คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยผิดสัญญาเช่าโดยนำตึกแถวที่เช่าไปให้ผู้อื่นเช่าต่อ โจทก์ จึงมีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลย ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวาร
จำเลยให้การว่า มิได้ผิดสัญญาเช่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง นายชัยโรจน์ร้องขอเป็นจำเลยร่วม ศาลอนุญาต
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ขณะศาลตัดสินคดีสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยครบกำหนดแล้ว จำเลยไม่มีสิทธิอยู่ในตึกพิพาทต่อไป ให้ขับไล่จำเลยและบริวารตามฟ้อง จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์ว่า
ศาลชั้นต้นพิพากษานอกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยและจำเลยร่วมฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยโดยอ้างเหตุว่า สัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยเลิกกันแล้ว เนื่องจากจำเลยผิดสัญญาเช่าเอาห้องพิพาทไปให้ผู้อื่นเช่าช่วง โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา จำเลยไม่มีสิทธิอยู่ในห้องพิพาทต่อไป โจทก์มิได้ฟ้องขับไล่ โดยอ้างเหตุว่าสัญญาเช่าครบกำหนดแล้ว จำเลยไม่มีสิทธิอยู่ การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาขับไล่าจำเลยโดยอาศัยเหตุที่ว่าขณะศาลตัดสินสัญญาเช่าครบกำหนดแล้ว จำเลยไม่มีสิทธิอยู่นั้น เห็นว่าเป็นการพิพากษานอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒
ผลคำพิพากษา
พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่.