Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2461/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องเรียกเงินตามสำเนาสัญญากู้และสัญญาค้ำประกันท้ายฟ้องผู้กู้ให้การรับว่าได้ทำสัญญากู้ 100,000 บาทจริง แต่รับเงิน 80,000 บาท ผู้ค้ำประกันให้การว่าลงลายมือชื่อโดยเข้าใจว่าเป็นสัญญานายหน้า ดังนี้ ไม่ต้องสืบเอกสารสัญญากู้เป็นพยาน แม้เอกสารปิดอากรแสตมป์แต่ไม่ขีดฆ่าใช้เป็นพยานหลักฐานไม่ได้ ศาลก็พิพากษาให้ใช้เงิน 100,000 บาทตามที่พิจารณาได้ความได้ แต่บังคับผู้ค้ำประกันไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

จำเลยที่ 1 ให้การว่าได้ทำสัญญากู้ 100,000 บาทท้ายฟ้องจริง แต่ได้รับเงิน 80,000 บาท จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ให้ลงชื่อในเอกสารอ้างว่าเป็นสัญญานายหน้า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ 1ใช้เงิน 80,000 บาทเท่าที่ให้การรับดอกเบี้ยที่ค้าง ยกฟ้องจำเลยที่ 2

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "สำหรับฎีกาโจทก์ที่ว่า สัญญากู้และสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.1 จ.2 ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วน แม้มิได้ขีดฆ่าก็รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้นั้น

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า สัญญากู้และสัญญาค้ำประกันรายนี้เป็นตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรซึ่งมาตรา 118 บัญญัติว่า "ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉีกหรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบถ้วนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้และขีดฆ่าแล้ว" ตามบทบัญญัติดังกล่าวเห็นได้ว่า นอกจากตราสารจะต้องปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนแล้ว จะต้องขีดฆ่าแล้วด้วยจึงจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ เมื่ออากรแสตมป์ที่ปิดในสัญญากู้และสัญญาค้ำประกันมิได้มีการขีดฆ่า จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ไม่ได้ ทั้งนี้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 2738/2517คดีระหว่างนางกิ้น หิรัญ โจทก์

นายรื่น บัญชาญ จำเลย คดีนี้จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ทำสัญญาค้ำประกันตามฟ้อง โจทก์จึงขอให้บังคับจำเลยที่ 2โดยอาศัยสัญญาค้ำประกันดังกล่าวมิได้ ฎีกาโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้นส่วนฎีกาโจทก์ที่ขอให้จำเลยที่ 1 รับผิดตามฟ้องนั้น เห็นว่าจำเลยที่ 1ให้การรับว่าได้ทำสัญญากู้ตามที่โจทก์ฟ้องจริงแต่ได้รับเงินเพียง 80,000 บาทจึงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์โดยมีหลักฐานการกู้ยืมเป็นหนังสือตามสำเนาสัญญากู้ท้ายฟ้อง ไม่ต้องอาศัยฟังจากเอกสารอีก สำเนาสัญญากู้ท้ายฟ้องระบุชัดว่า จำเลยที่ 1 กู้เงินโจทก์ 100,000 บาท และรับเงินนี้ไปเสร็จแล้วแต่วันทำสัญญา ข้อนำสืบของจำเลยที่ 1 ที่ว่าโจทก์ส่งมอบเงินกู้ให้จำเลยเพียง 80,000 บาท แต่ทำสัญญากู้ไว้เป็นเงิน 100,000 บาทนั้นไม่อาจรับฟังหักล้างพยานโจทก์ได้

จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดใช้ต้นเงิน 100,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยตามฟ้อง ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้นพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยถึงวันฟ้องรวมเป็นเงิน 153,000 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 100,000 บาทตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาล โดยกำหนดค่าทนายความ4,000 บาทแทนโจทก์ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ค่าทนายความชั้นฎีกาของจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสม ศรีเจริญ · เพียร ศรีอรุณ · ศิริ จีระมะกร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1201/2567

ในวันนัดเดินเผชิญสืบ คู่ความทั้งสองฝ่ายลงชื่อรับรองความถูกต้องของแผนผังและแถลงสละประเด็นพิพาท ข้อ 2 ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือจำเลยทั้งสอง กรณีจึงไม่จำต้องสืบพยานและวินิจฉัยประเด็นพิพาท ข้อ 2 อีกต่อไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3951/2562

โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตกลงท้ากันโดยให้ถือเอาผลคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 26580/2545 ของศาลอาญา เป็นผลแพ้ชนะกันในประเด็นข้อพิพาทคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ทำละเมิดต่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7168/2561

โจทก์ที่ 1 เป็นนิติบุคคลอาคารชุดมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการและดูแลทรัพย์สินส่วนกลางของอาคารชุดย่อมมีอำนาจกระทำการใด ๆ เพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ ทั้งนี้ตามมติของเจ้าของร่วมดังบัญญัติใน มาตรา 33 วรรคสอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2465/2559

คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ตามเช็ค เมื่อจำเลยรับว่าได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทดังกล่าวจริง ในเบื้องต้นต้องถือว่าโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คนั้น ตาม ป.พ.พ. มาต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้