถนำผู้เสียหายกับนายเซอร์ วาลี คาน ซึ่งเป็นประจักษ์พยานมาเบิกความยืนยันข้อเท็จจริงได้ พยานโจทก์ที่อ้างว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามฟ้องคงมีเฉพาะคำให้การในชั้นสอบสวนของบุคคลทั้งสองตามบันทึกคำให้การของพยานเอกสารหมาย จ.5 จ.6 และคำให้การรับสารภาพของจำเลยทั้งสองในชั้นจับกุมตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.1 เท่านั้น แต่จำเลยทั้งสองก็ให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาคดี พยานโจทก์ดังกล่าวเป็นเพียงพยานบอกเล่ามีน้ำหนักน้อย พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมาจึงไม่เพียงพอที่จะรับฟังว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องในความผิดฐานนี้ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปัญญา สุทธิบดี · พูนศักดิ์ จงกลนี · วิชา มหาคุณ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้