Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2462/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นมิได้สั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความ หากพิพากษายกฟ้องโดยถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบสนับสนุนข้ออ้างของตน อันเป็นการพิพากษาให้โจทก์แพ้คดีในประเด็นที่พิพาท โจทก์มีคำขอให้พิจารณาใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา207 ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 กำหนดให้ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ส่งคำบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งให้แก่จำเลย มิใช่ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ทราบคำพิพากษาหรือคำสั่ง โจทก์ยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ก่อนที่จะส่งคำบังคับตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208แม้โจทก์ทนายโจทก์จะทราบวันเวลาที่ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์แล้วไม่มาศาล และไม่นำพยานมาศาลตามนัด โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ศาลทราบก็ดี แต่ก่อนวันนัดโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นไปเผชิญสืบที่พิพาท และขอให้เลื่อนนัดสืบพยานโจทก์ไปก่อน ศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งว่าไม่มีเหตุที่จะไปเผชิญสืบที่พิพาทหรือไม่อนุญาตให้เลื่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ไป หากมีคำสั่งแต่ว่า สำเนาให้จำเลยจะสั่งในวันนัด โจทก์และทนายโจทก์อาจเข้าใจว่าในวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นคงจะเลื่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ไปและให้มีการเผชิญสืบที่พิพาทตามที่โจทก์ขอ ในวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์และทนายโจทก์จึงไม่มาศาล และไม่นำพยานโจทก์มาศาล การขาดนัดพิจารณาของโจทก์มิได้เป็นไปโดยจงใจหรือไม่มีเหตุอันควรสมควรให้พิจารณาคดีใหม่ตามที่โจทก์ขอ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของสวนยางพารา 1 แปลง จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นครูใหญ่โรงเรียนบ้านควรรากับพวกปักเสากั้นรั้วลวดหนามรุกล้ำที่ดินโจทก์เพื่อเอาเป็นสิทธิของโรงเรียนบ้านควรรา โจทก์ห้ามแล้วไม่เชื่อฟัง ได้ร้องเรียนต่อจังหวัดจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 กลับแจ้งว่าไม่ได้รุกล้ำขอให้พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยทั้งสองรื้อลวดหนามออกไปห้ามเกี่ยวข้องจำเลยที่ 1 ให้การว่า รั้วลวดหนามกั้นอยู่ในที่ดินของโรงเรียนบ้านควรราจำเลยที่ 1 ทำมา 2 ปีเศษแล้ว คดีขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ไม่ได้รู้เห็นหรือร่วมบุกรุกที่ดินโจทก์จำเลยไม่ได้เป็นผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างของจำเลยที่ 1 คดีขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องวันนัดชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นกะประเด็นแล้วกำหนดหน้าที่นำสืบให้โจทก์สืบก่อน นัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 8 กันยายน 2518 เวลา 8.30 น.วันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ ทนายโจทก์ และพยานโจทก์ไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ขาดนัดพิจารณาตามที่จำเลยขอและเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องสืบพยานจำเลยศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ภาระการพิสูจน์คดีตกแก่โจทก์ เมื่อโจทก์ขาดนัดพิจารณาและไม่มีพยานมาศาล ถือว่าไม่มีพยานมาสืบสนับสนุนข้ออ้างของตนพิพากษายกฟ้องโจทก์ร้องว่า โจทก์ไม่จงใจขาดนัด ขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่ศาลชั้นต้นเห็นว่า คำร้องของโจทก์ต้องห้ามมิให้ยื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201 ยกคำร้องโจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งยกคำร้องศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า กรณีขาดนัดของโจทก์มิใช่เป็นไปโดยจงใจหรือไม่มีเหตุสมควร พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาสืบพยานโจทก์แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

คดีนี้เมื่อโจทก์ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความ หากแต่พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสนับสนุนข้ออ้างของตน อันเป็นการพิพากษาให้โจทก์แพ้คดีในประเด็นที่พิพาทคดีโจทก์จึงมิต้องห้ามมิให้มีคำขอให้พิจารณาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201 แต่โจทก์มีคำขอให้พิจารณาใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์ยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่เมื่อพ้นกำหนด15 วัน นับตั้งแต่วันที่โจทก์ทราบคำพิพากษา จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 กำหนดให้ยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งให้แก่จำเลย มิใช่กำหนดให้ยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ทราบคำพิพากษาหรือคำสั่ง และโจทก์ยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ก่อนที่จะส่งคำบังคับตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นการยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ภายในระยะเวลาที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 กำหนดแล้ว คำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของโจทก์จึงไม่ต้องห้ามตามที่จำเลยทั้งสองฎีกาที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่าโจทก์จงใจขาดนัดพิจารณานั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าแม้โจทก์และทนายโจทก์จะทราบแล้วว่าศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 8กันยายน 2518 เวลา 8.30 นาฬิกา แล้วโจทก์และทนายโจทก์ไม่มาศาลและไม่นำพยานโจทก์มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ศาลทราบก็ดี แต่เมื่อวันที่ 19สิงหาคม 2518 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นไปเผชิญสืบที่พิพาทโดยขอให้เลื่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ไปก่อน และขอให้ศาลชั้นต้นไปเผชิญสืบที่พิพาทในวันที่ 25 กันยายน 2518 เวลา 9.00 นาฬิกา เป็นต้นไป อันเป็นวันเดียวกับวันที่ศาลชั้นต้นนัดเผชิญสืบสถานที่เกิดเหตุในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 184/2518ซึ่งอยู่ติดกับที่พิพาท ศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งว่าไม่มีเหตุที่จะไปเผชิญสืบที่พิพาทหรือไม่อนุญาตให้เลื่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ไป หากแต่มีคำสั่งว่า สำเนาให้จำเลยจะสั่งในวันนัด โจทก์และทนายโจทก์อาจเข้าใจว่าในวันนัดสืบพยานโจทก์ศาลชั้นต้นคงจะเลื่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ไปและให้มีการเผชิญสืบที่พิพาทตามที่โจทก์ขอ ในวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์และทนายโจทก์จึงไม่มาศาลและไม่นำพยานโจทก์มาศาล

ศาลฎีกาเห็นว่า การขาดนัดของโจทก์มิได้เป็นไปโดยจงใจหรือไม่มีเหตุสมอันควร สมควรให้มีการพิจารณาคดีใหม่ตามที่โจทก์ขอพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ยงยุทธ เลอลภ · ผสม จิตรชุ่ม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้