Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2456/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยไม่พอใจผู้เสียหายการที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในห้องพักวิถีกระสุนที่จำเลยยิงถูกฝาห้องสูงจากพื้น 1 เมตรเศษซึ่งไม่เกินความสูงของบุคคลธรรมดาโดยรู้อยู่ว่าผู้เสียหายอยู่ในห้องนั้น แม้จำเลยไม่เห็นตัวผู้เสียหายและไม่ทราบว่าผู้เสียหายหลบซ่อนอยู่มุมใดของห้องพัก จำเลยก็ย่อมเล็งเห็นผลแห่งการกระทำของตนได้ว่ากระสุนปืนอาจถูกผู้เสียหายถึงแก่ชีวิตได้ แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยว่า จำเลยยิงโดยมีเจตนาให้ถูกผู้เสียหาย เมื่อกระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหายจำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น.(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 117/2515)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายรฤก เดี่ยววานิชย์ผู้เสียหาย 1 นัด โดยเจตนาฆ่า กระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80, 288

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา80, 288 จำคุก 12 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในห้องพักของผู้เสียหายในขณะที่ผู้เสียหายวิ่งหนีจำเลยเข้าไปในห้องพักจริง แต่จำเลยไม่มีเจตนาฆ่า โดยจำเลยมีเจตนายิงเพื่อข่มขู่ผู้เสียหายเท่านั้น ไม่มีความผิดตามฟ้อง พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในห้องของผู้เสียหาย 1 นัด ในขณะที่ผู้เสียหายวิ่งหลบหนีจำเลยเข้าไปในห้องพัก กระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหาย ส่วนปัญหาว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายหรือไม่นั้น วินิจฉัยว่าแม้จำเลยกับผู้เสียหายไม่เคยมีเรื่องโกรธเคืองกันมาก่อน แต่ตามพฤติการณ์แห่งคดีปรากฏว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยไม่พอใจผู้เสียหายเนื่องจากผู้เสียหายมองหน้าจำเลยในขณะที่จำเลยขับรถผ่านหน้าโต๊ะซึ่งผู้เสียหายกับพวกนั่งรับประทานอาหาร เมื่อจำเลยจอดรถลงไปจะทำร้ายผู้เสียหาย ก็ไม่สามารถทำได้สำเร็จเพราะถูกพวกของผู้เสียหายขัดขวางดังนั้น การที่จำเลยวิ่งกลับเข้าไปเอาอาวุธปืนในห้องเช่าของจำเลยออกมาติดตามผู้เสียหายซึ่งวิ่งหลบหนีจำเลยเข้าไปในห้องพัก แล้วใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในห้องพักที่มีตัวผู้เสียหายอยู่ในนั้น

จำเลยย่อมเล็งเห็นผลแห่งการกระทำของตนได้ว่ากระสุนปืนอาจถูกผู้เสียหายถึงแก่ชีวิตได้ แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยโดยชัดแจ้งว่า จำเลยมีเจตนาที่จะใช้อาวุธปืนยิงประทุษร้ายผู้เสียหาย การที่จำเลยยิงปืนเข้าไปในห้องพักของผู้เสียหายโดยไม่เห็นตัวผู้เสียหายหรือไม่ทราบว่าผู้เสียหายหลบซ่อนอยู่มุมใดของห้องพักนั้นไม่ทำให้เจตนาของจำเลยเปลี่ยนแปลงไป ทั้งข้อเท็จจริงปรากฏว่าวิถีกระสุนปืนซึ่งจำเลยยิงไปถูกฝาห้องที่เกิดเหตุในระดับสูงจากพื้น 1 เมตรเศษ ซึ่งไม่เกินกว่าความสูงของบุคคลธรรมดา ฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาที่จะยิงเพื่อให้ถูกผู้เสียหายมิใช่เป็นกรณีที่จำเลยยิงปืนเพียงเพื่อข่มขู่ผู้เสียหายดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น

ดังนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่117/2515 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร โจทก์ร้อยตำรวจเอกสำเริง ศรีมาดี จำเลยแต่พิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนในขณะเกิดเหตุมีโอกาสใช้อาวุธปืนยิงกลุ่มคนที่มีปากเสียงมาก่อนตรงที่เกิดเหตุได้กลับยิงเข้าไปในห้องซึ่งมองไม่เห็นตัวผู้เสียหาย และปรากฏว่าจำเลยได้เข้ามอบตัวให้เจ้าพนักงานตำรวจดำเนินคดี อันเป็นการลุแก่โทษสมควรลงโทษสถานเบาและลดโทษให้จำเลย

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288,80 วางโทษจำคุก 10 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา78 คงจำคุกจำเลย 6 ปี 8 เดือน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุพจน์ นาถะพินธุ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2021/2554

จำเลยใช้มีดขนาดยาวประมาณ 1 ช่วงแขนฟันผู้เสียหายที่ไหล่ขวาขณะหันหลังวิ่งหนี และฟันอย่างแรงจนเกิดบาดแผลยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ลึกประมาณ 4 เซนติเมตร ลักษณะการฟันลงเช่นนี้ส่อว่าจำเลยเลือกจะฟันศีรษะแต่พลาด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2554

จำเลยใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในห้องที่ผู้เสียหายนอนอยู่ กระสุนปืนถูกที่แขนของผู้เสียหาย กระดูกต้นแขนซ้ายหัก จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นอาวุธร้ายแรงสามารถใช้ยิงคนถึงแก่ความตายได้ แม้จะยิงผ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2553

ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บมีบาดแผล คือ 1) บาดแผลฉีกขาดที่บริเวณด้านบนศีรษะข้างซ้ายค่อนมาทางกึ่งกลางศีรษะยาว 7 เซนติเมตร ลึกถึงกะโหลกศีรษะ 2) บาดแผลที่ศีรษะด้านขวาเหนือใบหูยาว 7 เซนติเมตร ลึกถึงกะโหลดศีรษ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7139/2553

ขณะเกิดเหตุจำเลยเหน็บอาวุธปืนพกไว้ที่เอวอยู่ก่อนแล้ว เมื่อจำเลยตาม โจทก์ร่วมออกมาที่รถดึงประตูด้านคนขับเปิดนั้น จำเลยมีโอกาสดีที่จะชักอาวุธปืนที่เหน็บที่เอวออกมายิงใส่โจทก์ร่วมซึ่งจะสามารถฆ่าโจทก์ร่วม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 895/2553

จำเลยขับรถจักรยานยนต์มาที่หน้าร้านอาหารที่เกิดเหตุและใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้เสียหายที่ 2 ที่อยู่บริเวณหน้าร้าน กระสุนปืนถูกผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 ซึ่งลักษณะบาดแผลของผู้เสียหายที่ 2 ที่ถูกยิงบริเวณหัวไห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้