Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2462/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การแก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถตาม ป.วิ.พ. มาตรา 56 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า "ไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนมีคำพิพากษา?" นั้น เป็นบทบัญญัติทั่วไปที่ใช้ได้ในทุกชั้นศาลมิได้หมายความถึงก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา แต่อย่างใด เมื่อความสามารถในการฟ้องของโจทก์ในการแต่งตั้งทนายความบกพร่องและโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขพร้อมทั้งยื่นใบแต่งทนายความฉบับใหม่เข้ามาพร้อมกับคำแก้อุทธรณ์และศาลชั้นต้นสั่งรับขึ้นมาแล้วเช่นนี้ ศาลฎีกา จึงเห็นสมควรอนุญาต อำนาจฟ้องจึงสมบูรณ์มาแต่แรก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามเช็คและดอกเบี้ยแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา ร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๑,๘๙๙,๒๔๔ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๑,๘๙๙,๒๔๔ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี แต่ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้องต้องไม่เกินตามที่โจทก์ขอ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๑๐,๐๐๐ บาท

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ วินิจฉัยว่า ใบแต่งทนายความโจทก์ฉบับลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๓๙ บกพร่องการแก้ไข ข้อบกพร่องตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๕๖ คู่ความสามารถกระทำการใด ๆ ก่อนมีคำพิพากษา แม้มาตรา ๖๖ จะให้อำนาจศาล ทำการสอบสวนเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมก็ไม่ได้บังคับศาลต้องทำการสอบสวน เมื่อปรากฏว่าคดีนี้โจทก์ขอแก้ไขความบกพร่อง เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว และเป็นการแก้ไขตามที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์เป็นปัญหาข้อกฎหมายขึ้นมาย่อมเป็นการไม่ชอบ เมื่อใบแต่งทนายความฉบับลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๓๙ ที่แต่งตั้งนายวัชรินทร์เป็นทนายความ บกพร่อง นายวัชรินทร์จึงไม่มีอำนาจลงลายมือชื่อในคำฟ้องแทนโจทก์ ฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลยทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความให้รวม ๑๔,๐๐๐ บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ใบแต่งทนายความฉบับลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๓๙ ระบุว่าบริษัทเทพปรานี (๑๙๙๑) จำกัด โดยนายบุญยืน กรรมการผู้ลงชื่อผูกพันบริษัทได้เป็นผู้แต่งตั้งทนายความ และนายบุญยืน ลงชื่อเป็น ผู้แต่งทนายความ ทนายความผู้ได้รับการแต่งตั้งรับรองลายมือชื่อ ชั้นพิจารณานายบุญยืน ก็เบิกความเป็นพยานในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ นอกจากนั้นข้อเท็จจริงยังปรากฏว่า นายบุญยืน เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของ ห้างหุ้นส่วนจำกัดเทพปรานีเคหะการ ดังนั้นการที่ใบแต่งทนายใช้ตราประทับของห้างหุ้นส่วนจำกัดเทพปรานีเคหะการแทนที่จะใช้ตราประทับของบริษัทโจทก์ จึงมีเหตุผลน่าเชื่อว่าเป็นการหยิบตราประทับผิดเป็นการผิดพลาดบกพร่อง ในตัวผู้แต่งทนายความ

ไม่ใช่การพิจารณาผิดระเบียบ แม้โจทก์จะยื่นคำร้องขอแก้ไขพร้อมกับยื่นใบแต่งทนายความที่ถูกต้องเข้ามาใหม่พร้อมกับคำแก้อุทธรณ์อันเป็นระยะเวลาภายหลังจากที่ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว ก็ชอบที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ จะสั่งสอบสวนหรือยอมรับการแก้ไขนั้นได้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ไม่ว่าฝ่ายจำเลยจะยกเอาข้อบกพร่องนี้ ขึ้นอุทธรณ์ด้วยหรือไม่ก็ตาม อีกทั้งตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๕๖ วรรคสอง ที่ว่า "ไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนมีคำพิพากษา?" นั้น มิได้หมายความถึงก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ วินิจฉัย แต่อย่างใด เพราะบทบัญญัติดังกล่าวนี้เป็นบทบัญญัติทั่วไปที่ใช้ได้ในทุกชั้นศาล เมื่อความสามารถในการฟ้องของโจทก์บกพร่องและโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขพร้อมทั้งยื่นใบแต่งทนายความฉบับใหม่เข้ามาพร้อมกับคำแก้อุทธรณ์และศาลชั้นต้นรับขึ้นมาแล้วเช่นนี้ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรอนุญาตยอมรับการแก้ไขนั้น ดังนี้อำนาจฟ้องที่ไม่สมบูรณ์จึงกลับเป็นอำนาจฟ้องที่สมบูรณ์มาแต่แรก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย?

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และ ชั้นฎีกาแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความทั้งสองศาลรวม ๑๕,๐๐๐ บาท .

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สายันต์ สุรสมภพ · สุรพล เจียมจูไร · สมศักดิ์ เนตรมัย
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายธีระเดช ยุวชิต
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นางวีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้