Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2453/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การใช้กำลังกายกอดรัดและบีบเคล้นนมของผู้เสียหายจนฟกช้ำเป็นการประทุษร้ายร่างกายที่เกลื่อนกลืนเป็นกรรมเดียวกับการกระทำอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ไม่เป็นมูลความผิดฐานทำร้ายร่างกายตาม มาตรา 296อีกบทหนึ่งต่างหากการที่โจทก์เป็นข้าราชการผู้น้อย (ตำแหน่งหัวหน้าแผนก) อยู่ใต้บังคับบัญชาของจำเลย (ตำแหน่งอธิบดี) ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการตามระเบียบแบบแผนนั้น หาใช่ผู้อยู่ในความควบคุมตามหน้าที่ราชการตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายอาญามาตรา 285 ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ก. เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2509 จำเลยบังอาจทำอนาจารและทำร้ายร่างกายโจทก์โดยใช้กำลังยื้อยุดและปลุกปล้ำโจทก์ และผลักบานประตูโดยแรงให้ปะทะโจทก์จนล้มลงหงายหลังก้นกระแทก เป็นเหตุให้บริเวณสะโพกและอวัยวะภายในบาดเจ็บฟกซ้ำและตกโลหิตแล้วแท้งบุตรโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องรักษาประมาณ 1 เดือนเศษ ข. เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2512 จำเลยบังอาจทำอนาจารและทำร้ายร่างกายให้โจทก์โดยใช้กำลังกอดรัดและบีบเคล้นอวัยวะของสงวนบริเวณหน้าอกของโจทก์จนบาดเจ็บฟกซ้ำ ต้องรักษาประมาณ 7 วันจึงหาย ค. เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2512 จำเลยบังอาจทำอนาจารและทำร้ายร่างกายโจทก์ โดยใช้กำลังกอดรัดและบีบเคล้นอวัยวะของสงวนบริเวณหน้าอกของโจทก์จนบาดเจ็บฟกซ้ำรักษาประมาณ 7 วันจึงหาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278, 280, 285, 296, 297, 303, 90, 91

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งว่า ฟ้องของโจทก์ ข้อ ก.มีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278, 290, 294 และ 297ส่วนฟ้องข้อ ข. และ ค. เป็นผิดฐานอนาจาร ตามมาตรา 278 ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความกันได้ ตามมาตรา 281 มิใช่เป็นการทำร้ายร่างกายอันจะเป็นความผิดอีกฐานหนึ่งต่างหาก เมื่อโจทก์มิได้ร้องทุกข์และมาฟ้องเมื่อเกินกำหนด 3 เดือน นับแต่วันที่อ้างว่าจำเลยกระทำผิดคดีขาดอายุความตามมาตรา 96 จึงให้ประทับฟ้องเฉพาะ ข้อ ก.

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ในไต่สวนมูลฟ้องได้ความว่าจำเลยดึงอกขยี้นมโจทก์และจำเลยทำไม่แรง ไม่ปรากฏว่าจำเลยทำร้ายร่างกายโจทก์เลยการกระทำของจำเลยเป็นเพียงกระทำอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 และไม่เข้าลักษณะกระทำต่อผู้อยู่ในความควบคุมตามหน้าที่ราชการตามมาตรา 285 คดีขาดอายุความพิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องข้อ ข. และ ข้อ ค. และนำสืบชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่า เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2512 และวันที่ 15 ธันวาคม 2512 จำเลยเรียกโจทก์เข้าไปในห้องทำงานของจำเลยและบังอาจกระทำอนาจารและทำร้ายร่างกายโจทก์ โดยใช้กำลังกายกอดรัดและบีบเคล้นอวัยวะของสงวนบริเวณหน้าอกของโจทก์จนฟกซ้ำศาลฎีกาเห็นว่าการประทุษร้ายร่างกายโจทก์ได้เกลื่อนกลืนเป็นการกระทำผิดกรรมเดียวกับการกระทำอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 แล้ว หาได้เป็นมูลความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา 296 อีกบทหนึ่งไม่ การที่โจทก์ในตำแหน่งหัวหน้าแผนกชีวานามัยเป็นข้าราชการผู้น้อยอยู่ใต้บังคับบัญชาของจำเลยซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการตามระเบียบแบบแผนนั้น

ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเช่นนี้หาใช่ผู้อยู่ในความควบคุมตามหน้าที่ราชการ ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285 ไม่ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา 278 ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความกันได้ โจทก์มิได้ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน คดีของโจทก์จึงขาดอายุความ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสาท สุคนธมาน · เฉลิม กรพุกกะณะ · ธานินทร์ กรัยวิเชียร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้