Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 246/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า จำเลยทั้งสองเป็นผู้เช่าที่ดินพิพาท จำเลยทั้งสองฎีกาว่าการเช่าอสังหาริมทรัพย์กฎหมายบังคับให้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดจึงจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ แต่ศาลล่างทั้งสองกลับฟังว่าจำเลยทั้งสองเช่าที่พิพาททั้งที่โจทก์ไม่มีหลักฐานการเช่ามาแสดง จึงเป็นการฟังพยานหลักฐานที่ไม่ชอบเพราะขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93 และ 94ฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการโต้เถียงว่าจำเลยทั้งสองมิได้เช่าที่พิพาท ซึ่งเป็นการเถียงข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองฟังเป็นยุติแล้วว่าจำเลยทั้งสองเช่าที่พิพาท เมื่อคดีนี้มีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของนายสุวรรณและนางบุญช่วย ตรีเพ็ชร์ จำเลยทั้งสองได้เช่าที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) หมู่ที่ 6ตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรีและที่ดินบางส่วนของโฉนดเลขที่ 5487 ตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรีจังหวัดสิงห์บุรี จากมารดาโจทก์ทั้งสอง ต่อมามารดาโจทก์ทั้งสองถึงแก่กรรม โจทก์ทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดก เมื่อเดือนสิงหาคม 2531โจทก์นำเจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) แปลงดังกล่าวเพื่อออกโฉนดที่ดิน จำเลยที่ 1คัดค้านอ้างว่าที่ดินที่จำเลยที่ 1 เช่าอยู่นั้นเป็นของจำเลยทั้งสองซึ่งซื้อมาจากนายสุวรรณ

โจทก์จึงบอกเลิกการเช่าและบอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ จำเลยทั้งสองเพิกเฉยโจทก์เสียหายเดือนละ 2,000 บาท ขอให้เพิกถอนการคัดค้านของจำเลยที่ 1 ให้จำเลยทั้งสองรื้อบ้านออกไปจากที่ดินของโจทก์ หากไม่รื้อให้โจทก์เป็นผู้รื้อเองโดยจำเลยทั้งสองออกค่าใช้จ่าย ห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินดังกล่าวอีก ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายเดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกไปจากที่ดินจำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยทั้งสองไม่เคยเช่าที่ดินพิพาทของโจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งสองซื้อที่ดินพิพาทมาจากนายสุวรรณบิดาโจทก์ทั้งสองในราคา 51,000 บาท แล้วได้ปลูกบ้านอาศัยมาเป็นเวลาประมาณ 20 ปีแล้วขอให้ยกฟ้องและพิพากษาว่าบ้านเลขที่ 5/6 พร้อมที่ดิน

น.ส.3 หมู่ที่ 6 ตำบลอินทร์บุรีอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เป็นของจำเลยทั้งสองโจทก์ทั้งสองให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยทั้งสองไม่เคยซื้อที่ดินพิพาทจากนายสุวรรณ จำเลยทั้งสองเป็นเพียงผู้เช่าศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อบ้านเลขที่ 5/6 หมู่ที่ 6ตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ออกจากที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาทอีกให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 200 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกไปจากที่ดินพิพาท ให้ยกฟ้องแย้งจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้มีราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248วรรคแรก คดีนี้ศาลล่างทั้งสองต่างฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยทั้งสองมิได้ซื้อที่พิพาท หากแต่เช่าที่พิพาทจึงมิได้เป็นเจ้าของที่พิพาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกามาเป็นสำคัญว่าการเช่าอสังหาริมทรัพย์กฎหมายบังคับให้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญจึงจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538แต่ศาลล่างทั้งสองกลับฟังว่าจำเลยทั้งสองเช่าที่พิพาททั้งที่โจทก์ไม่มีหลักฐานการเช่ามาแสดง จึงเป็นการฟังพยานหลักฐานที่ไม่ชอบเพราะขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93 และ 94เห็นว่าที่จำเลยทั้งสองฎีกามาดังกล่าวเท่ากับเถียงว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้เช่าที่พิพาท จึงเป็นการเถียงข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองฟังยุติต้องกันแล้วว่าจำเลยทั้งสองเช่าที่พิพาท ฎีกาของจำเลยทั้งสองดังกล่าวนี้จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทมาตราดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฎีกาจำเลยทั้งสอง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร · สุวรรณ ตระการพันธุ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้