Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 247/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สามีโจทก์และสามีจำเลยได้ตกลงทำบันทึกกันยอมให้ฝ่ายจำเลยไถ่นาพิพาทคืนจากโจทก์ได้ในราคา 5,200 บาท บันทึกนั้นเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850, 851 และที่ดินพิพาทเป็นสินบริคณห์ ย่อมอยู่ในอำนาจสามีโจทก์ที่จะจัดการสินบริคณห์ รวมทั้งจำหน่ายได้ด้วยตามมาตรา 1468, 1472 เดิม อันเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้น โจทก์ต้องผูกพันตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่สามีโจทก์ทำไว้ โดยต้องยอมให้จำเลยไถ่ถอนคืนตามสัญญานั้น จะปฏิเสธไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญาหาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยให้ทำสัญญาขายที่ดินมี น.ส.๓ ให้โจทก์ แล้วจำเลยไม่ไปทำนิติกรรมโอนขายให้โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทำนิติกรรมโอนขายให้โจทก์

จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมสัญญาซื้อขายเป็นโมฆะ เพราะจำเลยเป็นหญิงมีสามี ไม่มีอำนาจทำนิติกรรมซื้อขายโดยลำพังได้ จำเลยถูกหลอกลวงให้ลงชื่อในสัญญาจำเลยไม่เคยตกลงขายที่พิพาทให้โจทก์ ในการเปรียบเทียบประนอมหนี้ สามีโจทก์ยอมให้จำเลยและสามีไถ่ถอนที่ดินพิพาทคืนได้ในราคา ๕,๒๐๐ บาท จึงฟ้องแย้งขอให้พิพากษาว่าสัญญาซื้อขายท้ายฟ้องเป็นโมฆะ ให้โจทก์คืนที่พิพาทให้จำเลย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า มารดาจำเลยกู้เงินโจทก์ไป ต่อมามารดาจำเลยตาย จำเลยได้ตกลงขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ แล้วทำสัญญากัน โดยไม่ได้มีการหลอกลวงอย่างใด สามีโจทก์ได้ทำความตกลงกับสามีจำเลย โดยโจทก์มิได้มอบอำนาจให้ตกลง ไม่ผูกพันโจทก์ โจทก์ได้ครอบครองที่พิพาทเกิน ๑ ปีแล้ว จำเลยไม่มีสิทธิบังคับโจทก์ชำระหนี้และส่งคืนที่ดินให้จำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินรายพิพาทให้โจทก์และยกฟ้องแย้ง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายกาศสามีโจทก์ และนายกุลสามีจำเลยได้ตกลงทำบันทึกกันไว้ที่คณะกรรมการ ก.ส.ส. ยอมให้จำเลยไถ่นาพิพาทคืนจากโจทก์ได้ในราคา ๕,๒๐๐ บาทจริงโดยทั้งสองฝ่ายได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานในบันทึกข้อตกลงนั้นด้วย บันทึกนั้นจึงมีผลเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่อาจฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๐, ๘๕๑ การที่โจทก์อ้างว่าสามีโจทก์ไม่มีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความแทนโจทก์ได้นั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าที่ดินพิพาทเป็นสินบริคณห์ ย่อมอยู่ในอำนาจของสามีโจทก์ที่จะจัดการสินบริคณห์ รวมทั้งจำหน่ายได้ด้วยตามมาตรา ๑๔๖๘, ๑๔๗๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ เดิม อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ฉะนั้น ข้อต่อสู้ของโจทก์ที่ว่าสามีโจทก์ไม่มีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความแทนโจทก์ในเรื่องที่ดินรายนี้จึงเป็นอันตกไป โจทก์ต้องผูกพันตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่สามีโจทก์ได้ทำไว้เกี่ยวกับสินบริคณห์ของโจทก์ดังกล่าวแล้ว

ศาลฎีกาเห็นว่าที่ดินพิพาทรายนี้จะเป็นสิทธิของใครมาแต่เดิมก็ตามทีเมื่อได้เกิดมีกรณีพิพาทขึ้นระหว่างโจทก์จำเลย และได้มีการตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันให้จำเลยมีสิทธิไถ่ถอนที่ดินพิพาทคืนจากโจทก์ได้ในราคา ๕,๒๐๐ บาทเช่นนี้ โจทก์ก็ต้องยอมให้จำเลยไถ่ถอนคืนตามสัญญานั้น โจทก์จะปฏิเสธไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญาหาได้ไม่ อย่างไรก็ตามที่จำเลยฟ้องแย้งให้โจทก์รับเงิน ๓,๐๐๐ บาทจากจำเลยเป็นค่าไถ่ถอนนั้น เป็นการผิดจากข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความที่สามีจำเลยได้ตกลงไว้ว่าจะไถ่ถอนคืนในราคา ๕,๒๐๐ บาท จำเลยจึงชอบที่จะไถ่ถอนคืนจากโจทก์ได้ในราคา ๕,๒๐๐ บาทตามที่ตกลงไว้ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยมีสิทธิไถ่ถอนที่ดินพิพาทคืนจากโจทก์ได้ในราคา ๕,๒๐๐ บาท ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยชำระเงิน ๕,๒๐๐ บาทให้โจทก์แล้วจึงให้โจทก์ส่งมอบที่ดินพิพาทคืนให้จำเลยและห้ามโจทก์เกี่ยวกับที่พิพาทอีกต่อไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวี กสิยพงศ์ · สมบัติ วังตาล · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายบุญช่วย คงเมือง
ศาลอุทธรณ์ - นายดำรง สายเชื้อ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้