Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2455/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาสั่งให้จำเลยรื้ออาคารเหลือความสูง 8 เมตรโดยไม่ได้ระบุชัดแจ้งว่าวัดจากจุดไหนถึงจุดไหน จำเลยได้รื้ออาคารออกไปแล้ว 2 ชั้น เหลือพื้นชั้นที่ 3 เป็นหลังคา ถ้าวัดส่วนสูงสุดของอาคารถึงพื้นที่ทำการจะสูง 8.59 เมตร แต่ถ้าวัดถึงพื้นโดยรอบอาคารจะสูง 7.90 เมตร หากจะให้จำเลยรื้อออกอีก 1 ชั้น ก็จะทำให้อาคารของจำเลยมีความสูงต่ำกว่า 8 เมตรมาก ทั้งจะเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยมากเกินควร สำหรับห้องคลุมบันไดนั้นห่างจากผนังตึกที่ติดกับอาคารของโจทก์ 4 เมตร และผนังตึกของอาคารพิพาทห่างจากชายคาบ้านโจทก์ถึง 3 เมตร รวมแล้วห่างจากชายคาบ้านโจทก์ 7 เมตร ไม่มีผลที่จะบังลมหรือแสงอาทิตย์ที่จะเข้าบ้านโจทก์ได้ จำเลยจึงไม่ได้กระทำการฝ่าฝืนคำพิพากษาศาลฎีกาแต่อย่างใด.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ให้รื้ออาคารพิพาทลงให้เหลือความสูง 8 เมตร ทั้งยังต่อเติมห้องคลุมบันไดต่อไปอีกจนมีความสูง 12.22 เมตร ขอให้บังคับจำเลยรื้ออาคารพิพาทต่อไปตามคำพิพากษาศาลฎีกาศาลชั้นต้นยกคำร้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหามีว่า จำเลยได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ให้รื้ออาคารพิพาทลงให้เหลือ 8 เมตร แล้วหรือไม่จากการเดินเผชิญสืบอาคารพิพาทของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่27 พฤษภาคม 2529 นั้น ปรากฏว่าพื้นอาคารของจำเลยมีความสูงสองระดับ คือ พื้นที่ทำการของจำเลย และพื้นโดยรอบอาคารซึ่งสูงกว่าพื้นที่ทำการ 69 เซนติเมตร จากการวัดโดยการทิ้งดิ่งจากส่วนสูงสุดของอาคาร (ไม่รวมห้องคลุมบันได)

ถึงพื้นโดยรอบอาคารมีความสูง 7.90 เมตร ดังนั้น ถ้าวัดส่วนสูงสุดของอาคารถึงพื้นที่ทำการจะสูง 8.59 เมตร นอกจากนี้พื้นที่รอบอาคารสูงกว่าถนน1.05 เมตร ถ้าวัดส่วนสูงสุดของอาคารถึงถนนจะมีความสูง 8.95 เมตรคำพิพากษาศาลฎีกาที่ให้จำเลยรื้ออาคารให้เหลือความสูง 8 เมตรนั้น ไม่ระบุโดยชัดแจ้งว่านับจากจุดไหนถึงจุดไหน ได้ความว่าจำเลยรื้ออาคารออกไปแล้ว 2 ชั้น เหลือพื้นชั้นที่ 3 เป็นหลังคาหากต้องให้จำเลยรื้ออาคารลงอีก จำเลยจะต้องรื้อออกอีก 1 ชั้นซึ่งจะทำให้อาคารของจำเลยมีความสูงต่ำกว่า 8 เมตรมาก ทั้งจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยมากเกินควร นอกจากนี้ โจทก์เองก็ไม่ได้รับความเสียหายอีกแต่อย่างใด ดังนั้น การที่จำเลยรื้อถอนอาคารพิพาทนั้น จึงเป็นไปตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่งในการนัดเดินเผชิญสืบกันนั้น คู่ความตกลงกันให้ทิ้งดิ่งลงจากอาคารส่วนสูงสุดถึงถนนซอยสุทธิพร 2 ว่า สูงเท่าใด ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2529 นั้นเป็นเพียงการตกลงกำหนดวิธีหาความสูงเท่านั้น เพราะปรากฏในรายงานนั้นเองว่าเมื่อได้ผลการทิ้งดิ่งประการใดจะได้พิจารณาสั่งอีกครั้ง จึงหาได้ถือว่า คู่กรณีถือเอาการตกลงดังกล่าวเป็นยุติตามที่โจทก์ฎีกาไม่สำหรับห้องคลุมบันไดนั้น จากการเดินเผชิญสืบได้ความว่าอยู่ห่างจากผนังตึกที่ติดกับอาคารของโจทก์ 4 เมตร และผนังตึกของอาคารพิพาทห่างจากชายคาบ้านโจทก์ถึง 3 เมตร รวมแล้วห่างจากชายคาบ้านโจทก์ 7 เมตร ทั้งเป็นเพียงห้องคลุมบันไดเล็ก ๆเพื่อขึ้นไปสู่ดาดฟ้า

ไม่มีผลที่จะบังลมหรือแสงอาทิตย์ที่จะเข้าบ้านโจทก์ได้ เห็นได้ว่า ห้องคลุมบันไดนี้จำเลยสร้างขึ้นเพื่อป้องกันน้ำฝนมิให้สาดเข้าไปภายในอาคารของจำเลย ดังนั้น การที่จำเลยสร้างห้องคลุมบันไดดังกล่าวขึ้น จึงไม่เป็นการฝ่าฝืนคำพิพากษาฎีกาดังกล่าว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาโจทก์ทั้งสามฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ศักดา โมกขมรรคกุล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15876/2556

โจทก์ในฐานะผู้จัดสรรทำถนน ทางเท้าและรั้วคอนกรีตพิพาทล้อมรอบที่ดินของโครงการที่จัดสรรมาแต่เดิม ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการสัญจรและรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้ที่อยู่อาศัยในโครงการโดยเฉพาะ มิได้หมายที่จะใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2573/2554

แม้ผู้จัดสรรที่ดินได้แสดงออกโดยปริยายว่า จะจัดให้มีถนนในโครงการที่ดินที่จัดสรรตามแผนผังโครงการ ซึ่งถือเป็นสาธารณูปโภคและตกอยู่ในภาระจำยอม ซึ่งผู้จัดสรรที่ดินมีหน้าที่ต้องบำรุงรักษาให้คงสภาพดังเช่นที่ไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4840/2552

ที่พิพาทเป็นพื้นที่ไหล่ทางของทางหลวง จึงเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตทางหลวงซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 (2) กรมธนารักษ์ซึ่งได้รับมอบที่ดินคืนจากกรมทางหลวงเพื่อดูแลร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5700/2550

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การก่อสร้างกำแพงพิพาทเฉพาะส่วนที่ปิดกั้นช่องลมห้องน้ำในอาคารของโจทก์กับปิดกั้นพัดลมระบายอากาศของโจทก์ซึ่งอยู่ถัดไปเป็นการละเมิดต่อโจทก์ และพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนกำแพงพิพาทเฉพาะส่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8309/2548

การประกอบกิจการของจำเลยทั้งสองก่อให้เกิดเสียงดังและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนสิทธิที่จะอยู่อาศัยในเคหะสถานของโจทก์ทั้งสองโดยปกติสุข โจทก์ทั้งสองย่อมมีสิทธิที่จะปฏิบัติการเพื่อยังความเสียหาย หรือเดือดร้อนรำคาญ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้