Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 246/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้รับแจ้งจาก บ. ให้ติดตามสืบถามขอคืนไม้ที่หายจากโจทก์ว่า เห็นโจทก์เอาไม้ไป จำเลยกับพวกก็เข้าค้นเรือนโจทก์รื้อข้าวของกระจัดกระจาย ทั้งนี้ โดยไม่มีหมายค้น บิดาโจทก์ห้ามก็ไม่ฟัง ทั้งไม่ได้ความแน่ชัดด้วยว่า ไม้นั้นอยู่ในเรือนโจทก์ ดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาบุกรุกเรือนโจทก์แล้ว ไม่เข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92(4)(5) แต่การกระทำของจำเลยเป็นการเข้าไปในเคหสถานในความครอบครองของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควรเท่านั้น ไม่อาจถือได้ว่าจำเลยมีเจตนารบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์โดยปกติสุขด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ใหญ่บ้าน จำเลยที่ 2 เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจำเลยทั้งสองร่วมกับบุคคลอื่นอีก 7 คน สมคบกันเข้าไปในที่ดินและบ้านเรือนโจทก์ บุกรุกเข้าค้นบ้านเรือนและบริเวณอันเป็นอสังหาริมทรัพย์และเคหสถานของโจทก์ รบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในขณะที่โจทก์ไม่อยู่บ้าน ผู้ดูแลเคหสถานของโจทก์ได้ห้ามมิให้เข้าไปและไล่ออกไปก็ไม่ยอมออก ทั้งนี้ โดยจำเลยไม่มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยไม่มีหมายค้นและไม่มีเหตุอันสมควรจะกระทำเช่นนั้นได้ การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้ทรัพย์สินโจทก์เสียหาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 364, 365, 83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องไว้พิจารณาจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า

จำเลยกับพวกพากันขึ้นค้นบ้านโจทก์จริง แต่จำเลยที่ 1 เข้าใจโดยสุจริตว่ามีอำนาจที่จะตรวจค้นไม้ที่หายไปได้จึงค้นเรือนโจทก์ จำเลยที่ 1 มิได้มีเจตนาบุกรุก ส่วนจำเลยที่ 2 กระทำไปตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 โดยเชื่อว่าจำเลยที่ 1 กระทำไปโดยมีอำนาจ จึงไม่มีความผิดด้วย พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับศาลชั้นต้นว่าจำเลยทั้งสองกับพวกได้เข้าไปค้นบ้านโจทก์จริง แต่เห็นว่าจำเลยทั้งสองกับพวกกระทำไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92 การกระทำของจำเลยกับพวกเป็นการเข้าไปรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์โดยปกติสุข โดยไม่มีเหตุอันควร จำเลยย่อมมีความผิดฐานบุกรุก พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 364, 365 ให้ลงโทษตามมาตรา 365 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด แต่ความผิดที่จำเลยกระทำไปไม่ร้ายแรงให้ปรับจำเลยคนละ 300 บาท การนำสืบของจำเลยมีประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามมาตรา 78 คนละ1 ใน 3 คงปรับจำเลยคนละ 200 บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามมาตรา 29, 30จำเลยทั้งสองฎีกาว่าการกระทำของจำเลยได้รับยกเว้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92(4)(5) และจำเลยไม่มีเจตนาบุกรุก จึงไม่มีความผิดศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยกับพวกเข้าค้นเรือนโจทก์เพื่อหาไม้ที่หายไม่ใช่เพื่อไปจับโจทก์ เพราะจำเลยทราบจากบิดาโจทก์ว่าโจทก์ไม่อยู่บ้าน

ไม้ที่หายไม่ได้ความแน่ชัดจากผู้ใดเลยว่าตกอยู่ในเรือนโจทก์อันจะทำให้จำเลยมีความสงสัยตามสมควรเช่นนั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่เข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92(4)(5) และการที่จำเลยกับพวกเข้าค้นเรือนโจทก์อันเป็นที่รโหฐานโดยไม่มีหมายค้น บิดาโจทก์ซึ่งเฝ้าเรือนอยู่ในขณะนั้นได้ห้ามปรามจำเลยแล้ว จำเลยไม่เชื่อ กลับขัดขืนพากันเข้าค้นเรือนโจทก์ รื้อที่นอนและข้าวเปลือกกระจัดกระจายโดยไม่มีเหตุอันสมควร เช่นนี้ ย่อมต้องถือว่าจำเลยได้รู้สำนึกในการกระทำและเล็งเห็นผลของการกระทำของจำเลยได้ จึงถือว่าจำเลยมีเจตนาบุกรุกเรือนโจทก์ แต่การกระทำของจำเลยเป็นการเข้าไปในเคหสถานในความครอบครองของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควรเท่านั้นไม่อาจถือได้ว่าจำเลยมีเจตนารบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุขอันจะเป็นความผิดตามมาตรา 362 ด้วยพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364, 365 ให้ลงโทษตามมาตรา 365 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวัสดิ์ ภู่งาม · จำรูญ โชติรัต · อุทัย ศุภนิตย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้