Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2458/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ทางหลวงที่จะสร้างตามพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางที่จะสร้างทางหลวงเทศบาลสายเชื่อมถนนสุขุมวิท 39 (พร้อมพงษ์) กับถนนเพชรบุรี พ.ศ.2524 เป็นทางหลวงเทศบาลอันเป็นเรื่องที่อยู่ในกิจการของกรุงเทพมหานครจำเลยจะต้องดำเนินการ แต่จำเลยเป็นนิติบุคคลการดำเนินการต่าง ๆ จึงต้องดำเนินการโดยผู้แทนทั้งหลายของจำเลย ดังนั้น การที่พระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือบทกฎหมายกำหนดอำนาจไว้ให้เป็นของเจ้าหน้าที่ก็ดีนั้นก็เป็นการกำหนดตัวบุคคลผู้จะต้องปฏิบัติแทนนิติบุคคลนั้นในฐานะผู้แทนทั้งหลาย ในเมื่อการกระทำของผู้แทนทั้งหลายของจำเลยเป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้โดยตรง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๘,๑๙๑,๗๒๗ บาท ให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน ๖,๓๓๑,๗๗๕ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปและชำระเงินจำนวน ๓๒๑,๗๒๐ บาท ให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินจำนวนดังกล่าวนี้ นับแต่วันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๒๔ เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเงินเสร็จ

จำเลยให้การว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงเทศบาลสายเชื่อมถนนสุขุมวิท ๓๙ (พร้อมพงษ์) กับถนนเพชรบุรี พ.ศ.๒๕๒๔ ได้บัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ คือ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะ มิได้บัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของจำเลย ซึ่งอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในส่วนที่เกี่ยวกับการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เป็นอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ในฐานะเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ฉะนั้นการดำเนินการของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์จึงถือมิได้ว่ากระทำในฐานะผู้แทนของจำเลยตามกฎหมาย นอกจากนี้ในการพิจารณาทำความตกลงเรื่องค่าทดแทน การกำหนดค่าทดแทนและการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินที่ถูกเวนคืนได้กระทำในรูปของคณะกรรมการดำเนินการตัดถนนทางหลวงเทศบาล ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับจำเลย ถือมิได้ว่าจำเลยได้กระทำอันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๓,๒๓๓,๔๙๕ บาท ให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๒๔ เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยชำระเสร็จ คำขออื่นของโจทก์ให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่ทั้งสองฝ่ายไม่โต้เถียงกันนั้นได้ความว่าพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงเทศบาลสายเชื่อมถนนสุขุมวิท ๓๙ (พร้อมพงษ์) กับถนนเพชรบุรีมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๓๔ ที่ดินที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าทดแทนที่ถูกเวนคืนเพื่อการสร้างถนนสายดังกล่าวทั้งสองแปลงนั้นด้านหนึ่งติดถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แปลงโฉนดที่ ๑๖๑๙๒ มีเนื้อที่๘ ไร่ ๒ งาน ๔ ตารางวา ถูกเวนคืน ๕๕๖ ตารางวา แปลงโฉนดที่ ๑๖๑๙๖ เนื้อที่ ๔ ไร่ ๒ งาน๑๕ ตารางวา ถูกเวนคืน ๔ ตารางวา คณะกรรมการพิจารณาทำความตกลงเรื่องทดแทนที่ถูกเวนคืนดังกล่าวเป็นเงิน ๕,๑๐๖,๕๐๕ บาท แต่เจ้าของที่ดินไม่ยินยอม จำเลยจึงนำเงินค่าทดแทนจำนวนดังกล่าวไปวางไว้ที่สำนักงานวางทรัพย์

กรมบังคับคดี ในเรื่องเงินค่าทดแทนนั้นโจทก์นำสืบว่า จำเลยกำหนดให้ไม่เป็นธรรม เพราะที่ดินที่ถูกเวนคืนนั้น ในขณะที่ถูกเวนคืนมีราคาซื้อขายกันในท้องตลาดโดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าตารางวาละ ๒๑,๐๐๐ บาท การที่มีถนนตัดผ่านที่ดินที่โจทก์ฟ้องนั้นไม่ทำให้โจทก์ได้ประโยชน์จากการที่ถนนตัดผ่านเพราะทำให้ที่ดินสองแปลงติดกันแยกออกเป็นสองส่วนใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างได้ไม่เต็มที่... ปัญหาข้อแรกที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ในปัญหานี้จำเลยอ้างว่า ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่พิพาทกำหนดให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการ และตามบทกฎหมายที่เกี่ยวกับการเวนคืนเพื่อสร้างหรือขยายทางหลวง ก็บัญญัติให้อำนาจหน้าที่เกื่ยวกับการเวนคืนเป็นของเจ้าหน้าที่ จำเลยมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ทางหลวงที่จะสร้างตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าาวนั้นเป็นการสร้างทางหลวงเทศบาล อันเป็นเรื่องที่อยู่ในกิจการของกรุงเทพมหานครจำเลยจะต้องดำเนินการแต่จำเลยเป็นนิติบุคคล การดำเนินการต่าง ๆ จึงต้องดำเนินการโดยผู้แทนทั้งหลายของจำเลยดังนั้นการที่พระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือบทกฎหมายกำหนดอำนาจไว้เป็นของเจ้าหน้าที่ก็ดีนั้น ก็เป็นการกำหนดตัวบุคคลผู้จะต้องปฏิบัติแทนนิติบุคคลนั้นในฐานะผู้แทนทั้งหลาย ในเมื่อการกระทำของผู้แทนทั้งหลายของจำเลยเป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้โดยตรง จำเลยจะอ้างว่าไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องด้วยนั้นไม่ได้ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · อัมพร ทองประยูร
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายประกาศ บูรพางกูร
ศาลอุทธรณ์ - นายบุญอินทร์ ส่งเสริมสกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้