Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 248/2510

พ.ศ. 2510 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่พิพาทเป็นที่นาซึ่งไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน เมื่อเจ้าของขายและมอบการครอบครองให้โจทก์แล้ว โจทก์ก็ได้สิทธิครอบครองในที่นั้น ไม่ใช่โจทก์ได้สิทธิครอบครองโดยการแจ้งการครอบครอง จำเลยทำหนังสือสัญญาเช่ากับโจทก์ตลอดมาจนถึง พ.ศ. 2503 แต่เมื่อที่พิพาทที่จำเลยเช่ามีเนื้อที่เพียง 40 ไร่ และอยู่ตำบลบางเพรียง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นท้องที่ที่ประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2493 และพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 9(2) กำหนดให้สัญญาเช่ามีอายุต่อไปอีก 5 ปีในเมื่อจำเลยประสงค์จะเช่าต่อไป เมื่อจำเลยยังคงยึดถือครอบครองนาพิพาทต่อมา ก็ต้องถือว่าจำเลยประสงค์จะเช่าต่อไป สัญญาเช่านาระหว่างโจทก์จำเลยจึงมีอายุต่อไป 5 ปี คือ ตั้งแต่ พ.ศ. 2503 ถึง พ.ศ. 2507 เมื่อถือว่าจำเลยเช่านาจากโจทก์ตลอดมา กรณีเป็นเรื่องจำเลยยึดถือครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์ในฐานะผู้เช่า จำเลยไม่มีสิทธิครอบครองในที่พิพาท คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ เมื่อจำเลยทำสัญญาเช่ากับโจทก์ตลอดมาจนถึง พ.ศ. 2503 และสัญญาเช่ามีอายุต่อไปจนถึง พ.ศ. 2507 ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2493 มาตรา (2) แม้สัญญาเช่าจะมิได้ทำเป็นหนังสือ จำเลยก็ต้องชำระค่าเช่านาในปีการเช่าดังกล่าวให้โจทก์ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2493 มาตรา 12 เมื่อสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยมีอายุเพียงสิ้น พ.ศ. 2507 การที่จำเลยยังคงทำนาพิพาทตลอดมา ต้องถือว่าจำเลยเข้าทำโดยละเมิดต่อโจทก์ แม้โจทก์จะขอให้จำเลยชำระค่าเช่าจนกว่าจำเลยจะเลิกทำนา ก็เป็นที่เห็นได้ว่า ค่าเช่าที่โจทก์ฟ้องเรียกตั้งแต่วันที่โจทก์จำเลยไม่มีสัญญาเช่าผูกพันต่อกันนั้นก็คือค่าเสียหายนั่นเอง ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยชดใช้ให้โจทก์ได้ (อ้างฎีกา 857-859/2503)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่นา ตามหนังสือแจ้งการครอบครองที่ ๔๙/๒๕๐๑ เนื้อที่ ๗๕๐ ไร่ จำเลยเช่านาโจทก์ดังกล่าวทำ จำเลยไม่ชำระค่าเช่า ได้โต้แย้งในการที่โจทก์นำรังวัดเพื่อออกโฉนดที่ดิน ขอให้บังคับจำเลยถอนคำคัดค้านการรังวัด ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยชำระค่าเช่า ฯลฯ

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยเช่านาพิพาทจากโจทก์ จำเลยซื้อจากผู้มีชื่อครอบครองโดยสงบและเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี ฯลฯ ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า ที่นาพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยเช่าจากโจทก์ โจทก์ไม่ได้ทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือกับจำเลย พิพากษาว่านาพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง คำขออื่นให้ยก โจทก์จำเลยอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า นาพิพาทตกอยู่ในความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๔๙๓ มาตรา ๑๒ แม้การเช่าจะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ จำเลยก็ต้องมีหน้าที่ชำระค่าเช่า พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างเป็นข้าวเปลือก ๒๐๐ ถัง หรือคิดเป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาท และค่าเช่าในอัตราเดียวกันตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๕ จนกว่าจำเลยจะเลิกทำนาโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า ที่พิพาทโจทก์มีสิทธิครอบครอง และเห็นว่าที่พิพาทเป็นที่นาซึ่งไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน เมื่อเจ้าของนาขายให้โจทก์ และมอบการครอบครองให้โจทก์แล้ว โจทก์ก็ได้สิทธิครอบครอง ไม่ใช่โจทก์ได้สิทธิครอบครองโดยการแจ้งการครอบครอง ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทำหนังสือสัญญาเช่ากับโจทก์จนถึง พ.ศ. ๒๕๐๓ เมื่อที่พิพาทที่จำเลยเช่ามีเพียง ๔๐ ไร่ อยู่ตำบลบางเพรียง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นท้องที่ที่ประกาศให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๔๙๓ และพระราชบัญญัตินี้มาตรา ๙(๒) กำหนดให้สัญญาเช่ามีอายุต่อไปอีก ๕ ปีในเมื่อจำเลยประสงค์จะเช่าต่อไป ฉะนั้น เมื่อจำเลยยังคงยึดถือครอบครองนาพิพาทต่อมา

ก็ต้องถือว่าจำเลยประสงค์จะเช่าต่อไป ฉะนั้น สัญญาเช่านาระหว่างโจทก์จำเลยจึงมีกำหนดอายุต่อไป ๕ ปี คือ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ถึง พ.ศ. ๒๕๐๗ เมื่อถือว่าจำเลยเช่านาจากโจทก์ตลอดมา กรณีเป็นเรื่องจำเลยยึดถือครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์ในฐานะผู้เช่า จำเลยไม่มีสิทธิครอบครองในที่พิพาท คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ เมื่อจำเลยทำสัญญาเช่ากับโจทก์ตลอดมาจนถึง พ.ศ. ๒๕๐๓ และสัญญาเช่ามีอายุต่อไปจนถึง พ.ศ. ๒๕๐๗ ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๔๙๓ มาตรา ๙(๒) แม้สัญญาเช่าจะมิได้ทำเป็นหนังสือ จำเลยก็ต้องชำระค่าเช่านาในปีการเช่าดังกล่าวให้โจทก์ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๔๙๓ มาตรา ๑๒ ส่วนข้อที่โจทก์ขอให้จำเลยชำระค่าเช่าตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๘ และตลอดไปจนกว่าจำเลยจะเลิกทำนาพิพาทนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อวินิจฉัยว่าสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยมีอายุเพียงสิ้นปี พ.ศ. ๒๕๐๗ การที่จำเลยยังคงทำนาพิพาทตลอดมาต้องถือว่าจำเลยเข้าทำโดยละเมิดต่อโจทก์ แม้โจทก์จะขอให้จำเลยชำระค่าเช่าจนกว่าจำเลยจะเลิกทำนาพิพาทก็ตาม แต่ก็เห็นได้ว่าค่าเช่าที่โจทก์ฟ้องเรียกตั้งแต่วันที่โจทก์จำเลยไม่มีสัญญาเช่าผูกพันต่อกันแล้วก็คือค่าเสียหายนั่นเอง ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยชดใช้ให้โจทก์ได้ (อ้างฎีกาที่ ๘๕๗-๘๕๙/๒๕๐๓)

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยต้องรับผิดใช้ค่าเช่าที่ค้างชำระ พ.ศ. ๒๕๐๔ เป็นข้าวเปลือก ๒๐๐ ถัง หรือคิดเป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาท กับค่าเช่าและค่าเสียหายเป็นข้าวปีละ ๒๐๐ ถัง หรือคิดเป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาท ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๕ ตลอดไปจนกว่าจำเลยจะเลิกทำนาโจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มณี ชุติวงศ์ · อรรถไพศาลศรุดี · วงษ์ วีระพงศ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายประมุข สวัสดิ์มงคล
ศาลอุทธรณ์ - นายบัญญัติ สุขารมณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้