คำฟ้องและคำให้การ
จำเลยทำสัญญาเช่าที่ธรณีสงฆ์จาก ป. มรรคนายกมีกำหนด ๑๐ ปี ขัดกับข้อบังคับเรื่องเงินกัลปนา โดยมรรคนายกไม่มีอำนาจที่ทำสัญญาให้เช่าเกินกว่า ๓ ปีได้ โจทย์จึงฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยแลเรียกค่าเช่าที่ค้างเปนเงิน ๑๖๕ บาทด้วย จำเลยต่อสู้ว่าตนยังมีสิทธิที่จะอยู่ต่อไปได้อีกจนกว่าจะครบกำหนดในสัญญา ส่วนข้อบังคับเรื่องเงินกัลปนานั้นเป็นข้อบังคับสำหรับมรรคนายกหาได้เกี่ยวถึงตัวจำเลยหรือคนภายนอกไม่ ศาลโปริสภาที่ ๓ เห็นว่าจำเลยไม่มีสิทธิที่จะอยู่ต่อไปได้ เพราะสัญญาเช่าชนิดนี้มีอายุเพียง ๓ ปี ตามข้อ ๒ หมายเลข ๑ แห่งข้อบังคับเรื่องเงินกัลปนา ศก ๑๒๑ จึงพิพากษาให้ขับไล่จำเลย แลให้ใช้ค่าเช่าที่ค้างอีก ๑๖๕ บาท
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อบังคับเรื่องเงินกัลปนานี้ได้ประกาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษาแล้ว ถือว่าได้ทราบถึงคนภายนอกด้วย เรื่องนี้มรรคนายกทำการนอกอำนาจ สัญญานั้นหาเปนการผูกมัดให้วัดจำต้องปฏิบัติไม่ จึงพิพากษาให้ขับไล่จำเลย แต่ส่วนค่าเช่าเห็นว่าเมื่อโจทย์ปฏิเสธความรับผิดชอบโดยถือว่าเปนสัญญาที่มัดฝ่ายใดไม่ได้แล้ว เงินค่าเช่านี้ก็ต้องเปนภัพไป ให้ยกคำบังคับข้อนี้เสีย
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลล่างทั้ง ๒
ผลคำพิพากษา
พิพากษาให้ขับไล่จำเลย อ้างเหตุดังแสดงมานั้นชอบแล้ว ไม่มีทางแก้ไขเปนอย่างอื่นได้ ให้ยกฎีกาจำเลย